รายงานข่าวพลังงานจีน (China Weekly) ประจำสัปดาห์ 08-Aug-2026 ถึง 14-Aug-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : จีนเชื่อมต่อสายส่งไฟฟ้าใต้ทะเลระบบ HVDC ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ระยะทาง 180 กม. สำเร็จ รองรับฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่ง 2,000 เมกะวัตต์
รายละเอียด:
- โครงการสายส่งเคเบิลใต้ทะเลระบบไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูงแบบยืดหยุ่น (Flexible HVDC) ระดับแรงดัน ±500 กิโลโวลต์ สำหรับเชื่อมโยงฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งขนาดใหญ่ โครงการชิงโจว 5 และ 7 (Qingzhou V & VII) ในมณฑลกวางตุ้ง ได้ผ่านการทดสอบแรงดันไฟฟ้าและพร้อมสำหรับการจ่ายไฟฟ้าแล้ว โครงการนี้ดำเนินการโดย China Energy Engineering Guangdong Electric Power Design Institute (广东院) ในรูปแบบ EPC
- สายเคเบิลดังกล่าวมีความยาวรวมกว่า 180 กิโลเมตร (2 เส้น เส้นละ 90 กม.) ทำสถิติเป็นสายเคเบิลใต้ทะเล HVDC ที่มีระดับแรงดันไฟฟ้า, ความสามารถในการส่งจ่าย, และขนาดพื้นที่หน้าตัดของตัวนำที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับเคเบิลชนิด XLPE (Cross-linked polyethylene) โดยเชื่อมต่อกับสถานีแปลงไฟฟ้า HVDC นอกชายฝั่งแห่งแรกของโลกที่ระดับแรงดันเดียวกัน (±500 kV/2000 MW) ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “หัวใจแห่งลมทะเล” (海风之心)
ผลกระทบ:
- ความสำเร็จของโครงการนี้ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญของจีนในการพัฒนาพลังงานลมนอกชายฝั่งในพื้นที่น้ำลึกและห่างไกล (Deep and Far-sea Wind Power) เทคโนโลยี VSC-HVDC เป็นหัวใจสำคัญในการส่งจ่ายไฟฟ้ากำลังสูงจากแหล่งผลิตพลังงานหมุนเวียนที่อยู่ห่างไกลเข้ามายังศูนย์กลางความต้องการใช้ไฟฟ้า โดยมีข้อดีคือมีการสูญเสียในระบบส่งที่ต่ำและมีความสามารถในการควบคุมเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าสูง
- โครงการนี้สะท้อนถึงความเป็นผู้นำของจีนในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมลมนอกชายฝั่งอย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบและก่อสร้าง (EPC) ไปจนถึงการผลิตอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น สายเคเบิล HVDC และสถานีแปลงไฟฟ้า ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้าง “ระบบไฟฟ้าแห่งอนาคต” (New Power System) ของจีน ที่มุ่งเน้นการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่เข้าสู่ระบบ
- โมเดลการพัฒนาโครงการนี้สามารถเป็นต้นแบบสำหรับโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งขนาดใหญ่ในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่มีศักยภาพในการพัฒนาพลังงานลมนอกชายฝั่ง ซึ่งต้องการเทคโนโลยีการส่งจ่ายไฟฟ้าทางไกลที่มีประสิทธิภาพ
ที่มา: CPNN (中国电力新闻网), 13 สิงหาคม 2026
ประเด็นข่าวที่ 2 : จีนประกาศใช้มาตรฐานแห่งชาติฉบับแรกสำหรับเทคโนโลยี Grid-Forming ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปี 2027 เพื่อสร้างเสถียรภาพให้แก่ระบบไฟฟ้าที่มีพลังงานหมุนเวียนสูง
รายละเอียด:
- คณะกรรมการกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐ (SAMR) และคณะกรรมการบริหารจัดการมาตรฐานแห่งชาติของจีน (SAC) ได้อนุมัติและประกาศใช้มาตรฐานแห่งชาติฉบับแรกของประเทศในด้านเทคโนโลยี Grid-Forming (构网技术) ภายใต้ชื่อ “ข้อกำหนดด้านสมรรถนะและวิธีการทดสอบการสร้างโครงข่ายสำหรับอุปกรณ์และระบบอิเล็กทรอนิกส์กำลัง” (GB/T XXXXX-2026) โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2027
- มาตรฐานดังกล่าวกำหนดนิยามของ “Grid-Forming” อย่างเป็นทางการว่า คือคุณลักษณะของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำงานเสมือนเป็นแหล่งจ่ายแรงดัน (Voltage Source) สามารถสร้างแรงเฉื่อย (Inertia), ระดับกำลังไฟฟ้าลัดวงจร (Short-circuit Capacity) และรักษาสมดุลของกำลังไฟฟ้าได้ด้วยตนเอง เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า มาตรฐานนี้ยังครอบคลุมข้อกำหนดด้านสมรรถนะที่สำคัญ เช่น ความสามารถในการตอบสนองต่อแรงเฉื่อย การตอบสนองต่อแรงดันแบบไดนามิก และความสามารถในการเริ่มต้นระบบได้เอง (Black Start)
ผลกระทบ:
- การออกมาตรฐานระดับชาติฉบับนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้าง “ระบบไฟฟ้าแห่งอนาคต” ของจีน เนื่องจากระบบไฟฟ้ากำลังจะถูกครอบงำด้วยแหล่งผลิตไฟฟ้าที่เชื่อมต่อผ่านอินเวอร์เตอร์ (Inverter-Based Resources: IBRs) เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วไม่มีคุณสมบัติสร้างแรงเฉื่อยเหมือนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบดั้งเดิม ทำให้เสถียรภาพของกริดลดลง
- การบังคับใช้มาตรฐานนี้จะทำให้ผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์สำหรับระบบโซลาร์, กังหันลม และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ทุกรายต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณสมบัติ Grid-Forming ตามที่กำหนด เป็นการยกระดับความสามารถในการรองรับและรักษาเสถียรภาพของกริดทั้งระบบ จากเดิมที่เป็นเพียงโครงการนำร่องไปสู่การบังคับใช้ในระดับประเทศ
- ความเคลื่อนไหวนี้เป็นการตอบสนองเชิงนโยบายโดยตรงต่อความท้าทายด้านเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูง และเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศอื่นๆ รวมถึงในอาเซียน ที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกันและจำเป็นต้องกำหนดมาตรฐานทางเทคนิคเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในอนาคต
ที่มา: CPNN (中国电力新闻网), 11 สิงหาคม 2026
ประเด็นข่าวที่ 3 : China Southern Power Grid (CSG) ประกาศแผนปฏิรูปเชิงลึก มุ่งสร้างความสัมพันธ์การผลิตพลังงานรูปแบบใหม่ และขับเคลื่อนการผนวกรวมระบบ “ไฟฟ้า-คาร์บอน-คอมพิวติ้ง”
รายละเอียด:
- บริษัท China Southern Power Grid (CSG) ได้ประกาศ “ประเด็นสำคัญในการปฏิรูปเชิงลึก (ปี 2026-2029)” ซึ่งประกอบด้วยภารกิจการปฏิรูป 123 ข้อใน 7 ด้านหลัก เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างและกลไกการดำเนินงานให้สอดรับกับการพัฒนาคุณภาพสูงในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15
- หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดคือการสร้าง “ความสัมพันธ์การผลิตพลังงานรูปแบบใหม่” (新型能源生产关系) ที่เหมาะสมกับ “สามใหม่” (สามอนาคต) ได้แก่ ระบบพลังงานแห่งอนาคต (New Energy System), ระบบไฟฟ้าแห่งอนาคต (New Power System) และโครงข่ายไฟฟ้าแห่งอนาคต (New Grid) ซึ่งรวมถึงการพัฒนากลไกตลาดและราคา, การเร่งสร้างตลาดไฟฟ้าภูมิภาคตอนใต้ และการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ผนวกรวมระบบ “ไฟฟ้า-คาร์บอน-คอมพิวติ้ง” (电碳算协同发展) และ “หกโครงข่าย” (六网协同发展) เข้าด้วยกัน
ผลกระทบ:
- แผนปฏิรูปนี้เป็นเอกสารเชิงยุทธศาสตร์ระดับสูงที่ชี้ให้เห็นว่า CSG หนึ่งในสองผู้ประกอบการระบบส่งไฟฟ้าหลักของจีน กำลังปรับเปลี่ยนองค์กรครั้งใหญ่เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน แนวคิด “ความสัมพันธ์การผลิตพลังงานรูปแบบใหม่” สะท้อนว่ารูปแบบการผลิต-ส่ง-ใช้ไฟฟ้าแบบดั้งเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป และจำเป็นต้องสร้างกลไกใหม่ที่ยืดหยุ่นและมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
