EP.9. วิกฤตพลังงานสะอาดล้นระบบแต่ขาดระบบกักเก็บ: สัญญาณเตือนภัยจากกริดยุโรปสู่โจทย์ใหญ่ BESS ของไทย
เมื่อแสงแดดกลายเป็นวิกฤต: บทเรียนราคาแพงจากกริดยุโรปสู่ทางรอด BESS ของไทย
ในยุคที่ทั่วโลกต่างเร่งสปีดเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Energy Transition) พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมถูกมองว่าเป็นพระเอกที่จะช่วยขับเคลื่อนมนุษยชาติไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ แต่ในทางปฏิบัติ ความจริงอันโหดร้ายทางวิศวกรรมกำลังเผยตัวตนออกมา เมื่อ “โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ” และ “ระบบกักเก็บพลังงาน” พัฒนาไม่ทันสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนเกิดภาวะพลังงานล้นระบบและค่าไฟฟ้าติดลบในช่วงกลางวัน
—
### **สัญญาณเตือนภัยจากยุโรป: เมื่อพลังงานสะอาดล้นจนกริดรับไม่ไหว**
ปัจจุบัน ยุโรปกำลังเผชิญกับผลกระทบทางเทคนิคและเศรษฐศาสตร์อย่างรุนแรง เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และกรีซ ต้องประสบภาวะพลังงานหมุนเวียนล้นระบบในช่วงกลางวันจนค่าไฟฟ้าขายส่งดิ่งลงจนติดลบ บีบให้ผู้ควบคุมระบบต้องสั่งลดกำลังการผลิต (Curtailment) ของโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อรักษาเสถียรภาพของโครงข่าย
ในเนเธอร์แลนด์ ผู้ประกอบการระบบจำหน่ายไฟฟ้าอย่าง Liander และ Enexis กำลังเผชิญวิกฤตความแออัดของสายส่งขั้นรุนแรง ส่งผลให้มีลูกค้าราว 7,300 รายต้องรอคิวเชื่อมต่อโครงข่ายนานกว่าปกติ จนต้องออกมารณรงค์ให้ภาคครัวเรือนปรับพฤติกรรมเลี่ยงการใช้ไฟช่วงพีคเย็น และหันมาใช้ไฟหรือชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงกลางวันแทน ขณะที่ กรีซ ได้เริ่มบังคับใช้มาตรการควบคุมระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่แบบเดี่ยว (Standalone BESS) ขนาด 900 เมกะวัตต์ โดยสั่งห้ามอัดประจุไฟฟ้าเข้าระบบในช่วงเวลา 10:00 น. ถึง 15:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่โซลาร์ผลิตไฟได้สูงสุด และห้ามดึงไฟออกจากระบบช่วง 18:00 น. ถึง 24:00 น. ซึ่งเป็นช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด เพื่อบริหารจัดการความยืดหยุ่นของโครงข่ายที่เริ่มตึงตัว
ตรงกันข้ามกับออสเตรเลียที่เริ่มแก้ปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม โดยรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้เปิดตัวแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานระยะยาวขนาด 8 ชั่วโมงแห่งแรกของประเทศ ในโครงการ Limondale ขนาด 50 เมกะวัตต์ / 400 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ที่ใช้เทคโนโลยีจดทะเบียนแบบอสมมาตร (Asymmetric Registration) ทำให้สามารถชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็วที่กำลังไฟ 100 เมกะวัตต์ภายในเวลา 4 ชั่วโมงเพื่อดูดซับโซลาร์ส่วนเกิน และจ่ายไฟออกที่ 50 เมกะวัตต์ได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมงในช่วงที่ไร้แสงแดด
—
