EP.9. ศึกชิงทรัพยากรพลังงาน: แผนคลอดค่าไฟ ‘ประเภทที่ 9’ ควบคุมทุนยักษ์ Data Center เพื่ออุ้มกลุ่มเปราะบางผู้ใช้ไฟฐานราก
เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนผ่านสู่ยุค ‘ปัญญาประดิษฐ์’ (Artificial Intelligence – AI) ประเทศไทยกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของทุนยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่ต้องการตั้งฐานข้อมูลขนาดใหญ่หรือ ‘ศูนย์ข้อมูล’ (Data Center) แม้รัฐบาลจะมองว่านี่คือโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่คำถามสำคัญที่ยังไม่ได้รับคำตอบคือ ในวันที่ทุนยักษ์เหล่านี้เข้ามาสูบใช้ไฟฟ้ามหาศาลตลอด 24 ชั่วโมง ประชาชนคนธรรมดาจะต้องแบกรับภาระที่ตามมาอย่างไร?
บทเรียนจากต่างประเทศสะท้อนภัยเงียบนี้ได้ดี ในรัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา เกิดการร้องเรียนต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานแห่งชาติ (FERC) เนื่องจากระบบส่งไฟฟ้าพยายามผลักภาระต้นทุนสายส่งนับพันล้านดอลลาร์ที่สร้างเพื่อรองรับศูนย์ข้อมูล ให้กลายเป็นภาระในบิลค่าไฟของประชาชนทั่วไป ในขณะที่ออสเตรเลียเลือกแก้ปัญหาเชิงรุกด้วยการบังคับให้ผู้พัฒนาศูนย์ข้อมูลต้องร่วมลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ของตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้โครงข่ายไฟฟ้าหลักแบกรับภาระจนเกินขีดจำกัด
สำหรับประเทศไทย ความพยายามล่าสุดคือการผลักดัน ‘ค่าไฟประเภทที่ 9’ ซึ่งเป็นการจัดหมวดหมู่กลุ่มศูนย์ข้อมูลโดยเฉพาะ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ทุนข้ามชาติเหล่านี้มาเบียดบังทรัพยากรและผลักภาระต้นทุนก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas – LNG) นำเข้าให้ประชาชนแบกรับ นโยบายนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพิทักษ์ผลประโยชน์ของคนในชาติ โดยตั้งเป้านำรายได้ส่วนต่างมาอุดหนุนกลุ่มผู้ใช้ไฟรายย่อยให้มีต้นทุนที่ถูกลง ซึ่งถือเป็นความเป็นธรรมทางพลังงานขั้นพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้มาตรการนี้มีความยั่งยืนและไม่เปิดช่องให้เกิดการเอื้อประโยชน์ รัฐบาลต้องเปลี่ยนกรอบแนวคิดนี้ให้เป็นกฎหมายที่โปร่งใส โดยกำหนดอัตราค่าบริการที่สะท้อนต้นทุนจริง 100% ปราศจากการเจรจาลดหย่อน และต้องบังคับใช้เงื่อนไข ‘นำพลังงานสะอาดมาเอง’ (Bring Your Own Renewables) โดยกำหนดให้โครงการศูนย์ข้อมูลต้องลงทุนสร้างแหล่งพลังงานสะอาดหรือระบบกักเก็บพลังงานไว้ใช้เอง เพื่อลดความเสี่ยงที่โครงข่ายไฟฟ้าของประเทศจะล่มสลาย
สุดท้ายนี้ เงินส่วนต่างที่จัดเก็บได้จากกลุ่มทุนเหล่านี้ ต้องนำมาจัดสรรเข้าสู่กองทุนเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างโปร่งใส เพื่อสนับสนุนการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) ในครัวเรือนรายได้น้อยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เพื่อสร้างอธิปไตยทางพลังงานให้ประชาชนทุกคน ไม่ใช่แค่การเติบโตของทุนใหญ่บนหยาดเหงื่อของคนส่วนมาก