รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 28 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : คลื่นความร้อนถล่มเวียดนามดันความต้องการพลังงานพุ่งสูงทำไฟฟ้าดับถี่
รายละเอียด:
- กระทรวงอุตสาหกรรมเวียดนามระบุว่า คลื่นความร้อนอุณหภูมิเกือบ 40 องศาเซลเซียสในภาคเหนือของประเทศ ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับบ่อยครั้งในกรุงฮานอย
- สถานการณ์มีความน่ากังวลยิ่งขึ้นจากการคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะกลับมาในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2569 ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยแล้งและคลื่นความร้อนที่ยาวนานขึ้น
- เวียดนามพึ่งพาโรงไฟฟ้าถ่านหินและเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำเป็นหลัก ทำให้ระบบไฟฟ้าเปราะบางต่อต้นทุนเชื้อเพลิงและระดับน้ำต่ำ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่พลังงานแสงอาทิตย์ไม่สามารถใช้งานได้
ผลกระทบ:
- การขาดแคลนไฟฟ้าส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของประชาชนและภาคธุรกิจ ทำให้เกิดความไม่สะดวกสบายและต้นทุนทางเศรษฐกิจจากการหยุดชะงัก
- แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าในภูมิภาคที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความจำเป็นในการกระจายแหล่งพลังงานเพื่อลดความเปราะบาง
- รัฐบาลเวียดนามต้องเร่งรัดมาตรการลดการใช้ไฟฟ้าและทบทวนแผนพลังงานเพื่อรับมือกับวิกฤตที่อาจเลวร้ายลง โดยมีบทเรียนให้ไทยในการเตรียมพร้อมรับมือคลื่นความร้อนและผลกระทบต่อระบบไฟฟ้า
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 27 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : โซลาร์ครัวเรือนขยายตัวช้า ภาครัฐต้องช่วยลดต้นทุน-แก้กฎระเบียบ
รายละเอียด:
- กระทรวงพลังงานตั้งเป้าติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาคครัวเรือน 90,000 ครัวเรือนภายในปี 2571 แต่ปัจจุบันมีครัวเรือนที่ติดตั้งเพียง 20,282 ครัวเรือน หรือคิดเป็นราว 23% ของเป้าหมาย
- สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ชี้ว่า ปัญหาหลักคือต้นทุนการติดตั้งที่สูง (ประมาณ 1.2-4 แสนบาท) กระบวนการขออนุญาตที่ซับซ้อน และแรงจูงใจด้านนโยบายยังไม่ดึงดูดเท่าที่ควร
- สศช. เสนอให้รัฐบาลอุดหนุนค่าติดตั้งโดยตรงสำหรับครัวเรือนรายได้น้อย และปรับปรุงกฎระเบียบให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ทั่วถึงมากขึ้น
ผลกระทบ:
- การขยายตัวที่ล่าช้าของโซลาร์ครัวเรือนจะส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าหมายพลังงานสะอาดของประเทศในแผนพลังงานชาติ และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) ที่มุ่งสู่ Net Zero
- การที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังเข้าถึงได้ยาก ทำให้การลดภาระค่าไฟฟ้าในระยะยาวและโอกาสในการเป็น “Prosumer” ของครัวเรือนทำได้จำกัด ส่งผลให้ค่าครองชีพยังคงสูงในระยะยาว
- รัฐบาลต้องเผชิญกับความท้าทายในการออกแบบนโยบายที่ครอบคลุมและเป็นธรรม สร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนกับการลดภาระค่าครองชีพประชาชนอย่างยั่งยืน
ที่มา: Policy Watch, 27 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : สงครามจะร้อนแค่ไหน พลังงานและเศรษฐกิจไทยต้องไม่สะดุด เจาะแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติรับมือวิกฤต
รายละเอียด:
- บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะ Shipper ผู้จัดหาก๊าซธรรมชาติ ได้เร่งปรับแผนจัดหาก๊าซธรรมชาติเพื่อรับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลางและฤดูร้อนที่ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูง
- มาตรการสำคัญคือ การประสานผู้ผลิตเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซจากอ่าวไทย เจรจาประเทศเพื่อนบ้านเลื่อนแผนซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซ และจัดหา Spot LNG จากแหล่งนอกตะวันออกกลางจำนวน 2 เที่ยวเรือ
- ปตท. ยังคงเดินหน้าการใช้โรงแยกก๊าซธรรมชาติเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ก๊าซและผลิต LPG อย่างเพียงพอ โดยมีการปรับสัดส่วนการจัดสรรก๊าซธรรมชาติเพิ่มให้ภาคการผลิตไฟฟ้าเป็น 64% ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2569
ผลกระทบ:
- ความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและค่าพลังงานของไทย
- การบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพช่วยรักษาเสถียรภาพระบบไฟฟ้าและลดโอกาสการเกิดไฟฟ้าดับในประเทศ พร้อมทั้งพยุงค่าครองชีพของประชาชนและภาคธุรกิจ
- ความท้าทายของรัฐบาลคือ การสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว ลดการพึ่งพิงพลังงานฟอสซิล และส่งเสริมพลังงานสะอาดควบคู่ไปกับการบริหารจัดการอุปทานเชื้อเพลิงในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ที่มา: Thairath.co.th, 27 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : ปตท. เดินหน้าฝ่าวิกฤตพลังงานโลก การันตีความมั่นคงพลังงานไทย
รายละเอียด:
- ปตท. รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 25,738 ล้านบาท เติบโต 10.4% ซึ่งสะท้อนศักยภาพในการบริหารจัดการวิกฤตพลังงานโลกจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
- ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ย้ำบทบาทในการรักษาความมั่นคงทางพลังงาน โดยการสั่งโรงกลั่นเดินเครื่องเกิน 100% และจัดหาน้ำมันดิบ-LNG จากแหล่งใหม่ เพื่อไม่ให้ประเทศขาดแคลน
- ปตท. ได้เตรียมสภาพคล่องทางการเงินสูงถึง 230,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นกันชนรับมือความผันผวนราคาพลังงาน และเป็นเงินสำรองรองรับหนี้ค้างชำระจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ผลกระทบ:
- ความแข็งแกร่งทางการเงินและกลยุทธ์เชิงรุกของ ปตท. มีส่วนสำคัญในการพยุงเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ ช่วยป้องกันการขาดแคลนและลดแรงกระแทกจากราคาพลังงานโลกที่ผันผวน
- ต้นทุนทางการเงินของ ปตท. ที่เพิ่มขึ้นกว่า 600 ล้านบาทต่อเดือน จากการแบกรับภาระสภาพคล่องและค่าใช้จ่ายในการจัดหาพลังงาน สะท้อนถึงกลไกการอุดหนุนราคาพลังงานที่ยังคงต้องพึ่งพากลุ่ม ปตท. เป็นหลัก
- รัฐบาลยังคงต้องทำงานใกล้ชิดกับ ปตท. ในการวางแผนระยะยาว ทั้งการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมใหม่ๆ และการต่อยอดธุรกิจพลังงานให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero และการแข่งขันในตลาดโลก
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 27 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : อิหร่านขู่ตอบโต้! หลังสหรัฐฯ โจมตีรอบช่องแคบฮอร์มุซ
รายละเอียด:
- กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยอ้างเป็นการป้องกันตนเอง ในขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านและกองกำลัง IRGC ประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
- สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น และอิหร่านได้ประกาศสิทธิ์อันชอบธรรมและเด็ดขาดในการตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ
- จีน โดยนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายรักษาการหยุดยิงและเดินหน้าเจรจา เพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบ:
- ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก มีโอกาสสูงที่จะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก และดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง
- ค่าพลังงานที่สูงขึ้นจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของไทย ซึ่งพึ่งพิงเชื้อเพลิงนำเข้า และจะสะท้อนไปที่ค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพของประชาชนและภาคธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
- รัฐบาลไทยต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมมาตรการรองรับความผันผวนของราคาพลังงาน เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความท้าทายในการบริหารจัดการความมั่นคงพลังงาน
ที่มา: Thai PBS, 27 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : “อรรถวิชช์” ค้านสุดตัวส่งออกน้ำมันเครื่องบิน แฉฝ่ายประจำ ก.พลังงาน ทั้งกำกับทั้งเป็นบอร์ดโรงกลั่น
รายละเอียด:
- นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ คัดค้านมาตรการการส่งออกน้ำมันเครื่องบิน JET A-1 โดยอ้างว่าคลังน้ำมันไม่ได้ล้นตามที่กล่าวอ้าง และชี้ว่าฝ่ายประจำกระทรวงพลังงานให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนต่อสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
