รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 31 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : ส.อ.ท.หารือ รมว.พลังงาน ชงเอกชนเข้าถึง Direct PPA ขับเคลื่อน Net Zero และความมั่นคงพลังงาน
รายละเอียด:
- สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. และนายมงคล เฮงโรจนโสภณ ประธานสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม ส.อ.ท. ได้เข้าหารือกับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อเสนอด้านพลังงานของประเทศ
- ส.อ.ท. ย้ำว่า “พลังงาน” เป็นปัจจัยพื้นฐานที่เชื่อมโยงกับทุกมิติของการพัฒนา และเสนอแนวทาง “Pragmatic Energy Transition” ที่รักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security), ความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness), การเข้าถึงพลังงานในต้นทุนที่เหมาะสม (Affordability) และความยั่งยืน (Sustainability) พร้อมหารือประเด็นการเปิดให้เอกชนเข้าถึงพลังงานสะอาดผ่าน Direct PPA (Private Power Purchase Agreement), การส่งเสริมพลังงานชีวภาพและพลังงานสะอาด, การพัฒนา Smart Grid และระบบกักเก็บพลังงาน
ผลกระทบ:
– การเปิดให้เอกชนเข้าถึง Direct PPA โดยตรงจากผู้ผลิตพลังงานสะอาด จะช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าของภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจในระยะยาว เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งอาจส่งผลดีต่อค่าครองชีพของประชาชนทางอ้อม
– การผลักดันแนวทาง Pragmatic Energy Transition และการลงทุนใน Smart Grid, ระบบกักเก็บพลังงาน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า รองรับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้เป็นไปตามเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของรัฐบาลในการวางแผนพลังงานระยะยาว
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 30 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : เร่งพัฒนาเทคโนโลยี CCS แก้โจทย์ Net Zero ไทย ย้ำปลูกป่าไม่พอรับมืออุตสาหกรรมหนัก
รายละเอียด:
- ผศ.ดร.ประชา คุณธรรมดี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เขียนบทความนี้ ชี้ว่าประเทศไทยตั้งเป้า Net Zero ภายในปี 2050 แต่การปลูกป่าอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการดูดซับคาร์บอนจากภาคอุตสาหกรรมหนักได้ทันเวลา เนื่องจากต้นไม้ต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการสะสมคาร์บอน และมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ใช้สอย
- เทคโนโลยี Carbon Capture and Storage (CCS) หรือการดักจับและกักเก็บคาร์บอน ซึ่งรวมถึงการดักจับ กักเก็บคาร์บอนจากแหล่งกำเนิด และขนส่งไปเก็บใต้ดินหรือใต้ทะเล ถูกเสนอเป็นกลไกสำคัญระดับสากลในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรง โดยมีการอ้างอิงกรณีศึกษาจากนอร์เวย์และแคนาดาที่ประสบความสำเร็จในการนำ CCS มาใช้
ผลกระทบ:
– หากรัฐบาลไทยไม่เร่งลงทุนและพัฒนาระบบ CCS ในภาคอุตสาหกรรมหนัก เช่น ปิโตรเคมีและซีเมนต์ ซึ่งเป็นแหล่งปล่อยคาร์บอนหลัก อาจทำให้ประเทศไทยไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้ตามกำหนดเวลา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศในอนาคตที่กฎระเบียบด้านคาร์บอนจะเข้มข้นขึ้น
– การลงทุนในเทคโนโลยี CCS จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของไทยในระยะยาว ลดความเสี่ยงจากการถูกมาตรการกีดกันทางการค้าที่อ้างอิงคาร์บอน และยังช่วยรักษาการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญเหล่านี้ให้สามารถดำเนินกิจการภายใต้กติกาโลกใหม่ได้
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 31 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : “วราวุธ” ลุยมาบตาพุด รับฟังภาคเอกชน ชู 5 ความท้าทายอุตสาหกรรมไทย เร่งผลักดันสู่ศูนย์กลางสีเขียว
รายละเอียด:
- นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ลงพื้นที่ จ.ระยอง เพื่อติดตามการดำเนินงานของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งเป็นฐานการผลิตปิโตรเคมีและพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชน อาทิ BIG, BLCP, GPSC, IRPC, NFC, PTT Tank, PTTGC, PTTLNG, SCGC และ SPRC
- ภาคเอกชนได้สะท้อน “5 ความท้าทายสำคัญ” ได้แก่ การแข่งขันที่รุนแรง, ต้นทุนพลังงานและสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น, แรงกดดันจากมาตรการสิ่งแวดล้อมและลดคาร์บอน (เช่น CBAM), การปรับปรุงกระบวนการอนุญาตภาครัฐ และการพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ โดยมีข้อเสนอให้ภาครัฐร่วมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว สนับสนุนพลังงานสะอาด และเร่งพัฒนาเทคโนโลยี CCUS (Carbon Capture, Utilization, and Storage)
