Skip to content
  • Facebook
  • Youtube
ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP
ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP
  • KYP Insights
    • Think Tank
    • Grid Watch
    • Shock Circuit
  • Thailand Energy
    • Daily News
    • Weekly Analysis
  • Global Weekly
    • ASEAN
    • Australia
    • China
    • EU & UK
    • Japan & Korea
    • USA
  • Active Public Hearings
  • About Us
  • KYP Insights
    • Think Tank
    • Grid Watch
    • Shock Circuit
  • Thailand Energy
    • Daily News
    • Weekly Analysis
  • Global Weekly
    • ASEAN
    • Australia
    • China
    • EU & UK
    • Japan & Korea
    • USA
  • Active Public Hearings
  • About Us
Subscribe
Close

Search

USA

รายงานข่าวพลังงานสหรัฐฯ (USA Weekly) ประจำสัปดาห์ 06-Jun-2026 ถึง 12-Jun-2026

By KYP-Editorial
June 12, 2026 3 Min Read
0

ประเด็นข่าวที่ 1 : DNV รับรองค่าความพร้อมใช้งาน (Availability) ของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ทั่วโลกของ Fluence ที่ 98.7% สร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรม

รายละเอียด:

  • บริษัท Fluence ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์การกักเก็บพลังงาน ได้เปิดเผยว่า DNV ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระ ได้ทำการตรวจสอบและรับรองว่าระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ทั่วโลกของบริษัทมีค่าความพร้อมใช้งาน (MW-weighted availability) สูงถึง 98.7%
  • การตรวจสอบนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผู้ผลิตหลายรายมักอ้างค่า Availability ที่สูง แต่ขาดการตรวจสอบจากบุคคลที่สาม ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนในการเปรียบเทียบประสิทธิภาพ โดย DNV ได้ทบทวนข้อมูลระดับกลุ่มโครงการ (fleet-level) วิธีการคำนวณในสัญญา และข้อมูลการปฏิบัติงานจริงของโครงการตัวอย่าง
  • John Zahurancik ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความสำเร็จของลูกค้าของ Fluence ระบุว่าการรับรองนี้เป็นการสร้างความโปร่งใสและสร้างมาตรฐานที่เชื่อถือได้สำหรับลูกค้าและนักลงทุน ซึ่งค่า Availability ที่สูงหมายถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าที่มากขึ้น เนื่องจากทุกนาทีที่ระบบหยุดทำงานคือการสูญเสียรายได้และสร้างความเสี่ยงต่อกริด

ผลกระทบ:

การมีหน่วยงานที่สามอย่าง DNV เข้ามารับรองค่า Availability จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรม BESS ในสหรัฐฯ ซึ่งจะกดดันให้ผู้ผลิตรายอื่นต้องแสดงข้อมูลที่โปร่งใสและผ่านการตรวจสอบมากขึ้น สิ่งนี้เป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้พัฒนาโครงการ สถาบันการเงิน และ Utility ที่ต้องการความมั่นใจในประสิทธิภาพของสินทรัพย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนทางการเงินได้อย่างแม่นยำ
ประเด็นนี้สะท้อนถึงความเติบโตของตลาด BESS จากช่วงเริ่มต้นไปสู่ความเป็นอุตสาหกรรมที่มั่นคง (Maturity) โดยตัวชี้วัดเชิงเทคนิคเช่น Availability, Uptime และ Round-Trip Efficiency (RTE) จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเชิงพาณิชย์ และอาจส่งผลต่อรูปแบบสัญญาบริการระยะยาว (LTSA) และการค้ำประกันประสิทธิภาพ (Performance Guarantees) ที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโครงการที่ต้องรองรับโหลดที่มีความสำคัญสูงอย่าง Data Center ที่ต้องการความเชื่อถือได้ในระดับ 99.999% ซึ่งค่า Availability ของ BESS ที่ต่ำเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงความเสียหายมูลค่ามหาศาล

ที่มา: Energy Storage News, 11 มิถุนายน 2569

ประเด็นข่าวที่ 2 : FirstEnergy ยื่นข้อเสนอต่อ FERC ให้ศูนย์ข้อมูล (Data Center) เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อระบบสายส่ง

รายละเอียด:

  • บริษัท FirstEnergy ได้ยื่นข้อเสนอต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานแห่งสหพันธรัฐ (FERC) เพื่อเรียกร้องให้ศูนย์ข้อมูลและผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่รายใหม่เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการอัปเกรดระบบสายส่งที่จำเป็นต่อการเชื่อมต่อโครงการของตนเอง แทนที่จะผลักภาระให้ผู้ใช้ไฟฟ้าโดยรวมดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
  • ข้อเสนอนี้อ้างอิงรูปแบบการจัดสรรต้นทุนที่ใช้ในอุตสาหกรรมท่อส่งก๊าซธรรมชาติมานานกว่า 25 ปี ซึ่งจะกำหนดให้ผู้ใช้ไฟรายใหญ่ทำสัญญาระยะยาว 15 ปี และจ่ายค่าบริการในสองส่วน คือ อัตราค่าบริการสายส่งตามโซนปกติ และอัตราค่าขยายระบบ (Expansion Rate) สำหรับโครงข่ายใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับโหลดของตนโดยเฉพาะ
  • Jayne Algermissen จาก Maven Solutions ได้ยื่นคัดค้านข้อเสนอดังกล่าว โดยชี้ว่ากรอบการทำงานนี้เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของเจ้าของสายส่งแต่เพียงฝ่ายเดียว และผลักความเสี่ยงทั้งหมดด้านการพยากรณ์โหลดและการใช้งานไปให้ลูกค้ารายใหญ่

ผลกระทบ:

ข้อเสนอนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่าง Utility กับกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่อย่าง Data Center ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญด้านนโยบายพลังงานของสหรัฐฯ ในปัจจุบัน หาก FERC ยอมรับแนวทางนี้ อาจเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการจัดสรรต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า (Cost Allocation) สำหรับโหลดขนาดใหญ่ทั่วประเทศ และอาจช่วยลดแรงกดดันต่อค่าไฟฟ้าของประชาชนทั่วไป
ประเด็นนี้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เมื่อโหลดใหม่จำนวนมหาศาลจากภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI เข้ามาในระบบพร้อมกัน การวางแผนระบบส่งและการจัดสรรต้นทุนที่เป็นธรรมจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน การตัดสินใจของ FERC ในเรื่องนี้ (คาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 18 มิถุนายน) จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อรูปแบบธุรกิจของ Utility และความน่าสนใจในการลงทุนของ Data Center ในแต่ละพื้นที่ของสหรัฐฯ

ที่มา: Utility Dive, 9 มิถุนายน 2569

ประเด็นข่าวที่ 3 : FERC อนุมัติกระบวนการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าแบบเร่งด่วน (Fast-Track) ของ PJM สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่พร้อมก่อสร้าง

รายละเอียด:

  • คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานแห่งสหพันธรัฐ (FERC) ได้อนุมัติข้อเสนอของ PJM Interconnection ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ในการจัดตั้งกระบวนการพิจารณาคำขอเชื่อมต่อโครงข่ายแบบเร่งด่วน (Expedited Interconnection Track – EIT)
  • กระบวนการนี้จะเปิดรับโครงการผลิตไฟฟ้าใหม่หรือการเพิ่มกำลังผลิตที่มีขนาดอย่างน้อย 250 เมกะวัตต์ และสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ภายใน 3 ปี โดยจำกัดจำนวนไม่เกิน 10 โครงการต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี และจะหมดอายุสิ้นปี 2570
  • โครงการที่จะเข้าร่วมต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานอนุญาตหลักของรัฐ (เช่น สำนักงานผู้ว่าการรัฐ) ว่าพร้อมที่จะดำเนินการก่อสร้างได้ทันที (Shovel-ready) เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความเพียงพอของกำลังผลิตในระยะสั้นของ PJM ที่กำลังเผชิญกับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากศูนย์ข้อมูล

ผลกระทบ:

การอนุมัติของ FERC สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของหน่วยงานกำกับดูแลในการแก้ไขปัญหาคอขวดของกระบวนการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า (Interconnection Queue) ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดและพลังงานที่จ่ายไฟได้ต่อเนื่อง (Dispatchable) ในสหรัฐฯ
แม้กระบวนการนี้จะช่วยเร่งรัดโครงการที่พร้อมลงทุนได้ แต่ก็มีความกังวลจากหลายฝ่ายว่าอาจเป็นการให้สิทธิพิเศษแก่ผู้พัฒนารายใหญ่ หรืออาจสร้างผลกระทบต่อโครงการอื่น ๆ ที่อยู่ในคิวปกติในแง่ของต้นทุนการอัปเกรดโครงข่าย นี่เป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการปฏิรูปกระบวนการ Interconnection ทั้งระบบ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการตอบสนองความต้องการไฟฟ้าที่เร่งด่วนกับการพัฒนาโครงข่ายในระยะยาวอย่างเป็นธรรม

ที่มา: Utility Dive, 10 มิถุนายน 2569

ประเด็นข่าวที่ 4 : โครงการสายส่งใหม่ช่วยเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าในนิวยอร์กและนิวอิงแลนด์ในช่วงฤดูร้อน แต่ยังคงมีความเสี่ยงภายใต้สภาวะกดดันสูง

รายละเอียด:

  • สภาประสานงานด้านไฟฟ้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeast Power Coordinating Council – NPCC) ได้เผยแพร่รายงานประเมินความมั่นคงของระบบไฟฟ้าสำหรับฤดูร้อนปี 2569 โดยระบุว่าภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ และแคนาดาตะวันออก จะมีกำลังผลิตไฟฟ้าเพียงพอต่อความต้องการในสภาวะอากาศปกติ
  • รายงานระบุว่าโครงการสายส่งใหม่ที่เพิ่งแล้วเสร็จ เช่น โครงการสายส่งไฟฟ้ากระแสตรงความดันสูง (HVDC) Champlain Hudson Power Express ขนาด 1,250 เมกะวัตต์ ได้ช่วยเสริมความมั่นคงของระบบโดยรวม ทำให้สามารถนำเข้าไฟฟ้าพลังน้ำจากรัฐควิเบกมายังนครนิวยอร์กได้
  • อย่างไรก็ตาม NPCC เตือนว่าภายใต้สภาวะที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peak Load) ประกอบกับสภาวะกดดันบนกริด (เช่น โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ออกนอกระบบ) พื้นที่นิวอิงแลนด์และนิวยอร์กอาจจำเป็นต้องใช้มาตรการฉุกเฉินและพึ่งพาการนำเข้าไฟฟ้าเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบ ซึ่งมีความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นประมาณ 7%

ผลกระทบ:

รายงานนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของการลงทุนขยายระบบสายส่งไฟฟ้า (Transmission Expansion) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน การมีสายส่งที่เชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคที่แข็งแกร่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความมั่นคงของระบบ ทำให้สามารถส่งต่อพลังงานสะอาดจากแหล่งผลิตไปยังศูนย์กลางความต้องการไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความท้าทายที่ NPCC ชี้ให้เห็นสะท้อนภาพรวมของระบบไฟฟ้าสหรัฐฯ ที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ซึ่งทำให้ความมั่นคงของระบบในสภาวะอากาศสุดขั้วกลายเป็นประเด็นสำคัญ การวางแผนทรัพยากรที่หลากหลาย รวมถึงโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟได้ต่อเนื่อง (Firm Capacity) และระบบกักเก็บพลังงาน จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อลดความเสี่ยงในช่วงเวลาที่ระบบมีความกดดันสูง

ที่มา: Utility Dive, 11 มิถุนายน 2569

ประเด็นข่าวที่ 5 : ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ยืนตามคำตัดสินของ FERC ที่สั่งให้เจ้าของสายส่งใน MISO คืนเงินส่วนต่างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROE) แก่ผู้บริโภค

