รายงานวิเคราะห์ข่าวพลังงานรายสัปดาห์ (Weekly Digest) ประจำวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 – 19 กรกฎาคม 2569
บทสรุปผู้บริหาร
- คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้าครั้งใหญ่ โดยเพิ่มประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าเป็น 10 ประเภท ไฮไลต์สำคัญคือการแยกกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ให้คิดอัตราพิเศษ 5-6 บาทต่อหน่วย และถอดค่าไฟส่องทางสาธารณะออกจากบิลของประชาชน เพื่อนำมาลดค่าไฟบ้านพักอาศัยกลุ่ม 1-200 หน่วยแรกให้เหลือ 3 บาทต่อหน่วย
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดรับฟังความเห็นค่าไฟฟ้างวดปลายปี 2569 โดยมีแนวโน้มอยู่ระหว่าง 3.95 ถึง 4.73 บาทต่อหน่วย ซึ่งปัจจัยหลักขึ้นอยู่กับการพิจารณาบริหารจัดการหนี้สะสมของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
- รัฐบาลสั่งการให้หน่วยงาน 3 การไฟฟ้า ได้แก่ กฟผ. กฟน. และ กฟภ. เตรียมเจรจาทบทวนสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากเอกชน (PPA) พลังงานหมุนเวียนจำนวน 593 สัญญา เพื่อปรับลดต้นทุนการผลิตให้สะท้อนความเป็นจริง รวมถึงการอนุมัติปลดล็อกระบบ Direct PPA เพื่อรองรับการลงทุนสีเขียวจากต่างชาติ
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศดำเนินการซ่อมบำรุงระบบสายส่งและเปลี่ยนถ่ายแนวสายไฟฟ้าลงใต้ดินอย่างต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ แม้จะเกิดการดับไฟชั่วคราว แต่จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพโครงข่ายและรองรับปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้นในระยะยาว
- กฟผ. เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (Hydro-floating Solar Hybrid) นำร่องที่เขื่อนภูมิพล 158 เมกะวัตต์ และมีแผนขยายกำลังการผลิตรวม 348 เมกะวัตต์ เพื่อหนุนเป้าหมายพลังงานสะอาดของประเทศ
การวิเคราะห์แนวโน้มและผลกระทบ
- การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะสร้างแรงกดดันต่อระบบสายส่งไฟฟ้าและทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างมหาศาล หากไม่มีการกำหนดโครงสร้างค่าไฟเฉพาะกลุ่ม อาจทำให้ต้นทุนแฝงจากการสร้างโครงข่ายใหม่กลายเป็นภาระค่าเอฟที (Ft) ของประชาชนทุกคน
- ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ปะทุระลอกใหม่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกมีความผันผวนสูง ปัจจัยนี้จะกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของไทยที่ยังคงพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก โดยเฉพาะการพึ่งพา Spot LNG นำเข้าที่มีราคาแพงในช่วงที่แหล่งก๊าซในอ่าวไทยเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสัมปทาน
- นโยบายการยกเลิกเพดานดีเซล 35 บาท และการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าแทรกแซงราคา ช่วยบรรเทาภาระต้นทุนภาคขนส่งและอุตสาหกรรมในระยะสั้น แต่ในระยะยาวจะสร้างภาระหนี้สินสะสมมหาศาลต่อกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการคลังของประเทศและความเป็นไปได้ในการชดเชยราคาในอนาคต
- การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดกำลังเป็นปัจจัยชี้ขาดในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะเงื่อนไขการใช้ไฟฟ้าพลังงานสีเขียวร้อยละ 100 ส่งผลให้เทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และแนวคิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เริ่มมีบทบาทสำคัญและถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่
ความเคลื่อนไหวของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และ กระทรวงพลังงาน เป็นหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อนนโยบายลดค่าครองชีพประชาชนผ่านการรื้อโครงสร้างค่าไฟฟ้าระดับชาติ การดึงไฟสาธารณะออกจากบิล และการปลดล็อก Direct PPA ให้ภาคอุตสาหกรรม
- สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งการปฏิรูปค่าไฟสาธารณะด้วยโมเดล ESCO และการผลักดันกฎหมายจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) จากแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า
- สภาองค์กรของผู้บริโภค และ เครือข่ายภาคประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย เคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลและกระทรวงการคลังอย่างหนัก ให้พิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันและปฏิรูปโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่น แทนการกู้เงินกองทุนน้ำมันฯ เพื่อลดภาระค่าครองชีพอย่างแท้จริง
- คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งสามารถดึงเงินลงทุนได้กว่า 3.55 แสนล้านบาท ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หนุนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมสีเขียว
- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ดำเนินการควบคุมสัญญาธุรกิจเช่าที่อยู่อาศัย โดยสั่งห้ามผู้ประกอบการอะพาร์ตเมนต์บวกกำไรค่าไฟเพิ่ม เพื่อปกป้องสิทธิและลดภาระผู้มีรายได้น้อยให้ได้รับอานิสงส์จากมาตรการรัฐอย่างเต็มที่
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ
- ภาคประชาชนควรติดตามการพิจารณาและประกาศใช้อัตราค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569 อย่างใกล้ชิด ว่าภาครัฐจะสามารถบริหารจัดการรักษาระดับค่าไฟไว้ที่ 3.95 บาทต่อหน่วยได้หรือไม่ และกระบวนการชำระหนี้คืน กฟผ. จะสร้างผลกระทบต่อบิลค่าไฟในรอบถัดไปอย่างไร
- ควรจับตาการบังคับใช้โครงสร้างค่าไฟอัตราพิเศษสำหรับกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ (ประเภทที่ 9) ว่าจะสามารถนำรายได้ส่วนเพิ่มมาอุดหนุนกลุ่มผู้ใช้ไฟเปราะบางได้จริงตามที่ประกาศไว้หรือไม่ รวมถึงมาตรการจัดการด้านทรัพยากรน้ำของกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ ท่ามกลางความเสี่ยงจากสภาวะซูเปอร์เอลนีโญในช่วงปลายปี
- ติดตามความคืบหน้าการเจรจาปรับลดราคารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชน (PPA) จำนวน 593 สัญญา ว่ารัฐบาลจะสามารถบริหารจัดการให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้าในประเทศ โดยรักษาสมดุลไม่ให้กระทบต่อความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติได้อย่างไร
- ประชาชนที่เริ่มปรับตัวมาใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ควรตระหนักและติดตามแผนระดับชาติในการจัดการซากแบตเตอรี่และแผงโซลาร์เซลล์หมดอายุ รวมถึงพึงระวังความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางวิศวกรรม เช่น กรณีการขับขี่รถ EV ลุยน้ำท่วมขังที่อาจส่งผลให้ระบบเบรกไฟฟ้าและระบบตัดไฟทำงานผิดปกติ