ผลกระทบ:
– ต้นทุนพลังงานและสาธารณูปโภคที่สูงขึ้นในพื้นที่อุตสาหกรรมหลักอย่างมาบตาพุด ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจ ทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง ซึ่งอาจกระทบต่อการลงทุนใหม่และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และอาจส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนทางอ้อมผ่านราคาสินค้าที่สูงขึ้น
– การเร่งผลักดันให้มาบตาพุดเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสีเขียวอัจฉริยะ ด้วยการสนับสนุนพลังงานสะอาดและเทคโนโลยี CCUS จะเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติที่เน้นความยั่งยืน ช่วยให้ไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ เพื่อตอบโจทย์กติกาการค้าใหม่ของโลก
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 30 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : ชาวบ้านฉะเชิงเทรา ยื่นศาลปกครองระงับสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูงเชื่อมโรงไฟฟ้าก๊าซบูรพาพาวเวอร์
รายละเอียด:
- ชาวบ้านในจังหวัดฉะเชิงเทราได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองระยองเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว ให้หยุดการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูงที่เชื่อมต่อกับโรงไฟฟ้าก๊าซบูรพาพาวเวอร์
- ข้อพิพาทนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชนจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งเป็นประเด็นที่มักเกิดขึ้นในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่และมีความสำคัญต่อระบบไฟฟ้าของประเทศ
ผลกระทบ:
– การยื่นเรื่องต่อศาลปกครองเพื่อระงับการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูง อาจทำให้โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซบูรพาพาวเวอร์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่สำคัญ ประสบความล่าช้าในการเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบ ทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ไม่สามารถเข้าระบบได้ทันตามแผน ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงาน โดยเฉพาะในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าสูง
– ความล่าช้าของโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน อาจทำให้ประเทศต้องพึ่งพากำลังผลิตไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม หรือต้องจัดหาพลังงานทดแทนในราคาที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชนและภาคธุรกิจ และยังเป็นความท้าทายต่อรัฐบาลในการบริหารจัดการโครงการพัฒนาพลังงานขนาดใหญ่ที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล
ที่มา: Thai PBS, 30 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : รัฐบาลเดินหน้าดันไทยเป็นฐานลงทุนพลังงานสะอาดแห่งภูมิภาค ดึงดูดทุนต่างชาติ
รายละเอียด:
- นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้รับสัญญาณบวกจากนักลงทุนต่างชาติที่สนใจลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดในประเทศไทยอย่างชัดเจน
- นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความพร้อมของไทยในการเป็นฐานการลงทุนหลักของภูมิภาค ทั้งในด้านพลังงานหมุนเวียน พลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ โดยรัฐบาลได้เดินหน้ามาตรการ Thailand FastPass, การผลักดันนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว และแผนผลักดันกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับโปรเจกต์ขนาดใหญ่ เช่น ฟาร์มโซลาร์ลอยน้ำ
ผลกระทบ:
– การที่ประเทศไทยสามารถดึงดูดการลงทุนด้านพลังงานสะอาดจากต่างชาติได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในระบบ ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพของค่าไฟฟ้าในระยะยาว และลดความผันผวนจากราคาพลังงานในตลาดโลก
– การผลักดันประเทศไทยให้เป็นฐานการลงทุนสีเขียวแห่งภูมิภาค จะช่วยให้ประเทศบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้เร็วขึ้น สร้างห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาดที่ครบวงจร และยังเป็นการตอบสนองต่อกติกาการค้าและการลงทุนใหม่ของโลกที่เน้นความยั่งยืน ซึ่งจะเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และสร้างงานให้กับประเทศ
ที่มา: Thairath.co.th, 30 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : ไทยมีแต้มต่อในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และ AI แต่ต้องเร่งจัดหาพลังงานสะอาดและน้ำเพื่อดึงดูดลงทุน
รายละเอียด:
- แม้เวียดนามมีการลงทุนโรงงานชิปจาก Samsung แต่ไทยยังคงเป็นผู้นำในภูมิภาคด้านอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง โดยเฉพาะแผงวงจรพิมพ์ (PCB) และมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่ม Data Center และ AI ซึ่งจะสร้างความต้องการชิปและเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศมหาศาล
- ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในไตรมาสแรกของปี 2569 มีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านบาท โดย 60-70% เป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่ารัฐบาลจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น การบริหารจัดการน้ำ และการจัดหาพลังงานสะอาด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่เหล่านี้
ผลกระทบ:
– การขาดแคลนหรือความไม่มั่นคงของพลังงานสะอาดอาจเป็นอุปสรรคสำคัญในการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมไฮเทค เช่น Data Center และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูงและต้องการพลังงานที่มีความน่าเชื่อถือสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองต่อมาตรฐานสากลและความยั่งยืน
– การที่รัฐบาลสามารถจัดหาพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นโอกาสให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในภูมิภาค สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้และค่าครองชีพของประชาชน
ที่มา: bangkokbiznews, 30 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : วิเคราะห์แผนฯ 15 จีน ชี้ไทยเป็นเป้าหมายการลงทุนสำคัญ โดยเฉพาะพลังงานสะอาดและ EV
รายละเอียด:
- กุศลิน จารุชาต นักเศรษฐศาสตร์ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) วิเคราะห์แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ของจีน (ปี 2569–2573) ซึ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น AI, เซมิคอนดักเตอร์, เทคโนโลยีชีวภาพ และพลังงานทดแทน
- ไทยยังคงเป็นปลายทางการลงทุนที่สำคัญของจีนด้วย 3 เหตุผลหลัก: ตอบโจทย์ Dual demand strategy, ศักยภาพอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานที่ครบวงจร และมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย เช่น พลังงานสะอาด, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), ดิจิทัล และ AI
ผลกระทบ:
– การลงทุนจากจีนในภาคพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของไทยที่สอดรับกับนโยบายของจีน จะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทย ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และมีส่วนสำคัญในการลดต้นทุนค่าพลังงานในระยะยาว แต่รัฐบาลไทยจะต้องวางแผนเพื่อลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากจีนมากเกินไป เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
– รัฐบาลไทยมีโอกาสที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนคุณภาพสูงและเทคโนโลยีจากจีน หากสามารถสร้างสมดุลระหว่างการเปิดรับการลงทุนกับการปกป้องและยกระดับภาคอุตสาหกรรมในประเทศ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยให้เป็นไปตามเป้าหมาย Net Zero และสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ
ที่มา: Thairath.co.th, 31 พฤษภาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- “ค่าไฟปลอม” ระบาดหนัก มิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า หลอกประชาชนให้กดลิงก์ปลอม ทำให้สูญเสียเงินในบัญชี เตือนให้ระมัดระวังและตรวจสอบข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้
- สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ชี้ว่ากระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก เป็นโอกาสทองของอุตสาหกรรมยางล้อไทย โดยแนะให้ยกระดับสู่การผลิตยางล้อสมรรถนะสูง เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตยางล้อ EV
- โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งรวมถึงรัฐร่วมจ่าย 60:40 และเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะเริ่ม 1 มิ.ย. นี้ คาดกระตุ้นยอดขายสินค้าและเกิดเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 200,000 ล้านบาท
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศแจ้งเตือนไฟฟ้าดับในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ในหลายจุดของกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ เพื่อบำรุงรักษาระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- รัฐบาลเดินหน้าลดภาระค่าครองชีพ ดันรถไฟฟ้า MRT 4 สาย ได้แก่ สายสีน้ำเงิน ม่วง เหลือง ชมพู เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” รัฐช่วยจ่าย 60% เริ่ม 1 มิ.ย. ถึง 30 ก.ย. 2569