- นายอรรถวิชช์กล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงพลังงานบางส่วนสวมหมวกสองใบ คือทั้งกำกับดูแลระบบราชการและนั่งเป็นบอร์ดบริหารบริษัทพลังงาน ทำให้ได้ประโยชน์จากการส่งออกน้ำมันในราคาแพงในตลาดโลก
- เขาเสนอให้ลดราคาน้ำมันเครื่องบินในประเทศเพื่อลดค่าตั๋วเครื่องบินและส่งเสริมการท่องเที่ยว แทนที่จะส่งออกให้คู่แข่งทางการท่องเที่ยวอย่างเวียดนามและฟิลิปปินส์ ในสภาวะที่น้ำมันเชื้อเพลิงยังขาดแคลน
ผลกระทบ:
- การกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและความไม่โปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลด้านพลังงาน สร้างความไม่เชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการพลังงานของประเทศและอาจนำไปสู่ข้อถกเถียงทางการเมือง
- หากมีการส่งออกน้ำมันเครื่องบินในขณะที่ประเทศไทยยังขาดแคลนดีเซล อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานในประเทศ และทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นจากกลไกตลาดโลก
- รัฐบาลและกระทรวงพลังงานต้องแสดงความโปร่งใสและชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาคธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานของชาติอย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ
ที่มา: Thairath.co.th, 27 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : เขมรเข้าตาจน!เร้าคลี่คลายข้อพิพาทพื้นที่อ้างสิทธิ์กับไทย หวังขอแบ่งขุมทรัพย์น้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้ทะเล
รายละเอียด:
- นายแก้ว รตนาค รัฐมนตรีเหมืองและพลังงานของกัมพูชา ได้เร่งรัดให้ไทยคลี่คลายข้อพิพาทพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนทางทะเลอย่างสันติ โดยหวังปลดล็อคแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมูลค่ากว่า 3 แสนล้านดอลลาร์
- กัมพูชายังคงยึดมั่นในการเจรจาและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) แม้ไทยจะถอนตัวจากบันทึกความเข้าใจ 2001 (MoU 44)
- ข้อพิพาทนี้เกี่ยวข้องกับพื้นที่ 26,000 ตารางกิโลเมตร ที่เชื่อว่ามีก๊าซธรรมชาติสะสมอยู่กว่า 11 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต และน้ำมันหลายล้านบาร์เรล ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศและอาเซียนในภาวะพลังงานโลกผันผวน
ผลกระทบ:
- หากสามารถคลี่คลายข้อพิพาทและพัฒนาทรัพยากรในพื้นที่ทับซ้อนได้ จะเป็นแหล่งพลังงานสำคัญสำหรับประเทศไทยในอนาคต ลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงและเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว
- การเจรจาที่ยืดเยื้อหรือความล้มเหลวในการหาข้อยุติจะทำให้ประเทศไทยพลาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า และกระทบต่อแผนพลังงานในระยะยาว รวมถึงเป้าหมาย Net Zero
- รัฐบาลไทยเผชิญความท้าทายในการจัดการข้อพิพาทระหว่างประเทศอย่างสันติและเป็นธรรม เพื่อผลประโยชน์สูงสุดด้านพลังงานและเศรษฐกิจของชาติในระยะยาว โดยคำนึงถึงกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 27 พฤษภาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- กฟน. ประกาศดับไฟในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ในวันที่ 27 พ.ค. 2569 เพื่อบำรุงรักษาระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าตามแผนงานประจำ
- รฟม. ปรับลดอัตราค่าโดยสาร MRT สายสีน้ำเงินใหม่ เริ่ม 3 ก.ค. 2569 เป็น 17-44 บาท โดยลดลงในระยะทางไกลสุด ตามการทบทวนสัญญาและดัชนีราคาผู้บริโภคที่ลดลง
- โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ยังเหลือสิทธิอีกกว่า 4.5 ล้านสิทธิ โดยเปิดให้ประชาชนกดรับสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายจากวิกฤตพลังงานจนถึง 29 พ.ค. 2569
- จากสถิติพบว่ารถยนต์ไฮบริด (HEV/PHEV) มีความเสี่ยงเกิดไฟไหม้สูงที่สุด เนื่องจากมีความซับซ้อนของทั้งระบบน้ำมันและไฟฟ้า ในขณะที่รถ EV มีโอกาสเกิดน้อยสุดแต่เมื่อไหม้แล้วจะดับยากและรุนแรงกว่า
- ตลาดรถยนต์สหรัฐฯ แสดงเทรนด์ยอดขายรถไฮบริดเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าในสามปี สวนทางกับรถ EV ที่ลดลง ส่วนหนึ่งจากการสิ้นสุดมาตรการลดหย่อนภาษี ทำให้ผู้บริโภคเลือกไฮบริดที่ราคาถูกกว่าและใช้งานคุ้นเคย