EP.14. ผ่าตัดใหญ่โครงสร้างค่าไฟ: สงครามปฏิรูประบบพลังงานเพื่อความเป็นธรรมของประชาชน
บิลค่าไฟที่ประชาชนต้องแบกรับทุกสิ้นเดือน กลายเป็นเครื่องยืนยันความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจนที่สุดในสังคมไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำและผู้เช่าหอพักที่ต้องจ่ายค่าพลังงานในราคาที่สูงเกินจริง ในขณะที่ภาครัฐมักอ้างวิกฤตราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลกเป็นเหตุผลหลัก แต่ความจริงที่น่ากังวลคือ โครงสร้างระบบไฟฟ้าของไทยกำลังถูกกัดกินด้วยนโยบายที่บิดเบี้ยวและการเอื้อประโยชน์เชิงโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ในบิลค่าไฟ
หากพิจารณาบทเรียนจากต่างประเทศ มณฑลเจ้อเจียงและเหลียวหนิงของจีนได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยการปลดล็อกเพดานราคาไฟฟ้าสีเขียว (Green Electricity) เพื่อให้สะท้อนมูลค่าจริงและปกป้องผู้บริโภครายย่อย ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีและสาธารณูปโภคกว่าสองร้อยแห่งเพื่อควบคุมต้นทุนไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ไม่ให้ผลักภาระต้นทุนสายส่งไปอยู่ในบิลค่าไฟของภาคครัวเรือน
เมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทย มาตรการตรึงค่าไฟบ้านกลุ่มใช้ไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน หรือการสั่งห้ามหอพักคิดค่าไฟเกินจริง ถือเป็นเพียงยาแก้ปวดชั่วคราว เพราะรากเหง้าของปัญหายังคงอยู่ ประชาชนยังต้องแบกรับค่าไฟฟ้าสาธารณะมูลค่ากว่า 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งควรเป็นหน้าที่ของรัฐหรือท้องถิ่นในการจัดสรรงบประมาณมาจ่ายเองโดยตรง นอกจากนี้ สัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบ ‘ไม่ใช้ก็ต้องจ่าย’ (Take or Pay) ยังคงทำหน้าที่เป็นท่อสูบเงินจากกระเป๋าประชาชนเพื่อประกันกำไรให้กลุ่มทุนพลังงานอย่างไม่เป็นธรรม
ถึงเวลาที่กระทรวงพลังงานต้องเลิกใช้วิธีแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก รัฐบาลต้องกล้าหาญพอที่จะถอดต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลของประชาชน แล้วเปลี่ยนไปใช้เงินจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้ามาบริหารจัดการแทน ซึ่งจะช่วยลดค่าไฟให้ครัวเรือนไทยได้ทันทีเกือบ 10 สตางค์ต่อหน่วย พร้อมกันนั้น ต้องเร่งรื้อถอนสัญญารับซื้อไฟแบบ Take or Pay ที่สร้างภาระค่าพร้อมจ่ายล้นระบบ และยุติการผูกขาดสายส่งโดยเปิดเสรีให้มีการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct Power Purchase) เพื่อคืนความเป็นธรรมทางพลังงานให้กับคนไทยอย่างแท้จริง