รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 14 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคประกาศปรับอัตราค่าบริการติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า TOU ใหม่ มีผลย้อนหลัง
รายละเอียด:
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ออกประกาศกำหนดอัตราค่าบริการใหม่สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าที่เลือกใช้อัตราค่าไฟตามช่วงเวลาการใช้ (Time of Use : TOU) ตามมติของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
- อัตราค่าบริการใหม่ครอบคลุมมิเตอร์ 6 ประเภท โดยมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 3,300 บาท (สำหรับมิเตอร์แรงต่ำ 1 เฟส) ไปจนถึง 19,000 บาท (สำหรับมิเตอร์แรงสูง 69 เควี ขึ้นไป) ซึ่งเป็นการยกเลิกอัตราเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2562 และมีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569
ผลกระทบ:
– ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนของผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้อัตราค่าไฟฟ้าแบบ TOU เพื่อบริหารจัดการและลดค่าไฟฟ้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เน้นชาร์จไฟในบ้านช่วงเวลา Off-Peak และผู้ที่ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์
– การปรับขึ้นราคาค่าบริการติดตั้งอาจเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภาคประชาชน แต่ในระยะยาวจะช่วยควบคุมการใช้ไฟฟ้าในช่วงที่มีความต้องการพลังงานสูงสุด (Peak Demand) และลดภาระการลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ของภาครัฐ
ที่มา: สำนักข่าวฐานเศรษฐกิจ วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : ผลศึกษาชี้รถยนต์ไฟฟ้าคุ้มค่าระยะยาวแต่ไทยเผชิญความท้าทายจุดชาร์จไม่เพียงพอ
รายละเอียด:
- ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics เผยผลการศึกษาต้นทุนการถือครองรถยนต์ (TCO) ตลอดระยะเวลา 5 ปี พบว่า การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) ในระยะทาง 30,000 กิโลเมตรต่อปี มีต้นทุนเฉลี่ยต่ำที่สุดเพียง 5 บาทต่อกิโลเมตร ซึ่งคุ้มค่ากว่ารถยนต์สันดาปที่มีต้นทุนสูงถึง 6.4 บาทต่อกิโลเมตร
- อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังเผชิญความไม่สมดุลระหว่างจำนวนรถ EV ที่ขยายตัวเฉลี่ยถึง 25% ต่อปี กับอุปทานจุดชาร์จไฟฟ้าที่เติบโตเพียง 20% ต่อปี ส่งผลให้สัดส่วนรถ BEV สะสมต่อหัวชาร์จพุ่งสูงถึง 23 คันต่อ 1 หัวชาร์จ ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากลที่ควรอยู่ที่ 10-15 คันต่อหัวชาร์จ และยังกระจุกตัวอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก
ผลกระทบ:
– ความหนาแน่นของรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นสร้างความเสี่ยงต่อโครงข่ายระบบไฟฟ้า (Grid Capacity) โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาวที่มีการชาร์จไฟพร้อมกันในปริมาณสูง ซึ่งภาครัฐและผู้ให้บริการสถานีชาร์จต้องร่วมมือกันวางแผนเพิ่มหัวชาร์จและพัฒนาระบบ Smart Charging
– ความกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่และจุดบริการชาร์จ (Range Anxiety) อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อรถ EV ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV Hub) และนโยบายการลดคาร์บอนของประเทศ
ที่มา: สำนักข่าว Policy Watch วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : อีลอน มัสก์ ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีล้านล้านคนแรกของโลกหลังนำ SpaceX เข้าตลาดหลักทรัพย์
รายละเอียด:
- อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ก้าวขึ้นเป็น Trillionaire หรืออภิมหาเศรษฐีที่มีความมั่งคั่งระดับล้านล้านดอลลาร์สหรัฐคนแรกของโลก หลังจากบริษัทเทคโนโลยีอวกาศยักษ์ใหญ่ SpaceX ได้เข้าจดทะเบียนซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq เป็นวันแรก และดันมูลค่าบริษัทพุ่งทะยานทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
- นอกเหนือจากแผนการขนส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารและการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink แล้ว SpaceX ยังมุ่งเป้าไปที่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยการสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในอวกาศเพื่อรองรับปริมาณข้อมูลมหาศาลในอนาคต
ผลกระทบ:
– การเติบโตของเทคโนโลยีอวกาศและแผนการสร้างศูนย์ข้อมูลนอกโลกของมัสก์ จะเพิ่มแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีระบบจัดการพลังงานขั้นสูง ซึ่งสอดคล้องกับธุรกิจ Tesla ที่มุ่งเน้นพลังงานหมุนเวียนและการจัดเก็บพลังงานไฟฟ้า (Energy Storage)
– เป็นการส่งสัญญาณให้กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงประเทศไทย ต้องเร่งเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีการเชื่อมต่อขั้นสูง นโยบายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการสนับสนุนระบบนิเวศสตาร์ทอัพเพื่อไม่ให้ตกขบวนการแข่งขันในเวทีเศรษฐกิจโลกยุคถัดไป
ที่มา: สำนักข่าวไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ชูนโยบายเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อรับมือสภาพภูมิอากาศแปรปรวน
รายละเอียด:
- บรรยากาศการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เข้มข้นไปด้วยการเสนอนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและพื้นที่สีเขียวจากผู้สมัครหลายราย เช่น นโยบาย Nature-based City ของชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และมาตรการลดภาษีที่ดินเพื่อจูงใจให้เอกชนเปิดพื้นที่รกร้างเป็นสวนสาธารณะของชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร
- ภาคประชาชนจากกลุ่ม we!park ตั้งข้อสังเกตว่าการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในอดีตมักเน้นเชิงปริมาณ เช่น เกาะกลางถนนหรือพื้นที่ที่ใช้งานจริงไม่ได้ ดังนั้นโจทย์ใหม่คือการสร้างระบบนิเวศเมืองเพื่อช่วยดูดซับน้ำ ป้องกันน้ำท่วม บรรเทาภาวะเกาะความร้อนเมือง (Urban Heat) และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนทุกกลุ่ม
ผลกระทบ:
– การออกแบบและพัฒนาเมืองสีเขียวที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนจะช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในอาคารและบ้านเรือนจากการช่วยบรรเทาอุณหภูมิความร้อนในเขตป่าคอนกรีตลงได้ในระยะยาว
– รัฐบาลและผู้บริหาร กทม. คนใหม่จำเป็นต้องขับเคลื่อนมาตรการทางกฎหมายและภาษีที่ชัดเจน เพื่อกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการเปลี่ยนผ่านกรุงเทพฯ สู่เมืองคาร์บอนต่ำที่สอดคล้องกับนโยบาย Net Zero ของประเทศ
ที่มา: สำนักข่าว The Active วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : ชัชชาติ ลงพื้นที่ฝั่งธนฯ เสนอนโยบายขนส่งมวลชนรองเชื่อมต่อระบบรางเพื่อลดปัญหารถติดและการใช้พลังงาน
รายละเอียด:
- นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ พร้อมทีมงานลงพื้นที่ฝั่งธนบุรีเพื่อหาเสียงและแสดงวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาการคมนาคมขนส่ง โดยเสนอแผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนรอง (Feeder) เพื่อเชื่อมต่อผู้โดยสารจากสถานีรถไฟฟ้าเข้าสู่ชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวอย่างตลาดน้ำตลิ่งชัน
- ในด้านการจัดการระยะยาว นายชัชชาติเสนอแนะการเตรียมตัวเจรจาหลังสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวสิ้นสุดลงในปี 2572 เพื่อผลักดันระบบตั๋วร่วมและตั๋วเดือนราคาประหยัด รวมถึงยืนยันว่า กทม. จะทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลและอำนวยความสะดวก แต่จะไม่รับโอนหนี้สินกว่า 1.5 แสนล้านบาทของ ขสมก.
ผลกระทบ:
– การส่งเสริมระบบ Feeder ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคลและการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นแนวทางหลักในการประหยัดพลังงานระดับเมืองและลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5
– การปฏิเสธการรับโอนหนี้สินของ ขสมก. ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในเชิงโครงสร้างทางการเงินของภาครัฐและความสำคัญของการแบ่งสรรภาระหน้าที่ระหว่างหน่วยงานส่วนท้องถิ่นและรัฐวิสาหกิจเพื่อความยั่งยืนทางการคลัง
ที่มา: สำนักข่าวไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : การไฟฟ้านครหลวงแจ้งดับกระแสไฟฟ้าชั่วคราวหลายจุดเพื่อบำรุงรักษาระบบและเปลี่ยนสายส่งใต้ดิน
รายละเอียด:
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศงดจ่ายกระแสไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวในวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569 ครอบคลุมพื้นที่หลายจุดในกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และนนทบุรี เพื่อดำเนินการบำรุงรักษาโครงข่ายระบบจำหน่ายไฟฟ้าและติดตั้งอุปกรณ์เปลี่ยนสายส่งจากสายอากาศเป็นสายใต้ดิน
- พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วยถนนสายสำคัญ เช่น ถนนลาดพร้าว ซอย 80, ถนนรามคำแหง, ถนนพระราม 3, ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 และบริเวณถนนสุขุมวิทในจังหวัดสมุทรปราการ โดยระยะเวลางดจ่ายไฟจะอยู่ระหว่างเวลาประมาณ 08.30 น. ถึง 17.00 น. ขึ้นอยู่กับแต่ละจุดปฏิบัติงาน
ผลกระทบ:
– ส่งผลกระทบชั่วคราวต่อกิจกรรมประจำวันและการดำเนินงานของร้านค้าและธุรกิจในบริเวณพื้นที่ดับไฟ แต่มีความจำเป็นเพื่อเสริมความมั่นคงปลอดภัยและประสิทธิภาพในการจ่ายกระแสไฟฟ้าในอนาคต
– การเปลี่ยนระบบสายส่งไฟฟ้าเป็นสายใต้ดินจะช่วยลดปัญหาไฟฟ้าดับจากปัจจัยสภาพแวดล้อม เช่น พายุ ลมแรง และลดอุบัติเหตุทางกายภาพที่อาจเกิดขึ้นกับโครงข่ายระบบจำหน่ายไฟฟ้า
ที่มา: สำนักข่าวไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- ขสมก. จัดบริการรถ Shuttle Bus ฟรี 6 เส้นทาง พร้อมรถโดยสารประจำทาง 18 เส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเดินทางร่วมถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เปิดใช้งานถนน 4 ช่องจราจร สายแยก ทล.4103 – ถนนพุทธภูมิ จังหวัดนครศรีธรรมราช ระยะทาง 4 กิโลเมตร เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรและส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านศาสนาและวัฒนธรรม
- แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ Livinginsider รายงานว่าพนักงานออฟฟิศยังคงนิยมเช่าคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า BTS และ MRT โดยเฉพาะทำเลสุขุมวิท อโศก พระราม 9 และรัชดาภิเษก เนื่องจากเดินทางสะดวกและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต