รายงานข่าวพลังงานสหรัฐฯ (USA Weekly) ประจำสัปดาห์ 23-May-2026 ถึง 29-May-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : ERCOT ออกมาตรการจูงใจมูลค่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมเทคโนโลยี Grid-Forming ในระบบกักเก็บพลังงาน
รายละเอียด:
- The Electric Reliability Council of Texas (ERCOT) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการระบบโครงข่ายไฟฟ้าในรัฐเท็กซัส ได้ริเริ่มโครงการจูงใจใหม่ (Nodal Protocol Revision Request – NPRR) เพื่อสนับสนุนให้ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และทรัพยากรที่พึ่งพาอินเวอร์เตอร์ (Inverter-Based Resources – IBRs) อื่นๆ นำเทคโนโลยี Grid-Forming มาใช้งาน
- โครงการนี้มีงบประมาณรวม 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจะจ่ายเงินจูงใจแบบครั้งเดียวในอัตรา 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ (MW) ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการที่สามารถติดตั้งและสาธิตการทำงานของเทคโนโลยี Grid-Forming ได้สำเร็จภายใน 18 เดือนนับจากการได้รับแจ้งการอนุมัติ
ผลกระทบ:
– เทคโนโลยี Grid-Forming ช่วยให้ BESS สามารถสร้างแรงดันและความถี่ของตัวเองได้โดยอัตโนมัติ (Autonomous) เสมือนเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบดั้งเดิม ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูงและมีความเฉื่อยในระบบ (System Inertia) ต่ำลง มาตรการของ ERCOT สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดหาบริการเสริมความมั่นคง (Ancillary Services) รูปแบบใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาความท้าทายด้านเสถียรภาพของกริดที่เกิดจาก IBRs
– การสร้างแรงจูงใจทางการเงินโดยตรงนี้เป็นแนวทางเชิงรุกที่น่าสนใจสำหรับผู้กำกับดูแลกิจการพลังงานทั่วโลก เพื่อเร่งการปรับใช้เทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งอาจเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศอื่นๆ ที่กำลังเผชิญปัญหาคล้ายคลึงกันในการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนปริมาณมากเข้าสู่ระบบไฟฟ้า และมองหาแนวทางสร้างรายได้ใหม่ๆ ให้กับผู้ลงทุนในระบบกักเก็บพลังงาน
ที่มา: Energy Storage News, 28 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : PJM Interconnection เผชิญแรงกดดันจากการเติบโตของโหลดอย่างก้าวกระโดด เสนอ 3 แนวทางปฏิรูปตลาดไฟฟ้า
รายละเอียด:
- PJM Interconnection ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการระบบส่งไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับการคาดการณ์การเติบโตของโหลดไฟฟ้าในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากความต้องการไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และได้เผยแพร่เอกสาร “Powering Reliability Through Market Design” เพื่อเสนอแนวทางการปฏิรูปตลาดจัดสรรกำลังผลิต (Capacity Market)
- PJM ระบุว่ากลไกราคาเดียว (Single Clearing Price) ในตลาดปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนในแหล่งผลิตไฟฟ้าใหม่ๆ และได้เสนอ 3 แนวทางปฏิรูปหลัก ได้แก่ Path A (Stabilized Markets) เน้นการทำสัญญาระยะยาวและให้ภาครัฐมีบทบาทมากขึ้น, Path B (Differential Reliability) แบ่งความรับผิดชอบระหว่าง PJM และมลรัฐให้ชัดเจนขึ้น, และ Path C (Energy Market Transition) พึ่งพาสัญญาณราคาในตลาดซื้อขายไฟฟ้า (Energy Market) มากขึ้น คล้ายกับตลาดของ ERCOT
ผลกระทบ:
– ปัญหานี้สะท้อนความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ผู้ดำเนินการระบบโครงข่ายไฟฟ้าทั่วโลกกำลังเผชิญ คือ ตลาดไฟฟ้าแบบดั้งเดิมอาจไม่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของโหลดขนาดใหญ่และพลวัตของพลังงานสะอาดได้ทันท่วงที บทวิเคราะห์จาก The Brattle Group ชี้ให้เห็นว่าการตัดสินใจของ PJM จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อรูปแบบการลงทุนด้านพลังงานใน 13 มลรัฐที่ PJM ดูแล
– ประเด็นนี้เป็นบทเรียนสำคัญต่อกิจการไฟฟ้าทั่วโลกในการทบทวนการออกแบบตลาดไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่น สามารถส่งสัญญาณราคาที่เหมาะสมเพื่อจูงใจการลงทุนในเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อความมั่นคงของระบบ เช่น BESS และโรงไฟฟ้าที่ยืดหยุ่น (Flexible Generation) ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการเพิ่มขึ้นของโหลดรูปแบบใหม่ๆ เช่น Data Center และยานยนต์ไฟฟ้า
ที่มา: Energy Storage News, 28 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : LG Energy Solution Vertech บรรลุข้อตกลงจัดหา BESS ขนาด 6 GWh ให้กับ DTE Energy ในรัฐมิชิแกน เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูลและเป้าหมายพลังงานสะอาด
รายละเอียด:
- LG Energy Solution Vertech ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการบูรณาการระบบกักเก็บพลังงานในอเมริกาเหนือของ LG Energy Solution ได้ลงนามในข้อตกลงจัดหาระบบ BESS ขนาดรวม 1.5 GW / 6 GWh ให้กับ DTE Energy ซึ่งเป็นบริษัทสาธารณูปโภครายใหญ่ในรัฐมิชิแกน
- โครงการนี้จะใช้เซลล์แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอรอนฟอสเฟต (LFP) ที่ผลิตในสหรัฐฯ และแคนาดา รวมถึงจากโรงงานของ LG ES ในรัฐมิชิแกนเอง เพื่อรองรับโครงการ 8 โครงการของ DTE Energy ซึ่งส่วนหนึ่งมีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ของ Oracle และ Google
ผลกระทบ:
– ข้อตกลงนี้สะท้อนแนวโน้มสำคัญ 3 ประการ คือ 1) ความต้องการไฟฟ้ามหาศาลจากอุตสาหกรรม AI และศูนย์ข้อมูลกำลังกลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ 2) นโยบายส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ (Domestic Content) ของสหรัฐฯ กำลังส่งผลให้เกิดการสร้างห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ในทวีปอเมริกาเหนืออย่างเป็นรูปธรรม และ 3) บริษัทสาธารณูปโภค (Utility) กำลังปรับตัวเข้าสู่รูปแบบธุรกิจใหม่ โดยการเป็นพันธมิตรกับผู้พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเพื่อจัดหาไฟฟ้าให้กับลูกค้ารายใหญ่โดยตรง ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองเป้าหมายด้านพลังงานสะอาดของมลรัฐ (มิชิแกนตั้งเป้า BESS 2.5 GW ภายในปี 2030)
ที่มา: Energy Storage News, 28 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : มลรัฐเดลาแวร์ผ่านกฎหมายใหม่ บังคับใช้มาตรฐานการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าสำหรับพลังงานหมุนเวียนแบบกระจายตัว
รายละเอียด:
- ผู้ว่าการรัฐเดลาแวร์ได้ลงนามในกฎหมาย House Bill 269 ซึ่งกำหนดให้บริษัทสาธารณูปโภคด้านไฟฟ้าต้องปรับปรุงขั้นตอนการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า (Interconnection Procedures) สำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานแบบกระจายตัว (Distributed Solar and Storage) ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน “Model Interconnection Procedures” ของสภาพลังงานหมุนเวียนระหว่างรัฐ (Interstate Renewable Energy Council – IREC) ภายใน 12 เดือน
- กฎหมายนี้เกิดขึ้นหลังจาก Frank Burns สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของรัฐ พบว่าเดลาแวร์ได้เกรด “D” ในรายงาน “Freeing the Grid” ซึ่งชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงระบบในการเชื่อมต่อโครงการพลังงานสะอาดเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าที่ล่าช้าและไม่มีประสิทธิภาพ
ผลกระทบ:
– กฎหมายนี้ถือเป็นฉบับแรกในสหรัฐฯ ที่อ้างอิงและบังคับใช้มาตรฐานของ IREC อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอน ลดระยะเวลา และลดต้นทุนในการเชื่อมต่อโครงการพลังงานสะอาดขนาดเล็กเข้ากับระบบจำหน่าย (Distribution Grid) การกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนและให้อำนาจหน่วยงานกำกับดูแลในการบังคับใช้ ถือเป็นการแก้ปัญหาคอขวด (Bottleneck) ในการพัฒนาพลังงานสะอาดได้อย่างตรงจุด
– กรณีของเดลาแวร์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการออกกฎหมายเพื่อปรับปรุงกระบวนการเชิงบริหารจัดการ ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศอื่นๆ ที่การขยายตัวของพลังงานหมุนเวียนถูกจำกัดด้วยกฎระเบียบที่ล้าสมัย มากกว่าข้อจำกัดทางเทคโนโลยี หรือปัญหาเชิงโครงข่ายไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
ที่มา: pv magazine USA, 28 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : MISO โต้แย้งข้อกล่าวหาของกลุ่มสาธารณูปโภคเรื่องความล่าช้าในการสร้างสายส่งไฟฟ้าจากการประมูลแข่งขัน
รายละเอียด:
- Midcontinent Independent System Operator (MISO) ได้ยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานแห่งชาติ (FERC) เพื่อโต้แย้งข้อร้องเรียนของกลุ่มบริษัทสาธารณูปโภค (นำโดย Entergy และ Xcel Energy) ที่อ้างว่ากระบวนการประมูลแข่งขันเพื่อสร้างสายส่งไฟฟ้า (Competitive Transmission Bidding) ทำให้โครงการล่าช้าไป 16-20 เดือน
- MISO ชี้แจงว่าระยะเวลาที่ล่าช้าตามข้อกล่าวหานั้น “เกินจริง” และไม่สอดคล้องกับประสบการณ์จริงของ MISO อย่างไรก็ตาม MISO ไม่ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะให้ FERC ยอมรับหรือปฏิเสธข้อร้องเรียนดังกล่าว
ผลกระทบ:
– ประเด็นนี้เป็นศูนย์กลางของข้อถกเถียงเชิงนโยบายเกี่ยวกับ FERC Order 1000 ซึ่งส่งเสริมการแข่งขันในการสร้างสายส่งระดับภูมิภาคเพื่อลดต้นทุน กลุ่มสาธารณูปโภคดั้งเดิมพยายามจำกัดการแข่งขันนี้โดยอ้างความล่าช้า โดยเฉพาะเมื่อมีความต้องการเชื่อมต่อโหลดขนาดใหญ่เช่นศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
– ผลการตัดสินของ FERC ในเรื่องนี้จะมีผลกระทบอย่างสูงต่อต้นทุนและรูปแบบการพัฒนาโครงข่ายสายส่งในอนาคต หาก FERC เห็นด้วยกับกลุ่มสาธารณูปโภค อาจเป็นการลดทอนกลไกการแข่งขันที่ออกแบบมาเพื่อคุ้งครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกในการสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมการแข่งขันกับการเร่งรัดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น
ที่มา: Utility Dive, 28 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : บทวิเคราะห์ชี้ กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Hyperscalers) กำลังกลายเป็นผู้เล่นในธุรกิจไฟฟ้าโดยปริยายจากข้อจำกัดของกริด
รายละเอียด:
- บทวิเคราะห์โดย Shaun Walsh ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Peak Nano ระบุว่ากลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Hyperscalers) เช่น Microsoft, Meta, Amazon, และ Google กำลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่มาเป็นผู้พัฒนาและจัดหาพลังงานของตนเอง (Bring Your Own Power – BYOP)
- สาเหตุหลักมาจากระบบโครงข่ายไฟฟ้าไม่สามารถขยายตัวได้ทันต่อความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของศูนย์ข้อมูล AI ทำให้บริษัทเหล่านี้ต้องลงทุนในแหล่งผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่โดยตรง เช่น การทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และการลงทุนในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูล (SMRs)
ผลกระทบ:
– แนวโน้มนี้กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมไฟฟ้าอย่างสิ้นเชิง โดย Hyperscalers กำลังกลายเป็นผู้เล่นรายใหม่ที่มีบทบาทเทียบเท่ากับบริษัทสาธารณูปโภค โดยมีการบริหารจัดการสินทรัพย์การผลิตไฟฟ้า ความเสี่ยงด้านสายส่ง และการพยากรณ์โหลดในระดับ Gigawatt
– ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงความท้าทายของกระบวนการวางแผนระบบไฟฟ้าแบบดั้งเดิมในการรับมือกับโหลดรูปแบบใหม่ และเป็นโจทย์ใหญ่ต่อหน่วยงานกำกับดูแลในการกำกับดูแลผู้เล่นรายใหม่เหล่านี้ นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดการแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรในห่วงโซ่อุปทาน เช่น หม้อแปลงไฟฟ้าและสวิตช์เกียร์ ซึ่งอาจกระทบต่อโครงการของ Utility ทั่วไป
ที่มา: Utility Dive, 28 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : Siemens และ Jabil ขยายฐานการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าในเวอร์จิเนีย เพื่อแก้ปัญหาห่วงโซ่อุปทานและรองรับความต้องการจากศูนย์ข้อมูล
รายละเอียด:
- บริษัท Siemens และ Jabil ผู้ให้บริการโซลูชันการผลิต ประกาศแผนการลงทุน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเปิดโรงงานแห่งใหม่ในรัฐเวอร์จิเนีย สำหรับการผลิตสวิตช์เกียร์แรงดันปานกลาง (Medium-Voltage Switchgear) และโซลูชันระบบจำหน่ายไฟฟ้าแบบบูรณาการ
- การลงทุนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทานของโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า และตอบสนองความต้องการที่เร่งตัวขึ้นจากกลุ่มศูนย์ข้อมูล สาธารณูปโภค และภาคอุตสาหกรรม โดยคาดว่าจะเริ่มการผลิตได้ในฤดูใบไม้ร่วงปี 2569
ผลกระทบ:
– การขยายกำลังการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สำคัญภายในสหรัฐฯ สะท้อนถึงความพยายามในการสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Resilience) สำหรับโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งปัญหาความล่าช้าในการจัดหาหม้อแปลงและสวิตช์เกียร์เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเชื่อมต่อโครงการพลังงานสะอาดและศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่เข้ากับระบบไฟฟ้า
– การลงทุนของ Siemens ชี้ให้เห็นว่าความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลกำลังสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า และเป็นสัญญาณบวกต่อการลดการพึ่งพาสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทางพลังงานที่หลายประเทศกำลังให้ความสำคัญ
ที่มา: pv magazine USA, 28 พฤษภาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- คณะกรรมการพลังงานแคลิฟอร์เนีย (CEC) อนุมัติโครงการ BESS ขนาด 400 MW/3,200 MWh ของบริษัท Clearway Energy Group ผ่านกระบวนการอนุญาตแบบเร่งด่วนที่ริเริ่มโดยผู้ว่าการรัฐ Gavin Newsom
- ศาลสูงสุดของรัฐโอไฮโอสั่งระงับโครงการโซลาร์ฟาร์มเชิงเกษตรขนาด 800 MW ชั่วคราว เนื่องจากผู้พัฒนาไม่ได้จัดทำภาพจำลองทัศนียภาพของสถานีไฟฟ้าแรงสูงย่อยตามที่กฎหมายกำหนด
- คณะกรรมการสาธารณูปโภคของรัฐโอเรกอนอนุมัติโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่สำหรับลูกค้ารายใหญ่ (Large-Load Tariff) ของบริษัท Portland General Electric เพื่อให้ศูนย์ข้อมูลรับภาระต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น
- บริษัท DESRI เริ่มก่อสร้างโครงการโซลาร์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานขนาด 180 MW/720 MWh ในรัฐนิวเม็กซิโก ขณะที่ OCI Energy และ CPS Energy เริ่มก่อสร้างโครงการ BESS ขนาด 120 MW/480 MWh ในเมืองซานอันโตนิโอ รัฐเท็กซัส
- บทความชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของระบบโทรคมนาคมในการเชื่อมต่อสถานีไฟฟ้าย่อยเข้ากับศูนย์ควบคุม ซึ่งมักถูกมองข้ามในโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าและอาจนำไปสู่ความล่าช้าในการดำเนินงาน