รายละเอียด:

  • ศาลอุทธรณ์แห่งเขตโคลัมเบีย (U.S. Court of Appeals for the District of Columbia Circuit) ได้มีคำตัดสินยืนตามคำสั่งของ FERC ในปี 2567 ที่ให้ปรับลดอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity – ROE) สำหรับเจ้าของสายส่งไฟฟ้าในพื้นที่ของผู้ดำเนินการระบบ Midcontinent Independent System Operator (MISO)
  • คำตัดสินนี้ยังรวมถึงการสั่งให้คืนเงิน (Refund) แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าสำหรับช่วงเวลาที่อัตรา ROE สูงเกินควร โดยศาลปฏิเสธข้อโต้แย้งของกลุ่มเจ้าของสายส่งที่ว่ากฎหมาย Federal Power Act จำกัดการคืนเงินย้อนหลังเพียง 15 เดือน โดยศาลชี้ว่ามีข้อยกเว้นเมื่อ FERC ต้องแก้ไขข้อผิดพลาดของตนเอง
  • คดีนี้สืบเนื่องมาจากการร้องเรียนตั้งแต่ปี 2556 ว่าเจ้าของสายส่งใน MISO ได้รับผลตอบแทนที่สูงเกินความเหมาะสม โดย FERC ได้ปรับลด ROE ลงเหลือ 9.98% จากเดิม 10.02% และสั่งให้คืนเงินย้อนหลังตั้งแต่ปี 2556

ผลกระทบ:

คำตัดสินนี้เป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายที่สำคัญซึ่งอาจส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะคดีที่คล้ายกันในภูมิภาคนิวอิงแลนด์ ที่ FERC ได้สั่งให้เจ้าของสายส่งคืนเงินกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ การยืนยันอำนาจของ FERC ในการสั่งคืนเงินย้อนหลังได้หลายปีจะสร้างแรงกดดันให้ Utility ต้องตั้งอัตราค่าบริการอย่างสมเหตุสมผลมากขึ้น
ประเด็น ROE เป็นหัวใจสำคัญของรูปแบบธุรกิจ Utility แบบดั้งเดิม การกำกับดูแลที่เข้มงวดของ FERC ในเรื่องนี้สะท้อนถึงความพยายามในการสร้างสมดุลระหว่างการจูงใจให้เกิดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น กับการคุ้มครองผู้บริโภคจากภาระค่าไฟฟ้าที่สูงเกินไป ซึ่งเป็นความท้าทายหลักในยุคที่ต้องมีการลงทุนขยายระบบส่งไฟฟ้ามูลค่ามหาศาลเพื่อรองรับพลังงานสะอาด

ที่มา: Utility Dive, 11 มิถุนายน 2569

ประเด็นข่าวที่ 6 : General Motors (GM) ประกาศแผนเชิงรุกเข้าสู่ตลาดระบบกักเก็บพลังงานระดับกริดด้วยเทคโนโลยีโซเดียมไอออนและ V2G

รายละเอียด:

  • บริษัท General Motors (GM) ได้ประกาศความร่วมมือกับบริษัทสตาร์ทอัพ Peak Energy เพื่อพัฒนาและผลิตเซลล์แบตเตอรี่โซเดียมไอออน (Na-ion) สำหรับตลาดระบบกักเก็บพลังงานระดับกริด (Grid-Scale) โดย GM จะพัฒนาเซลล์ต้นแบบที่ศูนย์นวัตกรรม Wallace Battery Cell Innovation Center ในรัฐมิชิแกน
  • Kurt Kelty รองประธานฝ่ายแบตเตอรี่และความยั่งยืนของ GM ระบุว่าเทคโนโลยีโซเดียมไอออนมีข้อได้เปรียบกว่าเคมีแบตเตอรี่ลิเธียมในปัจจุบัน เช่น ช่วงอุณหภูมิการทำงานที่กว้างกว่าและอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนของระบบและไม่จำเป็นต้องใช้ระบบระบายความร้อนแบบ Active Cooling
  • นอกเหนือจากโซเดียมไอออน GM ยังได้ยืนยันการเข้าสู่ตลาดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ผ่านบริษัทร่วมทุน Ultium Cells เพื่อป้อนให้กับธุรกิจของ LG Energy Solution ในกลุ่มพาณิชย์และอุตสาหกรรม (C&I) ในระยะสั้น ก่อนที่เทคโนโลยีโซเดียมไอออนจะเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์
  • กลยุทธ์ GM Empower ยังครอบคลุมถึงการส่งเสริมเทคโนโลยี Vehicle-to-Grid (V2G) โดยเชิญชวนให้ Utility ต่างๆ ทั่วสหรัฐฯ เข้าร่วมโครงการนำร่อง และการนำแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แล้ว (Second-life) มาทำเป็นระบบ BESS ขนาด 1.5MW/7.2MWh ที่โรงงานของตน

ผลกระทบ:

การที่บริษัทยานยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง GM กระโดดเข้ามาในตลาดการกักเก็บพลังงานระดับกริดอย่างเต็มตัว ถือเป็นสัญญาณการบรรจบกันของอุตสาหกรรมยานยนต์และพลังงาน (Sector Convergence) ที่ชัดเจน ซึ่งจะนำมาซึ่งการแข่งขัน นวัตกรรม และการลงทุนมหาศาลในห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ในสหรัฐฯ
การเลือกเดิมพันกับเทคโนโลยีโซเดียมไอออนสะท้อนถึงแนวโน้มการมองหาเคมีแบตเตอรี่ทางเลือกที่ใชวัตถุดิบที่หาได้ง่ายและมีราคาถูกกว่าลิเธียม เพื่อตอบโจทย์ตลาดการกักเก็บพลังงานระยะยาว (LDES) ในขณะเดียวกัน การผลักดัน V2G และ Second-life BESS เป็นการสร้างระบบนิเวศพลังงานที่ครบวงจร ซึ่งจะเปลี่ยนบทบาทของรถยนต์ไฟฟ้าจากการเป็นเพียงผู้บริโภคไฟฟ้าไปสู่การเป็นทรัพยากรของระบบไฟฟ้า (Grid Resource) ที่สามารถสร้างรายได้และเสริมความมั่นคงให้กับกริดได้

ที่มา: Energy Storage News, 10 มิถุนายน 2569

ประเด็นข่าวที่ 7 : Cypress Creek Energy ปิดดีลทางการเงินมูลค่า 3.5 พันล้านดอลลาร์สำหรับโครงการ Solar+Storage ขนาดใหญ่ในรัฐอาร์คันซอ

รายละเอียด:

  • บริษัท Cypress Creek Energy ผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (IPP) ได้ประกาศความสำเร็จในการปิดดีลทางการเงิน (Financial Close) มูลค่า 3.5 พันล้านดอลลาร์สำหรับสองเฟสแรกของโครงการ Steel River Energy Center ในรัฐอาร์คันซอ
  • โครงการสองเฟสแรกรวมกันจะมีกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ 1.63 กิกะวัตต์ พร้อมด้วยระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ขนาด 1.9 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการ Solar+Storage ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา
  • โครงการนี้เน้นการใช้วัสดุที่ผลิตในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผงเซลล์แสงอาทิตย์จาก First Solar และเหล็กโครงสร้างที่ส่วนใหญ่มาจากรัฐอาร์คันซอเอง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการผลิตในประเทศภายใต้กฎหมาย One Big Beautiful Bill Act (OBBBA)
  • การจัดหาเงินทุนครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่ง เช่น Barclays, BNP Paribas, Santander และ Wells Fargo ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดทุนต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานขนาดใหญ่

ผลกระทบ:

