EP.13. ปลดล็อกความผันผวนกริดอัจฉริยะ: บทเรียนเทคโนโลยี BESS แบบ Grid-Forming และ SynCon จากเวทีโลกสู่แผน PDP 2026 ของไทย
การเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทยกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2026) ได้วางเป้าหมายสัดส่วนพลังงานสะอาดไว้สูงถึง 70% ควบคู่ไปกับการบรรจุระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ขนาดกว่า 10,485 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่เพียงการเพิ่มกำลังการผลิต แต่คือการรักษาเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้าให้มั่นคง ในช่วงเวลาที่พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของคนไทยเปลี่ยนไป ทั้งจากการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ขยับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดไปอยู่ในช่วงเวลากลางคืน และการลดลงของโรงไฟฟ้าฟอสซิลที่เคยทำหน้าที่เป็นเสาหลักในการรักษาความเฉื่อย (Inertia) ของระบบไฟฟ้า
เมื่อโครงข่ายต้องรองรับพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนสูง โจทย์สำคัญที่หน่วยงานด้านพลังงานต้องเร่งพิจารณาคือการยกระดับโครงข่ายอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีระดับโลกที่ช่วยสร้างเสถียรภาพได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะเทคโนโลยี Grid-Forming BESS และเครื่องจักรซิงโครนัสคอนเดนเซอร์ (Synchronous Condenser: SynCon)
บทเรียนจากนานาชาติ: จากซินเจียงสู่รัฐวิกตอเรีย
ปกติแล้วระบบกักเก็บพลังงานทั่วไปจะจ่ายไฟตามแรงดันของกริดหลัก แต่เทคโนโลยี Grid-Forming BESS ยุคใหม่ทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเสมือนที่สามารถสร้างความถี่และแรงดันไฟฟ้าขึ้นได้เองด้วยซอฟต์แวร์อัจฉริยะ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในมณฑลซินเจียง ประเทศจีน มีการใช้ระบบนี้ขนาด 200 เมกะวัตต์ เพื่อเสริมเสถียรภาพในพื้นที่ห่างไกล ช่วยให้โครงข่ายไฟฟ้ามีความยืดหยุ่นสูงแม้ในจุดที่มีการส่งจ่ายไฟจำกัด
ในขณะเดียวกัน รัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย ได้นำเครื่อง SynCon ขนาด 250 MVA มาติดตั้งเพื่อสร้างความเฉื่อยทางกายภาพให้กับระบบ ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อพลังงานสะอาดเข้าสู่กริดได้เพิ่มขึ้นทันที 600 เมกะวัตต์ โดยไม่จำเป็นต้องเดินเครื่องโรงไฟฟ้าฟอสซิลสำรองเหมือนในอดีต
ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์เพื่อกริดไทยที่ยั่งยืน
ด้วยความพร้อมด้านฐานะทางการเงินของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตในระดับ AAA ทำให้เรามีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนต้นทุนต่ำเพื่อปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ ดร.นวัต ขอเสนอ 3 แนวทางเพื่อเปลี่ยนผ่านกริดไทย ดังนี้
1. ยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยี Grid-Forming: ภาครัฐควรพิจารณากำหนดคุณสมบัติ Grid-Forming สำหรับโครงการ BESS ขนาดใหญ่ภายใต้แผน PDP 2026 ในจุดยุทธศาสตร์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือหลักในการพยุงแรงดันและรักษาเสถียรภาพแทนโรงไฟฟ้าเดิมที่ทยอยหมดอายุสัญญา
2. ติดตั้ง SynCon ในจุดเชื่อมต่อพลังงานสะอาด: ควรวางยุทธศาสตร์ติดตั้งอุปกรณ์ SynCon ในพื้นที่ที่มีการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมสูง เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดของระบบส่งและเพิ่มขีดความสามารถในการรับพลังงานสะอาดเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น
3. ออกแบบตลาดบริการเสริมความมั่นคงยุคใหม่: รัฐบาลควรเร่งขับเคลื่อนนโยบายเปิดตลาดบริการเสริม (Ancillary Services) ให้กว้างขวางขึ้น เพื่อจูงใจให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนในเทคโนโลยีเหล่านี้ โดยกำหนดมูลค่าตอบแทนที่สะท้อนถึงการให้บริการความมั่นคงและการตอบสนองต่อความถี่อย่างรวดเร็ว
ความผันผวนจากการเปลี่ยนผ่านพลังงานและกระแสรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงความเสี่ยง แต่คือโอกาสที่ไทยจะก้าวสู่การเป็นประเทศที่มีโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค หากเรากล้าตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะตั้งแต่วันนี้ เพื่อผลประโยชน์ที่ยั่งยืนของประชาชนและผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคน