รายงานวิเคราะห์ข่าวพลังงานรายสัปดาห์ (Weekly Digest) ประจำวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 – 31 พฤษภาคม 2569
บทสรุปผู้บริหาร
- การจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ขยายกรอบเวลาของแผนเป็นปี 2569-2593 โดยเน้นเสาหลักด้านความมั่นคง สิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่า ท่ามกลางการจับตาจากภาคประชาชนถึงประเด็นความเป็นธรรมด้านพลังงาน
- การปรับปรุงระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน การไฟฟ้านครหลวง (MEA) เร่งเดินหน้าโครงการสายไฟฟ้าใต้ดินร่วมกับ 6 หน่วยงานคมนาคม เพื่อยกระดับความมั่นคงของมหานคร และดำเนินการติดตั้ง Smart Meter ให้กลุ่มบ้านผู้ป่วยเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากไฟตกหรือไฟดับ ขณะเดียวกันได้มีการแจ้งดับไฟเพื่อบำรุงรักษาระบบอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์
- การผลักดันนโยบายซื้อขายไฟฟ้าตรง (Direct PPA) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เข้าหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อเร่งรัดให้เอกชนสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้โดยตรง ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ขาดในการดึงดูดการลงทุนจากอุตสาหกรรมไฮเทค เช่น AI และ Data Center
- ปัญหาความขัดแย้งเชิงพื้นที่ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ชาวบ้านจังหวัดฉะเชิงเทรายื่นศาลปกครองเพื่อขอระงับการสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูงที่เชื่อมกับโรงไฟฟ้าก๊าซบูรพาพาวเวอร์ สะท้อนความท้าทายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
- การทบทวนโครงสร้างค่าไฟฟ้า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เริ่มส่งสัญญาณพิจารณาปรับโครงสร้างค่าไฟบ้านใหม่ให้สะท้อนต้นทุนที่เป็นธรรมมากขึ้น ตอบสนองต่อเสียงสะท้อนของประชาชนที่เผชิญภาวะค่าไฟพุ่งสูง
การวิเคราะห์แนวโน้มและผลกระทบ
ผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและค่าไฟฟ้า
ความผันผวนของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยังคงกดดันต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของไทย แม้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จะมีมติตรึงราคา LPG และคงสัดส่วนดีเซล B7 ต่ออีกระยะ แต่มาตรการนี้ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบสะสมอย่างหนัก ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ
เศรษฐศาสตร์พลังงานกับการลงทุน
ความพร้อมด้านพลังงานสะอาดกลายเป็นตัวแปรหลักในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ การลงทุนมูลค่ามหาศาลกว่า 1 ล้านล้านบาทที่ขอรับการส่งเสริมจาก BOI โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเซมิคอนดักเตอร์ ล้วนต้องการพลังงานสีเขียวที่เสถียรและโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่เพียงพอ
การบริหารจัดการความมั่นคงด้านก๊าซธรรมชาติ
ปตท. ต้องเร่งปรับแผนจัดหา LNG จากแหล่งใหม่ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา เพื่อชดเชยอุปทานจากกาตาร์ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ควบคู่กับการประสานงานเพิ่มกำลังการผลิตจากอ่าวไทย เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงในภาคการผลิตไฟฟ้า
ต้นทุนของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition)
การมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero บังคับให้อุตสาหกรรมหนักต้องเร่งลงทุนในเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS/CCUS) และการพัฒนาเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เชิงพาณิชย์ แม้จะมีต้นทุนสูงในระยะเริ่มต้น แต่เป็นการป้องกันความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้า เช่น CBAM ในอนาคต
ความเคลื่อนไหวของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เป็นแกนนำสำคัญในการผลักดันนโยบาย Direct PPA และสะท้อนความท้าทายของภาคเอกชนด้านต้นทุนพลังงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
- คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีบทบาทสำคัญในการทบทวนโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อภาระค่าครองชีพของประชาชนในระยะต่อไป
- บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รับบทบาทหนักในการเป็นผู้จัดหาก๊าซธรรมชาติ (Shipper) และแบกรับภาระสภาพคล่องทางการเงินเพื่อบริหารจัดการวิกฤตพลังงานโลกไม่ให้กระทบต่อความมั่นคงในประเทศ
- กลุ่มบริษัทบางจาก สร้างแรงกระเพื่อมในอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวด้วยการเปิดตัวการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เชิงพาณิชย์เป็นแห่งแรกในไทย
- เครือข่ายประชาชนและชุมชน เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เริ่มใช้กลไกทางกฎหมาย เช่น การยื่นศาลปกครองกรณีสายส่งไฟฟ้าที่ฉะเชิงเทรา เพื่อเรียกร้องสิทธิชุมชนและความเป็นธรรมในการพัฒนาโครงการพลังงานขนาดใหญ่
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ
-
การปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่
ประชาชนควรติดตามความคืบหน้าจาก กกพ. อย่างใกล้ชิด ว่าการปรับโครงสร้างนี้จะนำไปสู่การลดภาระค่าไฟได้อย่างแท้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะแนวทางการคิดต้นทุนค่าความพร้อมจ่าย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้บริโภครายย่อย
-
การรับฟังความคิดเห็นต่อแผน PDP ฉบับใหม่
ภาคประชาสังคมควรเข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบทิศทางของแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า ว่ามีการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอย่างเหมาะสม และไม่มีการสร้างโรงไฟฟ้าฟอสซิลเกินความจำเป็นจนกลายเป็นภาระต้นทุนส่วนเกินของประเทศ
-
ความชัดเจนของนโยบายเปิดเสรีไฟฟ้า (Direct PPA)
ประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการขนาดกลางควรติดตามว่า นโยบายนี้จะปลดล็อกให้เกิดการซื้อขายไฟฟ้าได้อย่างเสรีและเป็นธรรม หรือจะเอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่มทุนขนาดใหญ่ และจะเปิดโอกาสให้ภาคครัวเรือนก้าวมาเป็นผู้ผลิตและขายไฟฟ้า (Prosumer) ได้เต็มรูปแบบหรือไม่
-
ทิศทางนโยบายพลังงานเทียบกับหนี้สาธารณะ
ควรจับตาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่นำมาใช้แก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงาน เนื่องจากการกู้เงินจำนวนมหาศาลนี้จะกลายเป็นภาระผูกพันทางภาษีของประชาชนทุกคนในระยะยาว
-
การเปลี่ยนแปลงของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า
ผู้บริโภคที่สนใจเปลี่ยนผ่านสู่ EV ควรติดตามประเด็นด้านความปลอดภัยของแบตเตอรี่ นโยบายการอุดหนุนโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ และพิจารณาความคุ้มค่าอย่างรอบคอบท่ามกลางกระแสการกลับมาเติบโตของรถยนต์กลุ่มไฮบริด