ความสำเร็จในการระดมทุนขนาดมหึมาครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความน่าดึงดูดของการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนแบบผสมผสาน (Hybrid) โดยเฉพาะ Solar+Storage ซึ่งเป็นรูปแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการของกริดสมัยใหม่ที่ต้องการทั้งพลังงานสะอาดและความยืดหยุ่นในการจ่ายไฟฟ้า
การที่โครงการขนาดใหญ่นี้สามารถเกิดขึ้นได้ในรัฐอาร์คันซอ ซึ่งไม่ใช่ตลาดพลังงานหมุนเวียนชั้นนำแบบดั้งเดิม ชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวของการลงทุนพลังงานสะอาดไปยังพื้นที่ใหม่ๆ ทั่วสหรัฐฯ นอกจากนี้ การเน้นใช้ส่วนประกอบที่ผลิตในประเทศยังเป็นการสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญในการสร้างการยอมรับและการสนับสนุนโครงการพลังงานสะอาดในระดับชุมชนและระดับชาติ

ที่มา: POWER Magazine, 11 มิถุนายน 2569

ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ

  • DOE ได้คืนสถานะเงินช่วยเหลือมูลค่า 57 ล้านดอลลาร์ให้กับบริษัท American Battery Technology Co. เพื่อสร้างโรงกลั่นลิเธียมในรัฐเนวาดา หลังจากที่เคยยกเลิกไปเมื่อปีก่อน ซึ่งเป็นการส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ในประเทศ
  • Qcells เริ่มเดินสายการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ที่โรงงานในรัฐจอร์เจีย ซึ่งเป็นโรงงานแบบบูรณาการแนวตั้งแห่งแรกของสหรัฐฯ นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างซัพพลายเชนพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศให้ครบวงจร
  • Elevate Infrastructure และ ArcLight ได้เริ่มดำเนินการโครงการ BESS ขนาด 150MW/600MWh ในรัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นโครงการแบบ Standalone ที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ PJM เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากศูนย์ข้อมูล
  • ศาลสูงสุดของแคลิฟอร์เนียปฏิเสธที่จะรับพิจารณาคำอุทธรณ์เกี่ยวกับนโยบาย Net Metering (NEM 3.0) ที่ลดค่ารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์บนหลังคา ซึ่งเป็นการยุติความท้าทายทางกฎหมายและยืนยันนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อตลาดโซลาร์ที่อยู่อาศัยในรัฐ
  • บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Google, Meta และ Microsoft ประกาศข้อตกลงซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์รวมกันเกือบ 1 กิกะวัตต์ในเท็กซัสและนอร์ทแคโรไลนา ตอกย้ำบทบาทของภาคเอกชนในการขับเคลื่อนการลงทุนพลังงานสะอาด

Tags:

data centerEVการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อเมริกา
Author

KYP-Editorial

Follow Me
Other Articles
Previous

รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศ EU & UK (EU&UK Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 06-Jun-2026 ถึง 12-Jun-2026

Next

รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 06-Jun-2026 ถึง 12-Jun-2026

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

  • June 23, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 23 มิถุนายน 2569
  • June 22, 2026 by Dr.Nawat GridWatch EP.10. พายุเทคโนโลยีแบตเตอรี่ราคาดิ่งและข้อจำกัดสายส่ง: บทเรียนจากระบบ BESS แสนล้านสู่โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะไทย
  • June 22, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 22 มิถุนายน 2569
  • June 21, 2026 by KYP-Editorial รายงานวิเคราะห์ข่าวพลังงานรายสัปดาห์ (Weekly Digest) ประจำวันที่ 15 มิถุนายน 2569 - 21 มิถุนายน 2569
  • June 21, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 21 มิถุนายน 2569

ใหม่! รวม ร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างช่วงแสดงความคิดเห็น (Click ใน Active Public Hearings)

ใหม่! บทความเปลี่ยนค่าไฟเป็นทุน: ข้อเสนอเชิงนโยบาย “On-Bill Repayment” ปลดล็อกโซลาร์เซลล์ให้คนไทย (Click ใน KYP Insights)

Copyright 2026 — ENERGY NEWS BY KYP sponsored by Foundation of Ecological Recovery. All rights reserved.