รายงานข่าวระบบไฟฟ้าญี่ปุ่นและเกาหลี (East Asia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 13-Jun-2026 ถึง 19-Jun-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : เกาหลีใต้เดินหน้าขยายนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ กำหนดพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าใหม่และ SMR เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าจาก AI
รายละเอียด:
- บริษัท Korea Hydro & Nuclear Power (KHNP) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานนิวเคลียร์ของเกาหลีใต้ ได้ประกาศเลือกเมืองยองด็อก (Yeongdeok) จังหวัดคยองซังเหนือ เป็นพื้นที่สำหรับก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดใหญ่แห่งใหม่จำนวน 2 โรง และเลือกเมืองคีจัง (Gijang) ในปูซาน เป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMR) แห่งแรก
- การตัดสินใจดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายพลังงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนพลังงานนิวเคลียร์ในระบบไฟฟ้าของประเทศ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าที่คาดว่าจะพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากการเติบโตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center)
- คณะกรรมการคัดเลือกพื้นที่ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก ได้ทำการประเมินปัจจัยรอบด้าน ทั้งความเหมาะสมของพื้นที่ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง และการยอมรับของชุมชนในพื้นที่ โดยให้เหตุผลว่าเสถียรภาพของกำลังผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์เป็นสิ่งจำเป็นต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ผลกระทบ:
การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าเกาหลีใต้กลับมาสนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) การเลือกเทคโนโลยี SMR ยังสะท้อนถึงการเปิดรับนวัตกรรมนิวเคลียร์ยุคใหม่ที่มีความยืดหยุ่นและปลอดภัยสูงขึ้น
ความท้าทายที่สำคัญคือการจัดการด้านโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าเพื่อรองรับกำลังผลิตขนาดใหญ่จากโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ โดยหนังสือพิมพ์ Donga Ilbo ของเกาหลีใต้ชี้ให้เห็นว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การขยายกำลังผลิตไฟฟ้าเติบโตถึง 22% แต่การขยายระบบสายส่งไฟฟ้ากลับตามไม่ทัน โดยเติบโตเพียง 4% ซึ่งอาจสร้างปัญหาคอขวดในระบบและจำกัดประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าใหม่ได้ในอนาคต
บทเรียนสำหรับกิจการไฟฟ้าคือ การวางแผนขยายกำลังผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Centralized Generation) จำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการวางแผนพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Modernization) อย่างบูรณาการ เพื่อให้สามารถส่งจ่ายไฟฟ้าได้อย่างเต็มศักยภาพและรักษาเสถียรภาพของระบบโดยรวม โดยเฉพาะเมื่อต้องรองรับโหลดขนาดใหญ่และมีความอ่อนไหวสูงอย่างศูนย์ข้อมูล AI
ที่มา: The Korea Herald, Yonhap News, 18 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : ต้นทุนระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ลดต่ำกว่าโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น
รายละเอียด:
- Nikkei Asia รายงานการวิเคราะห์ว่าต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานีกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Storage Stations) ในญี่ปุ่นได้ลดลงจนต่ำกว่าต้นทุนของโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติเป็นครั้งแรก
- ปัจจัยสำคัญมาจากการที่ราคาแบตเตอรี่ทั่วโลกลดลงถึง 40% ในปี 2568 เนื่องจากสภาวะการผลิตล้นตลาด (Overproduction) ในประเทศจีน ประกอบกับการชะลอตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของจีน เช่น BYD หันมามุ่งเน้นตลาดระบบกักเก็บพลังงานสำหรับระบบไฟฟ้ามากขึ้น
- ในทางกลับกัน ต้นทุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติกลับสูงขึ้น เนื่องจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานของกังหันก๊าซ (Gas Turbine) ที่ตึงตัว ทำให้การลงทุนในโรงไฟฟ้าฟอสซิลมีความน่าสนใจน้อยลงในเชิงเศรษฐศาสตร์
ผลกระทบ:
การเปลี่ยนแปลงด้านต้นทุนนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ (Tipping Point) ที่จะเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่พลังงานสะอาดเร็วขึ้น ระบบ BESS ที่มีต้นทุนถูกลงจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างเสถียรภาพให้กับระบบไฟฟ้าที่พึ่งพาพลังงานหมุนเวียนซึ่งมีความผันผวนสูง เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม
สำหรับธุรกิจไฟฟ้าและ Utility รูปแบบธุรกิจใหม่ๆ จะเกิดขึ้นจากการลงทุนและให้บริการ BESS ทั้งในรูปแบบ Grid-scale เพื่อให้บริการเสริมความมั่นคงของระบบ (Ancillary Services) แก่ผู้ดูแลระบบส่ง (Transmission System Operator) และในรูปแบบหลังมิเตอร์ (Behind-the-meter) สำหรับภาคอุตสาหกรรมและอาคารขนาดใหญ่เพื่อลดค่าไฟฟ้าในช่วงพีค
ความเสี่ยงที่น่าจับตาคือการพึ่งพิงห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่จากประเทศจีน ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 70% อาจสร้างความเปราะบางด้านความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว ประเทศต่างๆ รวมถึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จึงจำเป็นต้องพัฒนานโยบายเพื่อส่งเสริมการผลิตแบตเตอรี่ภายในประเทศและสร้างความหลากหลายในห่วงโซ่อุปทาน
ที่มา: Nikkei Asia, 17 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : บริษัทเคเบิลเกาหลีใต้ Gaon Cable รุกตลาดสหรัฐฯ รับอานิสงส์ความต้องการไฟฟ้าจากโครงสร้างพื้นฐาน AI และพลังงานหมุนเวียน
รายละเอียด:
- บริษัท Gaon Cable ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ LS Cable & System ของเกาหลีใต้ ประกาศว่าบริษัทได้จัดส่งสายส่งไฟฟ้ามูลค่าหลายล้านดอลลาร์สำหรับโครงการระบบโครงข่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในสหรัฐอเมริกา
- การเติบโตนี้เป็นผลโดยตรงจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของศูนย์ข้อมูล AI ในสหรัฐฯ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่ทั้งในส่วนของโรงไฟฟ้าใหม่และโครงการปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Upgrades) ให้ทันสมัย
- นอกจากนี้ Gaon Cable ยังได้รับสัญญาจัดหาสายเคเบิลสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ในสหรัฐฯ โดยตรง และคาดการณ์ว่ายอดสั่งซื้อจากตลาดสหรัฐฯ ในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แตะระดับ 2 แสนล้านวอน (ประมาณ 131 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ผลกระทบ:
สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับการเติบโตของ AI ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ แต่ยังขยายผลมายังอุตสาหกรรมไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานอย่างชัดเจน บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์สายส่งและระบบไฟฟ้ากำลังจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการรองรับการเปลี่ยนผ่านนี้
แนวโน้มดังกล่าวเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ประกอบการและผู้กำหนดนโยบายว่า การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) เช่น ศูนย์ข้อมูล AI จำเป็นต้องมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน (Energy Infrastructure) ควบคู่กันไปเสมอ มิฉะนั้นอาจเกิดปัญหาคอขวดด้านพลังงานและเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
การที่บริษัทเกาหลีใต้สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานของโครงการขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ได้ แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและคุณภาพผลิตภัณฑ์ในระดับสากล ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมหนักและวิศวกรรมไฟฟ้าของภูมิภาคเอเชียตะวันออก
ที่มา: The Korea Herald, 18 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : Hitachi Energy จากญี่ปุ่น เข้าซื้อกิจการในแคนาดาเพื่อเสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทานหม้อแปลงไฟฟ้า รองรับตลาดศูนย์ข้อมูล AI ในอเมริกาเหนือ
รายละเอียด:
- บริษัท Hitachi Energy ในเครือ Hitachi ของญี่ปุ่น ประกาศแผนเข้าซื้อกิจการ Canduct ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติแคนาดาผู้จัดหาวัสดุและชิ้นส่วนสำหรับหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer)
- การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในทวีปอเมริกาเหนือ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการโครงสร้างพื้นฐานระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ซึ่งมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล AI และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
- Hitachi Energy ชี้ว่าความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง (Power Transformer) ในอเมริกาเหนือเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการมีฐานการผลิตในพื้นที่จะช่วยให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่ม Utility และศูนย์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผลกระทบ:
การเคลื่อนไหวของ Hitachi Energy ตอกย้ำถึงแนวโน้มระดับโลกที่ความต้องการไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูล AI กำลังสร้างแรงกดดันและโอกาสให้กับอุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้ากำลัง (Power Equipment) ทั่วโลก บริษัทที่มีห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งและฐานการผลิตในภูมิภาคสำคัญๆ จะมีความได้เปรียบในการแข่งขัน
นี่คือตัวอย่างกลยุทธ์ของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่ปรับตัวเชิงรุก โดยไม่ได้มองแค่การขายผลิตภัณฑ์ แต่มองไปถึงการสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานผ่านการเข้าซื้อกิจการ (M&A) เพื่อเข้าถึงตลาดและเทคโนโลยีในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นโมเดลที่น่าสนใจสำหรับบริษัทพลังงานอื่นๆ
การลงทุนในหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งของการปรับปรุงระบบโครงข่ายให้ทันสมัย (Grid Modernization) ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการรองรับทั้งการจ่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากยานยนต์ไฟฟ้าและศูนย์ข้อมูล การลงทุนของ Hitachi สะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่าตลาดนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ที่มา: Nikkei Asia, 18 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : Hyundai Motor Group พัฒนาระบบไฟฟ้าไฮโดรเจนสีเขียวสำหรับสถานีวิจัยในทวีปแอนตาร์กติกา
รายละเอียด:
- Hyundai Motor Group ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับกระทรวงมหาสมุทรและการประมง และสถาบันวิจัยขั้วโลกแห่งเกาหลี เพื่อริเริ่มโครงการติดตั้งระบบหมุนเวียนพลังงานไฮโดรเจนสะอาด (Clean Hydrogen Energy Circulation System) ณ สถานีวิจัยของเกาหลีใต้ในทวีปแอนตาร์กติกา
- โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการพึ่งพาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน โดยระบบใหม่นี้จะผลิตไฮโดรเจนสีเขียวผ่านกระบวนการแยกน้ำด้วยไฟฟ้า (Water Electrolysis) โดยใช้ไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์
- ไฮโดรเจนที่ผลิตได้จะถูกกักเก็บไว้ และจะถูกเปลี่ยนกลับเป็นไฟฟ้าผ่านเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) เพื่อใช้ในช่วงเวลาที่ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้ เช่น ในช่วงกลางคืนหรือสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ถือเป็นการสร้างระบบไฟฟ้าแบบพึ่งพาตนเอง (Off-grid) ที่ใช้พลังงานสะอาดครบวงจร
ผลกระทบ:
โครงการนี้เป็นกรณีศึกษาที่สำคัญของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีไฮโดรเจนสีเขียวในพื้นที่ห่างไกลและมีสภาพแวดล้อมสุดขั้ว ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของไฮโดรเจนในการเป็นตัวกลางกักเก็บพลังงาน (Energy Carrier) เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าขนาดเล็ก (Microgrid) ที่ใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก
ความสำเร็จของโครงการนี้จะเป็นต้นแบบที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลักได้ เช่น พื้นที่เกาะ หรือชุมชนห่างไกล ซึ่งเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่สำหรับบริษัทเทคโนโลยีพลังงาน
นาย Sung Kim ประธานบริษัท Hyundai Motor กล่าวว่าโครงการนี้เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของสถานีวิจัย และสอดคล้องกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของรัฐบาล ซึ่งเป็นการแสดงบทบาทของเกาหลีใต้ในฐานะผู้มีส่วนร่วมอย่างรับผิดชอบในกิจกรรมที่แอนตาร์กติกาต่อประชาคมโลก
ที่มา: Yonhap News, 18 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : ญี่ปุ่นพิจารณาออกกฎหมายบังคับให้ผู้ผลิตรถยนต์รวบรวมแบตเตอรี่ EV ใช้แล้ว
รายละเอียด:
- รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาที่จะกำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องรับผิดชอบในการรวบรวมแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่หมดอายุการใช้งานแล้ว ภายใต้กฎหมายการรีไซเคิลยานยนต์ของประเทศ
- ปัจจุบัน การรวบรวมแบตเตอรี่ EV ในญี่ปุ่นยังคงเป็นไปในรูปแบบสมัครใจ แต่ปริมาณขยะจากแบตเตอรี่ที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ทำให้รัฐบาลเล็งเห็นความจำเป็นในการสร้างระบบที่ชัดเจนและมีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย
- ข้อเสนอดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความปลอดภัยในการจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้ว และที่สำคัญคือเพื่อสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากร โดยการส่งเสริมการนำโลหะมีค่า เช่น ลิเธียมและโคบอลต์ กลับมาใช้ใหม่ ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ
ผลกระทบ:
การออกกฎหมายนี้จะผลักดันให้เกิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในอุตสาหกรรมยานยนต์และแบตเตอรี่อย่างเป็นรูปธรรม โดยผู้ผลิตรถยนต์จะต้องวางแผนและลงทุนในระบบโลจิสติกส์ย้อนกลับ (Reverse Logistics) และโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่
แนวทางดังกล่าวจะสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรีไซเคิล การซ่อมบำรุง และการนำแบตเตอรี่กลับมาใช้ใหม่ (Second-life Battery) เช่น การนำไปใช้ในระบบกักเก็บพลังงานสำหรับบ้านเรือนหรือสถานีชาร์จ EV
นโยบายนี้สอดคล้องกับทิศทางของสหภาพยุโรปที่ออกกฎระเบียบด้านแบตเตอรี่ที่เข้มงวด ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าไม่ได้จบแค่การผลิตและขายรถยนต์ แต่ต้องครอบคลุมไปถึงการจัดการตลอดช่วงชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Product Lifecycle Management) เพื่อสร้างความยั่งยืนอย่างแท้จริง
ที่มา: Nikkei Asia, 16 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : ผลสำรวจระดับโลกชี้ภาคธุรกิจสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้าสะอาดอย่างแข็งขัน
รายละเอียด:
- ผลสำรวจผู้บริหารระดับสูงใน 18 ประเทศทั่วโลก (รวมถึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้) ซึ่งจัดทำโดย We Mean Business Coalition พบว่า ภาคธุรกิจให้การสนับสนุนอย่างท่วมท้นต่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
- 91% ของผู้บริหารเชื่อว่าการใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานหลัก (Electrification) จะช่วยเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน และ 79% ระบุว่าความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ (เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง) ยิ่งทำให้การเปลี่ยนผ่านนี้มีความเร่งด่วนมากขึ้น
- 90% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าการดำเนินงานของบริษัทตนจะเปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้าเป็นหลักภายในปี 2578 และ 88% เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ
- อย่างไรก็ตาม 72% ของผู้บริหารรู้สึกว่านโยบายของภาครัฐยังตามไม่ทันความต้องการของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าและกรอบนโยบายที่สนับสนุนการลงทุน
ผลกระทบ:
ผลสำรวจนี้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นว่าภาคธุรกิจไม่ได้มองการเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นเพียงภาระด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่มองเป็นยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อสร้างความมั่นคงและความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังในการเปลี่ยนแปลง
ภาครัฐในประเทศต่างๆ รวมถึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ จำเป็นต้องเร่งปรับปรุงนโยบายและกฎระเบียบเพื่อปลดล็อกการลงทุนในพลังงานสะอาดและระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชน มิฉะนั้นอาจสูญเสียโอกาสในการดึงดูดการลงทุน โดย 62% ของผู้บริหารระบุว่าอาจพิจารณาย้ายฐานการผลิตหากรัฐบาลไม่ให้การสนับสนุนที่เพียงพอ
บทเรียนสำหรับกิจการไฟฟ้าคือความต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาดจากภาคอุตสาหกรรมกำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ การจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น กลไกการซื้อขายใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) จะกลายเป็นบริการหลักที่ต้องมีเพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่มธุรกิจ
ที่มา: Yonhap News, 15 มิถุนายน 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- โตเกียวและลอนดอนบรรลุข้อตกลงกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเน้นความร่วมมือในโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งและเทคโนโลยีนิวเคลียร์ยุคใหม่
- บทบรรณาธิการจาก Korea Times ชี้ว่าอนาคตอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ไม่สามารถพึ่งพาแค่การกระจุกตัวในเมืองหลวง แต่ต้องกระจายการลงทุนไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียนสูง เช่น ภูมิภาคจอลลา
- บริษัท Envision ประกาศโครงการ ‘Mission Gobi’ เพื่อพัฒนาศูนย์ข้อมูล AI ที่ใช้พลังงานสะอาดขนาด 5 กิกะวัตต์ในพื้นที่ทะเลทรายภายในปี 2573 โดยมุ่งสร้างพิมพ์เขียวใหม่สำหรับการเติบโตของ AI ที่ยั่งยืน
- บริษัท SK hynix ของเกาหลีใต้เริ่มจัดส่งตัวอย่างชิปหน่วยความจำ HBM4E ซึ่งเป็นหน่วยความจำรุ่นใหม่สำหรับ AI ให้กับลูกค้ารายใหญ่แล้ว สะท้อนการแข่งขันที่รุนแรงในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม AI
- กลุ่มประเทศ G7 เห็นพ้องที่จะจัดตั้งพันธมิตรด้านแร่ธาตุสำคัญ (Critical Minerals) และแพลตฟอร์มใหม่เพื่อลดการพึ่งพิงห่วงโซ่อุปทานจากจีน โดยเฉพาะลิเธียมและนิกเกิลซึ่งสำคัญต่อแบตเตอรี่และพลังงานสะอาด