Skip to content
  • Facebook
  • Youtube
ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP
ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP
  • KYP Insights
    • Think Tank
    • Grid Watch
    • Shock Circuit
  • Thailand Energy
    • Daily News
    • Weekly Analysis
  • Global Weekly
    • ASEAN
    • Australia
    • China
    • EU & UK
    • Japan & Korea
    • USA
  • Active Public Hearings
  • About Us
  • KYP Insights
    • Think Tank
    • Grid Watch
    • Shock Circuit
  • Thailand Energy
    • Daily News
    • Weekly Analysis
  • Global Weekly
    • ASEAN
    • Australia
    • China
    • EU & UK
    • Japan & Korea
    • USA
  • Active Public Hearings
  • About Us
Subscribe
Close

Search

Grid Watch

EP.8. เมื่อกระแส AI และ Data Center บีบให้ระบบกริดไฟฟ้าทั่วโลกต้องปฏิรูป: บทเรียนราคาแพงที่ไทยต้องรับมือ

By Dr.Nawat GridWatch
June 15, 2026 1 Min Read
0

สมรภูมิไฟสีเขียวในยุคตื่นทอง AI: เมื่อระบบกริดโลกกำลังปฏิรูป ยุทธศาสตร์ไฟไทยจะปรับตัวอย่างไรเพื่อความอยู่รอด

โลกเทคโนโลยีกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของปัญญาประดิษฐ์และการประมวลผลขั้นสูงไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์อัจฉริยะเท่านั้น แต่เบื้องหลังความอัจฉริยะเหล่านั้นคือการใช้พลังงานไฟฟ้าระดับกิกะวัตต์ตลอด 24 ชั่วโมง ความต้องการพลังงานที่ไร้ขีดจำกัดจากดาต้าเซ็นเตอร์เหล่านี้ กำลังบีบให้โครงข่ายไฟฟ้าหรือระบบกริดทั่วโลกต้องเข้าสู่ยุคปฏิรูป และนี่คือสัญญาณเตือนภัยอันทรงพลังถึงประเทศไทยที่กำลังเสี่ยงจะสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หากระบบไฟฟ้าของประเทศยังปรับตัวไม่ทันกระแสโลก

### **ถอดบทเรียนโลก: สมรภูมิการปรับโครงสร้างเพื่อรองรับโหลดระดับยักษ์**

ในเวทีโลก พลังงานไฟฟ้าได้กลายเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญเทียบเท่าน้ำมันดิบ รายงานจากออสเตรเลียชี้ให้เห็นว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงถึง 3 เท่าภายในปี 2573 หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 6% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในระบบตลาดไฟฟ้าแห่งชาติ ความกดดันนี้ทำให้ออสเตรเลียและกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วต้องเร่งลงทุนระบบโครงข่ายอัจฉริยะ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ระยะยาวเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบส่ง

ขณะเดียวกัน ยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีในเอเชียอย่างเกาหลีใต้ โดยกลุ่มบริษัทแชโบลชั้นนำอย่าง เอสเค กรุ๊ป ได้ประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงานสะอาดครั้งใหญ่ร่วมกับกองทุนระดับโลก เพื่อรวมศูนย์สินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนและระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานรองรับความต้องการของดาต้าเซ็นเตอร์ เช่นเดียวกับในญี่ปุ่นที่กลุ่มทุนขนาดใหญ่อย่าง ทีดีเค ต้องเข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีการจัดการความร้อนและระบบระบายความร้อนขั้นสูง เนื่องจากตระหนักดีว่าปัญหาความร้อนและการใช้พลังงานในดาต้าเซ็นเตอร์ยุคปัญญาประดิษฐ์ จะกลายเป็นสมรภูมิการแข่งขันใหม่ที่ท้าทายขีดความสามารถของระบบจำหน่ายไฟฟ้าดั้งเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

### **วิกฤตคอขวดพลังงานไทย: ดีมานด์พุ่งชนเพดานสายส่ง**

ตัดกลับมาที่ประเทศไทย ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานและโทรคมนาคมกำลังเร่งเครื่องปักหมุดโครงการดิจิทัลระดับอภิมหาโปรเจกต์อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน กลุ่มบริษัท กัลฟ์ ประกาศทุ่มงบลงทุนสูงถึง 140,000 ล้านบาท เพื่อร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง ไมโครซอฟท์, กูเกิล และซิงเทล ในการขยายดาต้าเซ็นเตอร์และระบบคลาวด์อัจฉริยะ โดยตั้งเป้าหมายกำลังการให้บริการรวมสูงถึง 2,000 เมกะวัตต์ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ขณะที่ ทรู ไอดีซี ก็ได้จับมือกับบีโอไอลงทุนโครงการขนาดใหญ่กว่า 77,000 ล้านบาทในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อสร้างศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทว่า ข้อจำกัดที่แท้จริงและเป็นความเสี่ยงสูงสุดในระบบนิเวศพลังงานของไทยคือ “ระบบสายส่งและนโยบายเปิดเสรีพลังงาน” ปัจจุบัน โควตานำร่องสำหรับการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้าแก่บุคคลที่สามถูกกำหนดไว้เพียง 2,000 เมกะวัตต์เท่านั้น ขณะที่ยอดจองและความต้องการจริงจากกลุ่มนักลงทุนและผู้พัฒนาเทคโนโลยีกลับพุ่งสูงเกินกว่า 10,000 เมกะวัตต์ หรือสูงกว่าโควตาที่รัฐจัดสรรถึง 5 เท่า

คอขวดเชิงนโยบายและการลงทุนระบบสายส่งที่ล่าช้า ผนวกกับการประกาศใช้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ที่ยืดเยื้อมานาน กำลังกลายเป็นตัวฉุดรั้งขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย หากผู้ประกอบการเทคโนโลยีระดับโลกที่ต้องการพลังงานสีเขียวที่เสถียร 100% ไม่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าสะอาดได้ตามเงื่อนไข ประเทศไทยก็มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเม็ดเงินลงทุนก้อนโตนี้ให้แก่ประเทศคู่แข่งในอาเซียนอย่างเวียดนามและมาเลเซียที่กำลังเปิดกว้างเชิงนโยบายมากกว่า

### **ทางรอดและทางออกเชิงกลยุทธ์: 3 วาระเร่งด่วนสู่กริดอัจฉริยะ**

เพื่อไม่ให้ประเทศไทยตกขบวนในสมรภูมิเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก ภาครัฐและผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรมดังต่อไปนี้:

1. **การปฏิรูปแผนและการลงทุนโครงข่ายสายส่งอัจฉริยะ:** รัฐบาลต้องบรรจุแผนการขยายขีดความสามารถของระบบสายส่งไฟฟ้าในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ลงในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่อย่างชัดเจน โดยต้องนำเทคโนโลยีระบบควบคุมอัจฉริยะและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เข้ามาผสานเพื่อจัดการปัญหาความแออัดของโครงข่าย

2. **การปลดล็อกข้อจำกัดนโยบายและขยายสิทธิ์การค้าไฟฟ้าเสรี:** รัฐควรพิจารณาปรับเพิ่มโควตาการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงและเร่งเปิดเสรีระบบโครงข่ายไฟฟ้าแก่บุคคลที่สามอย่างเป็นขั้นตอน พร้อมทั้งกำหนดเกณฑ์อัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียวที่มีความยืดหยุ่นและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อดึงดูดกลุ่มทุนเทคโนโลยีให้ตัดสินใจปักหมุดลงทุนระยะยาวในประเทศ

3. **การส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีและบุคลากรพันธุ์ผสม:** สนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและสถาบันวิจัยในการพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญร่วม ทั้งในด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบพลังงานไฟฟ้ากำลัง เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะและการออกแบบระบบระบายความร้อนประสิทธิภาพสูงสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่

บทเรียนจากความผันผวนของพลังงานโลกและการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีในต่างประเทศได้พิสูจน์แล้วว่า กริดไฟฟ้าที่มั่นคง ยืดหยุ่น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของเศรษฐกิจยุคใหม่ หากไทยต้องการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคต การผ่าตัดโครงสร้างพลังงานและปฏิรูประบบกริดไฟฟ้าจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป หากแต่เป็น “ทางรอดเดียว” ที่ต้องลงมือทำทันที

Tags:

data centerการไฟฟ้าน้ำมันออสเตรเลียอาเซียน
Author

Dr.Nawat GridWatch

Follow Me
Other Articles
Previous

รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 15 มิถุนายน 2569

Next

EP.9. วิกฤตพลังงานสะอาดล้นระบบแต่ขาดระบบกักเก็บ: สัญญาณเตือนภัยจากกริดยุโรปสู่โจทย์ใหญ่ BESS ของไทย

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

  • June 23, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 23 มิถุนายน 2569
  • June 22, 2026 by Dr.Nawat GridWatch EP.10. พายุเทคโนโลยีแบตเตอรี่ราคาดิ่งและข้อจำกัดสายส่ง: บทเรียนจากระบบ BESS แสนล้านสู่โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะไทย
  • June 22, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 22 มิถุนายน 2569
  • June 21, 2026 by KYP-Editorial รายงานวิเคราะห์ข่าวพลังงานรายสัปดาห์ (Weekly Digest) ประจำวันที่ 15 มิถุนายน 2569 - 21 มิถุนายน 2569
  • June 21, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 21 มิถุนายน 2569

ใหม่! รวม ร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างช่วงแสดงความคิดเห็น (Click ใน Active Public Hearings)

ใหม่! บทความเปลี่ยนค่าไฟเป็นทุน: ข้อเสนอเชิงนโยบาย “On-Bill Repayment” ปลดล็อกโซลาร์เซลล์ให้คนไทย (Click ใน KYP Insights)

Copyright 2026 — ENERGY NEWS BY KYP sponsored by Foundation of Ecological Recovery. All rights reserved.