รายงานข่าวพลังงานสหรัฐฯ (USA Weekly) ประจำสัปดาห์ 08-Aug-2026 ถึง 14-Aug-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) ประกาศยุติการพิจารณาเขตพื้นที่สายส่งไฟฟ้าเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติ (NIETC) ที่เสนอไว้ 3 โครงการ
รายละเอียด:
- กระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกา (DOE) ได้ประกาศยุติกระบวนการพิจารณาและทบทวนข้อเสนอในการกำหนดเขตพื้นที่สายส่งไฟฟ้าเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติ (National Interest Electric Transmission Corridors – NIETCs) จำนวน 3 โครงการ ซึ่งเคยถูกคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567
- โครงการทั้งสามประกอบด้วย 1) Lake Erie–Canada Corridor 2) Southwestern Grid Connector Corridor และ 3) Tribal Energy Access Corridor โดยการตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการรวบรวมความคิดเห็นจากสาธารณะและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่ง DOE ระบุว่ากระบวนการดังกล่าวสร้างความสับสนในระดับชุมชนเกี่ยวกับขอบเขตและเจตนารมณ์ของอำนาจภายใต้ NIETC
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ นาย Chris Wright กล่าวว่านโยบายด้านระบบสายส่งต้องรับใช้ผลประโยชน์ของประชาชนอเมริกัน ไม่ใช่กลุ่มผลประโยชน์พิเศษหรือวาระด้านสภาพภูมิอากาศที่ตื่นตระหนกจนเกินไป และรัฐบาลมุ่งเน้นนโยบายที่สนับสนุนพลังงานไฟฟ้าที่ราคาไม่แพง มีเสถียรภาพ และมั่นคง
ผลกระทบ:
การตัดสินใจนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงแนวทางนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ให้ความสำคัญกับความกังวลของชุมชนและประเด็นด้านราคาพลังงานมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้การพัฒนาโครงการสายส่งขนาดใหญ่ที่ต้องพาดผ่านหลายรัฐ (Interstate Transmission) เผชิญกับความล่าช้าและความท้าทายในการขออนุมัติมากยิ่งขึ้น การขาดกลไกสนับสนุนจากรัฐบาลกลางอาจทำให้โครงการที่จำเป็นต่อการส่งจ่ายพลังงานสะอาดจากแหล่งผลิตไปยังศูนย์กลางความต้องการไฟฟ้าไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามแผน
สำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้า การยุติกระบวนการ NIETC เป็นการส่งสัญญาณว่าการใช้อำนาจของรัฐบาลกลางในการอนุมัติโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจะถูกจำกัดลง สิ่งนี้จะเพิ่มแรงกดดันให้ผู้พัฒนาโครงการต้องสร้างความร่วมมือและได้รับการยอมรับจากระดับรัฐและท้องถิ่นมากขึ้น ซึ่งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน บทเรียนสำคัญคือการวางแผนสายส่งในอนาคตจำเป็นต้องมีการบูรณาการกับการมีส่วนร่วมของชุมชนและแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่ชัดเจนต่อผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ เพื่อลดแรงต่อต้านและสร้างความไว้วางใจ
ที่มา:
T&D World, 13 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : เหตุการณ์โหลดไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูล 3 GW หลุดจากระบบของ PJM ตอกย้ำความเสี่ยงด้านเสถียรภาพของกริดที่ต้องเร่งแก้ไข
รายละเอียด:
- เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เกิดเหตุการณ์สายส่งไฟฟ้าเส้นหนึ่งในเมือง Ashburn รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นศูนย์กลาง Data Center ขนาดใหญ่ เกิดเหตุขัดข้องและถูกปลดออกจากระบบ ส่งผลให้ศูนย์ข้อมูลจำนวนมากในพื้นที่สับเปลี่ยนไปใช้ระบบไฟฟ้าสำรองพร้อมกัน ทำให้โหลดไฟฟ้าปริมาณกว่า 3 GW หายไปจากระบบของ PJM Interconnection อย่างฉับพลัน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 3% ของความต้องการไฟฟ้าทั้งหมดในขณะนั้น
- เหตุการณ์นี้คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในปี พ.ศ. 2567 ที่โหลดจากศูนย์ข้อมูล 1.5 GW หลุดจากระบบหลังเกิดเหตุฟ้าผ่าสายส่ง โดยผลการสอบสวนของ North American Electric Reliability Corporation (NERC) ในครั้งนั้นชี้ชัดว่า การปลดโหลดทั้งหมดเกิดจากอุปกรณ์ป้องกันฝั่งลูกค้า (Customer-side protection) ไม่ใช่ฝั่งระบบไฟฟ้าของ Utility
- NERC และ Federal Energy Regulatory Commission (FERC) กำลังผลักดันให้มีการออกมาตรฐานด้านความเชื่อถือได้ (Reliability Standards) ฉบับใหม่สำหรับโหลดเชิงคำนวณ (Computational Loads) เช่น Data Center โดยกำหนดให้ต้องมีขีดความสามารถในการทนต่อสภาวะความผิดพร่องในระบบไฟฟ้า (Ride-through capability) และมีข้อกำหนดที่ชัดเจนเกี่ยวกับพิกัดการตั้งค่าอุปกรณ์ป้องกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์โหลดหลุดจากระบบพร้อมกันในปริมาณมาก ซึ่งอาจกระทบต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในภาพรวม
ผลกระทบ:
เหตุการณ์นี้เป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนถึงความท้าทายที่ระบบไฟฟ้ากำลังเผชิญจากการเพิ่มขึ้นของโหลดไฟฟ้าขนาดใหญ่และมีความอ่อนไหวสูง เช่น AI Data Center ซึ่งมีพฤติกรรมการตอบสนองต่อความผิดพร่องในระบบที่แตกต่างจากโหลดอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม การที่โหลดจำนวนมากถูกปลดออกจากระบบพร้อมกันอย่างรวดเร็ว (Load rejection) สร้างภาระอย่างหนักต่อโรงไฟฟ้าที่กำลังเดินเครื่องอยู่ ซึ่งต้องลดกำลังการผลิตลงอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาเสถียรภาพของความถี่และแรงดันไฟฟ้า
แนวโน้มนี้จะนำไปสู่การบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นสำหรับผู้ประกอบการ Data Center โดยจะต้องมีการประสานงานการตั้งค่าอุปกรณ์ป้องกัน (Protection Coordination) ระหว่างฝั่งลูกค้าและ Utility อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ให้บริการโซลูชันด้านคุณภาพไฟฟ้าและระบบสำรองไฟฟ้า เช่น แบตเตอรี่ BESS ที่มีความสามารถ Grid-forming เพื่อช่วยให้ Data Center สามารถทนต่อสภาวะผิดพร่องชั่วขณะได้โดยไม่ต้องตัดการเชื่อมต่อจากกริด ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าโดยรวมและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว
ที่มา:
POWER Magazine, 10 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : 7 แนวโน้มสำคัญที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (BESS) ในปี 2569 และอนาคต
รายละเอียด:
- บทวิเคราะห์โดย Aaroh Kharaya ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมของ Primergy ได้สรุป 7 แนวโน้มสำคัญที่กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (BESS) ขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ
- 1) Grid-forming Inverter และ Black Start กลายเป็นมาตรฐาน: ความต้องการจากศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Hyperscaler) และนโยบายของหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง ERCOT ทำให้ความสามารถในการสร้างเสถียรภาพของกริด (Grid-forming) และการเริ่มจ่ายไฟได้เองหลังระบบล่ม (Black Start) กลายเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของ BESS
- 2) ผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์ขยายธุรกิจสู่ระบบควบคุม: ผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์ (Inverter OEM) กำลังขยายบทบาทขึ้นมานำเสนอระบบควบคุมระดับ Block Controller เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและควบคุมส่วนที่สำคัญที่สุดของระบบ
- 3) มาตรฐานความปลอดภัย NFPA 855 (2026) เข้มงวดขึ้น: กำหนดให้ต้องมีการทดสอบการลุกลามของไฟในระดับการติดตั้งจริง (Installation-level fire testing) นอกเหนือจากการทดสอบในระดับยูนิต (UL 9540A) ทำให้ความปลอดภัยกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขัน
- 4) รูปแบบตู้คอนเทนเนอร์กลายเป็นมาตรฐานหลัก: การติดตั้ง BESS ภายในอาคาร (Building-based) แทบจะหมดไป เนื่องจากรูปแบบตู้คอนเทนเนอร์ภายนอกอาคารที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยแล้ว ง่ายต่อการขออนุญาตและติดตั้งมากกว่า
- 5) การแข่งขันด้านความหนาแน่นพลังงานขยับสู่ระดับพื้นที่ติดตั้ง: การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความจุของเซลล์แบตเตอรี่ แต่ขยายไปสู่ความหนาแน่นของพลังงานต่อพื้นที่ (MWh per acre) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนด้านที่ดินและงานโยธา
- 6) การผลิตเซลล์ LFP และ DC Block ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น: นโยบายภาครัฐ (เช่น OBBBA และกฎ FEOC) และอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น กำลังดึงดูดให้เกิดการตั้งฐานการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ชนิด Lithium Iron Phosphate (LFP) และส่วนประกอบหลักอื่นๆ ภายในประเทศ
- 7) การวิเคราะห์ข้อมูลแบตเตอรี่โดยอิสระกลายเป็นสิ่งจำเป็น: แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลจากบุคคลที่สาม (Third-party analytics) เพื่อประเมินสถานะสุขภาพของแบตเตอรี่ (SoH) กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่สถาบันการเงินและบริษัทประกันภัยใช้ในการประเมินความเสี่ยงและสร้างความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์ BESS ในระยะยาว
ผลกระทบ:
แนวโน้มเหล่านี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาด BESS ในสหรัฐฯ ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากเทคโนโลยีเฉพาะกลุ่มไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญ ตลาดกำลังให้ความสำคัญกับความสามารถในการให้บริการเสริมความมั่นคงของกริด (Ancillary Services) มากกว่าแค่การทำ Arbitrage ราคาพลังงานเพียงอย่างเดียว
สำหรับผู้พัฒนาโครงการและผู้ประกอบการ การตัดสินใจด้านการจัดซื้อและออกแบบในปี 2569 จะแตกต่างจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง โดยต้องพิจารณาปัจจัยด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานใหม่ ความสามารถด้าน Grid-forming การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ด้านซัพพลายเชน (FEOC) และการเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีความหนาแน่นพลังงานสูงขึ้น เพื่อให้โครงการสามารถแข่งขันได้และได้รับการสนับสนุนทางการเงินในระยะยาว
ที่มา:
Energy Storage News, 13 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : FERC มีคำตัดสินที่เป็นประโยชน์ต่อโรงไฟฟ้าเสมือน (VPP) ในตลาด PJM โดยอนุญาตให้ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างทางสถิติ
รายละเอียด:
- คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานแห่งชาติ (FERC) ได้มีคำสั่งให้ PJM Interconnection ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการตลาดไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ยอมรับการใช้ ‘การสุ่มตัวอย่างทางสถิติ’ (Statistical Sampling) เป็นวิธีการที่ถูกต้องในการวัดผลและพิสูจน์ความน่าเชื่อถือของโครงการตอบสนองด้านโหลด (Demand Response) และโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant – VPP) ที่มาจากภาคที่อยู่อาศัย
- คำตัดสินนี้เกิดขึ้นหลังจากบริษัท Voltus และกลุ่มพันธมิตร Mission:data Coalition ยื่นเรื่องร้องเรียนว่า กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดของ PJM ซึ่งกำหนดให้ต้องใช้ข้อมูลการใช้ไฟฟ้าแบบละเอียด (Interval meter data) จากสมาร์ทมิเตอร์ของแต่ละครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการ เป็นอุปสรรคสำคัญ เนื่องจาก Utility ส่วนใหญ่ในพื้นที่ PJM ไม่ได้เปิดให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ง่าย ทำให้ผู้รวบรวมโหลด (Aggregator) ไม่สามารถเข้าร่วมในตลาดซื้อขายกำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง (Capacity Market) ได้
- FERC เห็นพ้องว่ากฎเกณฑ์เดิมของ PJM นั้น ‘ไม่สมเหตุสมผล’ และเป็นการกีดกันทรัพยากรด้านความยืดหยุ่น (Flexibility) ที่มีศักยภาพกว่า 4.9 GW ออกจากตลาด ในช่วงเวลาที่ PJM กำลังเผชิญกับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเฉพาะจากศูนย์ข้อมูล
ผลกระทบ:
คำตัดสินของ FERC ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของผู้ให้บริการ VPP และ Demand Response ในสหรัฐฯ เพราะเป็นการปลดล็อกอุปสรรคสำคัญในการเข้าร่วมตลาดไฟฟ้าที่มีโครงสร้างซับซ้อน การยอมรับวิธีการทางสถิติจะช่วยให้ผู้รวบรวมโหลดสามารถนำทรัพยากรจากภาคที่อยู่อาศัย (เช่น เครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ แบตเตอรี่ในบ้าน หรือเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า) มาเข้าร่วมในตลาด Capacity Market ของ PJM ได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะสร้างรายได้ใหม่ให้กับทั้งผู้รวบรวมโหลดและผู้ใช้ไฟฟ้าที่เข้าร่วมโครงการ
ในภาพใหญ่ คำตัดสินนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนจากหน่วยงานกำกับดูแลระดับชาติว่า ทรัพยากยากรกระจายศูนย์ (Distributed Energy Resources – DERs) และ VPP มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และผู้ดำเนินการตลาดจะต้องปรับปรุงกฎเกณฑ์เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าร่วมของทรัพยากรเหล่านี้ สิ่งนี้จะกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมและรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการโหลดฝั่งผู้ใช้ไฟฟ้าให้เป็นประโยชน์ต่อระบบโดยรวม และอาจเป็นต้นแบบให้ตลาดไฟฟ้าอื่นๆ ทั่วโลกพิจารณาปรับใช้กฎเกณฑ์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
ที่มา:
Canary Media, 13 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : กฎระเบียบ FEOC กำลังปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์การลงทุนและการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการ BESS ในสหรัฐฯ
รายละเอียด:
- Mona Dajani ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายพลังงานจากสำนักงานกฎหมาย Cooley ให้ความเห็นว่า กฎระเบียบว่าด้วยหน่วยงานต่างชาติที่น่ากังวล (Foreign Entity of Concern – FEOC) ได้เปลี่ยนจากการเป็นเพียงประเด็นด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ไปเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจจัดสรรเงินทุน (Capital Allocation) ในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (BESS) ของสหรัฐฯ
- กฎ FEOC ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการจูงใจทางภาษี เช่น Investment Tax Credit (ITC) ทำให้โครงการ BESS ที่ใช้อุปกรณ์หรือส่วนประกอบจากบริษัทที่เข้าข่าย FEOC (ส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับจีน) ไม่สามารถขอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ ส่งผลให้สถาบันการเงินและนักลงทุนระมัดระวังในการให้สินเชื่อแก่โครงการดังกล่าว
- ประเด็นนี้กำลังสร้างการแบ่งขั้วในตลาด ระหว่างโครงการที่สามารถจัดหาเงินทุนได้ (Financeable) เนื่องจากใช้ซัพพลายเชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับ FEOC กับโครงการที่ไม่สามารถหาเงินทุนได้ (Unfinanceable) ส่งผลให้นักพัฒนาต้องกระจายความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนและหันไปหาผู้ผลิตในประเทศหรือจากประเทศที่ไม่เข้าข่าย FEOC มากขึ้น
ผลกระทบ:
กฎระเบียบ FEOC กำลังเร่งให้เกิดการสร้างห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ภายในสหรัฐฯ (Onshoring) อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าการสร้างโรงงานและขยายกำลังการผลิตในประเทศต้องใช้เวลา แต่แรงจูงใจทางภาษีและแรงกดดันจากสถาบันการเงินได้กลายเป็นตัวกระตุ้นที่ทรงพลัง ผู้ผลิตแบตเตอรี่ที่มีความเชื่อมโยงกับจีนบางรายเริ่มปรับโครงสร้างความเป็นเจ้าของเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบนี้
สำหรับผู้พัฒนาโครงการ การเจรจาสัญญาจัดซื้ออุปกรณ์ (Supply Agreements) จะมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยจะต้องมีข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ชัดเจนเกี่ยวกับการรับรองสถานะปลอด FEOC การตรวจสอบย้อนกลับในห่วงโซ่อุปทาน และการจัดสรรความเสี่ยงหากมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบในอนาคต ต้นทุนของอุปกรณ์ที่ปลอด FEOC อาจสูงกว่า แต่ความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จของโครงการในระยะยาว
ที่มา:
Energy Storage News, 12 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : Tesla เปิดตัวรูปแบบธุรกิจใหม่ในเท็กซัส ให้เช่า Powerwall แบบไม่มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น พร้อมแผนค่าไฟฟ้าเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าเสมือน (VPP)
รายละเอียด:
- Tesla ได้ประกาศเปิดตัวโปรแกรม ‘Powerwall Lease’ ในตลาดไฟฟ้าที่มีการแข่งขันเสรีของรัฐเท็กซัส โดยนำเสนอการติดตั้งแบตเตอรี่ Powerwall 3 จำนวน 2 เครื่องให้กับลูกค้าโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเริ่มต้น (Zero-down) และคิดค่าเช่ารายเดือนเพียง 35 ดอลลาร์สหรัฐฯ
- โปรแกรมนี้ผูกกับแผนบริการค้าปลีกไฟฟ้า ‘Tesla Electric’ ซึ่งลูกค้าจะจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตราคงที่ที่ต่ำ โดยค่าเช่าที่ถูกลงมาจากการที่ Tesla จะนำแบตเตอรี่ของลูกค้าเข้าร่วมในโปรแกรมโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant – VPP) ของตนเอง เพื่อสร้างรายได้จากการให้บริการเสริมความมั่นคงแก่ระบบไฟฟ้าของ ERCOT
- ซอฟต์แวร์ของ Tesla จะบริหารจัดการการอัดและคายประจุของแบตเตอรี่ตามราคาไฟฟ้าในตลาดค้าส่งและความต้องการของกริด โดย Tesla รับประกันว่าแบตเตอรี่จะมีพลังงานสำรองไว้อย่างน้อย 20% สำหรับกรณีไฟฟ้าดับ และจะชาร์จเต็ม 100% หากมีพยากรณ์สภาพอากาศเลวร้าย (Storm Watch mode)
ผลกระทบ:
โมเดลธุรกิจนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ครั้งสำคัญสำหรับธุรกิจค้าปลีกไฟฟ้าและ Utility โดยเปลี่ยนจากรูปแบบการขายไฟฟ้าแบบเดิม ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการด้านพลังงาน (Energy-as-a-Service) ที่ผสานรวมสินทรัพย์พลังงานของผู้ใช้ไฟฟ้า (DERs) เข้ากับการบริหารจัดการกริดโดยตรง ซึ่งช่วยลดอุปสรรคด้านต้นทุนเริ่มต้นสำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้งแบตเตอรี่สำรองในบ้าน
การที่ Tesla ควบคุมกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การผลิต ติดตั้ง ไปจนถึงการบริหารจัดการ VPP ทำให้สามารถสร้างข้อเสนอที่น่าสนใจและแข่งขันได้สูงในตลาด โมเดลนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ VPP ขนาดใหญ่ที่สามารถสร้างรายได้จากการให้บริการแก่ระบบไฟฟ้า ในขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความมั่นคงให้กับกริดท่ามกลางความท้าทายจากพลังงานหมุนเวียนที่ผันผวน และอาจเป็นต้นแบบให้ผู้เล่นรายอื่นนำไปปรับใช้ในตลาดอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน
ที่มา:
pv magazine USA, 13 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : Energy Vault บรรลุข้อตกลงจัดหาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน 1.25 GW สำหรับศูนย์ข้อมูล AI ในเท็กซัสแบบ Off-grid
รายละเอียด:
- Energy Vault ผู้พัฒนาและผู้รวบรวมระบบกักเก็บพลังงาน ได้ลงนามในข้อตกลงเชิงกลยุทธ์เพื่อจัดหาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานขนาด 1.25 GW ให้กับลูกค้าระดับ Hyperscaler AI Data Center แห่งหนึ่งในรัฐเท็กซัส