### **โจทย์ใหญ่กริดไทย: เมื่อการส่งเสริมโซลาร์สวนทางกับความพร้อมของระบบ**
หันกลับมามองที่ประเทศไทย ภาครัฐและเอกชนกำลังตื่นตัวกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์อย่างคึกคัก สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นโครงการโซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่เพื่อหนุนเป้ารับซื้อถึง 500 เมกะวัตต์ ขณะที่ภาคเอกชนอย่าง ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ หรือ TSE ก็เตรียมเร่งพัฒนาโครงการ Solar Big Lot รวมกว่า 229 เมกะวัตต์ เพื่อป้อนไฟฟ้าสะอาดเข้าระบบในอนาคตอันใกล้
ทว่า สิ่งที่ขาดหายไปในสมการพลังงานสะอาดของไทยคือ “ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ (Utility-Scale BESS)” ที่มีเสถียรภาพ ปัจจุบันโครงข่ายไฟฟ้าไทยยังไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนปริมาณมหาศาล (High VRE Penetration) หากปล่อยให้เกิดการผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์ไหลเข้าระบบอย่างไร้การควบคุม ในช่วงกลางวันที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำ พลังงานจะไหลย้อนกลับ (Reverse Power Flow) เข้าสู่ระบบจำหน่าย ซึ่งจะส่งผลให้แรงดันไฟฟ้าผันผวน อุปกรณ์ในระบบส่งเสียหาย และอาจนำไปสู่ภาวะกริดล่มในท้ายที่สุด
—
### **ทางออกเชิงกลยุทธ์: พิมพ์เขียว 3 แกนเพื่อความมั่นคงพลังงานไทย**
หากประเทศไทยต้องการหลีกเลี่ยงวิกฤตกริดแออัดและค่าไฟติดลบแบบที่เกิดขึ้นในยุโรป ภาครัฐและผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างเร่งด่วนผ่าน 3 เสาหลักเชิงเทคโนโลยี:
1. **การกำหนดเกณฑ์บังคับติดตั้ง BESS ควบคู่กับโครงการโซลาร์ขนาดใหญ่ (Solar + Storage co-location):** ภาครัฐควรปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การรับซื้อไฟฟ้าในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ โดยกำหนดให้โครงการผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ เช่น โครงการโซลาร์ฟาร์มของภาคเอกชน ต้องติดตั้งระบบ BESS ร่วมด้วย เพื่อทำหน้าที่เป็น Firming Capacity ในการรักษาเสถียรภาพการจ่ายไฟ
2. **การนำนวัตกรรมระบบบริการจัดการโครงข่ายอัจฉริยะ (Grid Modernization) มาใช้:** ส่งเสริมให้ 3 การไฟฟ้าเร่งรัดการลงทุนติดตั้งสมาร์ตมิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) และแพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะในระดับโครงข่ายจำหน่าย เพื่อให้สามารถพยากรณ์และควบคุมทิศทางการไหลของไฟฟ้าได้แบบเรียลไทม์
3. **การออกแบบอัตราค่าบริการและมาตรการจูงใจทางการเงินแบบใหม่ (Dynamic Tariffs):** นำโมเดลการอัดประจุแบบอสมมาตร (Asymmetric Charging) จากออสเตรเลียมาประยุกต์ใช้ โดยเปิดโอกาสให้เอกชนที่ลงทุนใน BESS ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าที่สะท้อนต้นทุนจริงตามช่วงเวลา เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานระยะยาวจากภาคเอกชน
การเร่งสัดส่วนพลังงานสะอาดโดยปราศจากระบบกักเก็บพลังงานที่ชาญฉลาด ก็เปรียบเสมือนการสร้างเขื่อนเก็บน้ำขนาดใหญ่โดยไม่มีประตูปิด-เปิดน้ำ บทเรียนจากกริดยุโรปในวันนี้คือสิ่งย้ำเตือนว่า ทางรอดเดียวของระบบไฟฟ้าไทย ไม่ใช่เพียงแค่การผลิตพลังงานสะอาดให้ได้มากที่สุด แต่คือการบริหารจัดการพลังงานสะอาดเหล่านั้นให้อยู่ในระบบได้อย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพสูงสุดต่างหาก