- ภายใต้ข้อตกลงนี้ Energy Vault จะจัดหาระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (BESS) ระบบแปลงผันไฟฟ้าที่มีความสามารถแบบ Grid-forming (PCS) และซอฟต์แวร์ควบคุมโครงสร้างพื้นฐานด้วย AI โดยระบบทั้งหมดจะทำงานร่วมกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของ Caterpillar เพื่อสร้างระบบไฟฟ้าแบบเกาะเดี่ยว (Islanded mode) ที่ไม่ต้องเชื่อมต่อกับกริดหลักของ ERCOT
- โซลูชันแบบบูรณาการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาคอขวดของกระบวนการขอเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้า (Interconnection Queue) ซึ่งอาจใช้เวลานานหลายปี โดยจะช่วยให้ศูนย์ข้อมูลสามารถเริ่มดำเนินการได้ภายใน 4-12 เดือน คาดว่าข้อตกลงนี้จะสร้างรายได้ให้แก่ Energy Vault ประมาณ 500-600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ถึงปี 2570
ผลกระทบ:
ข้อตกลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ชัดเจนในการพัฒนาศูนย์ข้อมูล AI ที่ต้องการความรวดเร็วในการจัดหาพลังงาน (Speed-to-power) และความน่าเชื่อถือในระดับสูง จนยอมลงทุนสร้างระบบผลิตไฟฟ้าและกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ของตนเอง (Behind-the-meter) แทนการรอเชื่อมต่อกับกริดสาธารณะ
รูปแบบธุรกิจนี้เป็นการเปลี่ยนบทบาทของผู้พัฒนาระบบ BESS จากผู้รับเหมา (EPC) ไปสู่การเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (IPP) ที่ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) โดยตรงกับลูกค้าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น Data Center การใช้ BESS ที่มีความสามารถแบบ Grid-forming ร่วมกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและซอฟต์แวร์ควบคุมอัจฉริยะ จะช่วยบริหารจัดการความต้องการไฟฟ้าที่ผันผวนสูงของหน่วยประมวลผล GPU ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นโมเดลที่อาจถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ทั่วโลก
ที่มา:
Energy Storage News, 11 สิงหาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- EIA รายงานว่ากำลังการผลิตติดตั้งของระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานในสหรัฐฯ เติบโตเฉลี่ย 70% ต่อปีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวภายในสิ้นปี พ.ศ. 2571
- ผู้ประกอบการศูนย์ข้อมูลหลายรายในเท็กซัส รวมถึง Skybox, Mara และ Digital Realty ประกาศเจตนารมณ์ที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานใหม่ของรัฐที่กำหนดโดยผู้ว่าการ Abbott ซึ่งมุ่งเน้นให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่รับผิดชอบต้นทุนโครงข่ายและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
- บริษัท Arevon Energy ได้เริ่มดำเนินการโครงการแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน Nighthawk ขนาด 300 MW / 1,200 MWh ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการ BESS ที่ใหญ่ที่สุดในพอร์ตโฟลิโอของบริษัท และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับ PG&E
- คณะกรรมการสาธารณูปโภคแห่งรัฐมินนิโซตา (MPUC) ได้อนุมัติแผนระบบจำหน่ายไฟฟ้าของ Xcel Energy พร้อมสั่งการให้มีการนำนโยบายการเชื่อมต่อที่ยืดหยุ่น (Flexible Interconnection) และโครงการนำร่องโรงไฟฟ้าเสมือน (VPP) มาใช้เพื่อส่งเสริมการรวมทรัพยากรพลังงานแบบกระจายศูนย์
- กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) ตั้งเป้าหมายภายใต้โครงการ Sunshot 2030 ที่จะลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่โดยไม่รวมเงินอุดหนุนให้เหลือเพียง 0.03 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ภายในปี พ.ศ. 2573