- การเน้นย้ำเรื่องการผนวกรวม “ไฟฟ้า-คาร์บอน-คอมพิวติ้ง” (电碳算) เป็นเทรนด์ที่สำคัญอย่างยิ่ง บ่งชี้ถึงการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าเข้ากับตลาดคาร์บอนและอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียวไปพร้อมกัน
- แผนนี้เป็นพิมพ์เขียวสำหรับรัฐวิสาหกิจด้านสาธารณูปโภคในการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ดำเนินงานระบบส่งไฟฟ้าแบบเดิม ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่สามารถบูรณาการทรัพยากรที่หลากหลายและตลาดรูปแบบใหม่ๆ เพื่อเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
ที่มา: CPNN (中国电力新闻网), 12 สิงหาคม 2026
ประเด็นข่าวที่ 4 : คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติจีน (NEA) ตีความแผนปฏิบัติการด้านความปลอดภัยการผลิตไฟฟ้าฉบับที่ 15 มุ่งใช้เทคโนโลยี AI+ ยกระดับการบริหารจัดการความปลอดภัย
รายละเอียด:
- คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติจีน (NEA) ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ฉบับที่ 6 ของ “แผนปฏิบัติการด้านความปลอดภัยการผลิตไฟฟ้าในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ปัญญาประดิษฐ์+” (AI+) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลความปลอดภัยในระบบไฟฟ้า
- แผนดังกล่าวประกอบด้วยภารกิจหลัก 3 ด้าน ได้แก่ 1) การขับเคลื่อน “AI+” ในการกำกับดูแล เช่น การใช้ AI เพื่อการเฝ้าระวังและเตือนภัยอัจฉริยะ, การสนับสนุนการตัดสินใจด้านความปลอดภัย, และการตอบสนองเหตุฉุกเฉินแบบดิจิทัล 2) การวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์สำคัญ เช่น วัสดุใหม่สำหรับแบตเตอรี่ที่ไม่มีความเสี่ยงต่อการลุกลามทางความร้อน (No Thermal Runaway), ชิปสำหรับระบบไฟฟ้า และส่วนประกอบของระบบ UHV 3) การพัฒนานวัตกรรมด้านการก่อสร้างและวิธีการทำงาน เช่น การใช้หุ่นยนต์ในงานที่มีความเสี่ยงสูง
ผลกระทบ:
- เอกสารฉบับนี้สะท้อนการเปลี่ยนกระบวนทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ของหน่วยงานกำกับดูแลพลังงานของจีน จากการจัดการความปลอดภัยเชิงรับ (Reactive) ไปสู่การป้องกันความเสี่ยงเชิงรุก (Proactive) ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี การเน้นย้ำเรื่อง “AI+” สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในการบูรณาการ AI เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญทั้งหมดของประเทศ
- สำหรับ “ระบบไฟฟ้าแห่งอนาคต” ซึ่งมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา AI จะกลายเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้ในการพยากรณ์ความล้มเหลวของอุปกรณ์, จัดการความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้ว และเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าที่ต้องรองรับพลังงานหมุนเวียนปริมาณมหาศาลและมีความผันผวนสูง
- การระบุถึงการพัฒนาแบตเตอรี่แบบ “No Thermal Runaway” เป็นการตอบสนองโดยตรงต่อความกังวลด้านความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดของการติดตั้งระบบ BESS ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของระบบกักเก็บพลังงานในอนาคต
ที่มา: CPNN (中国电力新闻网), 13 สิงหาคม 2026
ประเด็นข่าวที่ 5 : ระบบกักเก็บพลังงานแบบ Grid-Forming และ High-Voltage Cascaded ขนาดใหญ่ที่สุดของจีนเชื่อมต่อเข้าระบบสำเร็จในซินเจียง
รายละเอียด:
- โครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) แบบสถานีเดี่ยว (Independent) ขนาด 200 เมกะวัตต์ / 800 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ในอำเภอหมินเฟิง (Minfeng) มณฑลซินเจียง ซึ่งรับเหมาก่อสร้างโดย POWERCHINA Jiangxi ได้เชื่อมต่อเข้าระบบไฟฟ้าสำเร็จแล้ว โครงการนี้ถือเป็นสถานี BESS แบบ Grid-Forming ที่ใช้เทคโนโลยี High-Voltage Cascaded ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในจีนที่เปิดดำเนินการแล้ว และเป็นโครงการต้นแบบที่สำคัญในพื้นที่ซินเจียงตอนใต้
- โครงการใช้เทคโนโลยี High-Voltage Cascaded Inverter ที่เชื่อมต่อโดยตรงกับระบบไฟฟ้าแรงดัน 35 กิโลโวลต์ โดยไม่ต้องใช้หม้อแปลงไฟฟ้าเพิ่มแรงดัน ทำให้ประสิทธิภาพของระบบโดยรวมสูงกว่า 91% ซึ่งสูงกว่าระบบที่ใช้อินเวอร์เตอร์แบบสตริง (String Inverter) ทั่วไปถึง 5% และสามารถทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพแม้ในสภาวะกริดที่อ่อนแอมาก (ค่าอัตราส่วนการลัดวงจร หรือ SCR ≥ 1.1)
ผลกระทบ:
- โครงการนี้ถือเป็นเทคโนโลยี BESS ที่ล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน โดยเป็นการผสมผสาน 3 นวัตกรรมสำคัญเข้าด้วยกัน ได้แก่ ขนาดที่ใหญ่ (800 MWh), ความสามารถในการสร้างโครงข่ายไฟฟ้า (Grid-Forming) และสถาปัตยกรรมแบบ High-Voltage Cascaded
- การเลือกที่ตั้งโครงการในซินเจียงตอนใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีโครงข่ายไฟฟ้าอ่อนแอ (Weak Grid) แต่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูง เป็นการจงใจเพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยี โดย BESS แบบ Grid-Forming จะทำหน้าที่สำคัญในการสร้างแรงเฉื่อยสังเคราะห์และสนับสนุนแรงดันไฟฟ้า เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าที่ขาดแคลนโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิม
- ความสำเร็จของโครงการนี้เป็นต้นแบบที่สำคัญซึ่งพิสูจน์ว่า BESS ยุคใหม่สามารถแก้ปัญหาเสถียรภาพในระบบไฟฟ้าที่มีพลังงานหมุนเวียนสูงได้จริง และเป็นเทคโนโลยีรากฐานที่สำคัญสำหรับการสร้าง “ระบบไฟฟ้าแห่งอนาคต”
ที่มา: CPNN (中国电力新闻网), 13 สิงหาคม 2026
ประเด็นข่าวที่ 6 : นครกว่างโจวรับมือความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วยกลไก “โรงไฟฟ้าเสมือน” ที่รวบรวมโหลดได้ถึง 5.4 GW
รายละเอียด:
- ระบบไฟฟ้าของนครกว่างโจวเผชิญกับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Load) ที่ทำสถิติใหม่เป็นประวัติการณ์ครั้งที่ 3 ในปีนี้ โดยพุ่งสูงถึง 26.231 กิกะวัตต์ (GW) เพิ่มขึ้น 4.46% จากปีก่อนหน้า การไฟฟ้ากว่างโจว (สังกัด CSG) ได้ใช้แนวทางการบริหารจัดการแบบ “แหล่งผลิต-โครงข่าย-โหลด-ระบบกักเก็บพลังงาน” (源网荷储) เพื่อรับมือ
- มาตรการสำคัญคือการใช้ “โรงไฟฟ้าเสมือน” (Virtual Power Plant – VPP) ซึ่งสามารถรวบรวมและบริหารจัดการโหลดที่ปรับลดได้ (Controllable Load) จากผู้ใช้ไฟฟ้าหลายราย รวมกันได้ถึง 5.4 กิกะวัตต์ คิดเป็น 21% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อระบบไฟฟ้าในช่วงเวลาวิกฤตได้อย่างมีนัยสำคัญ
- นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) แห่งใหม่ “สถานีอวิ๋นอัน” (Yun’an) ขนาด 300 MW / 600 MWh ซึ่งประกอบด้วยแบตเตอรี่หลากหลายเทคโนโลยี (ลิเธียมไอออน, โซเดียมไอออน, เซมิ-โซลิดสเตต, แบตเตอรี่แบบไหลวน) เข้ามาช่วยเสริมความยืดหยุ่นให้กับระบบ
ผลกระทบ:
- ข่าวนี้เป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนของการนำแนวคิดการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าสมัยใหม่มาใช้ในเมืองใหญ่เพื่อรับมือกับความท้าทายจากสภาพอากาศสุดขั้วและการเติบโตทางเศรษฐกิจ การที่ VPP สามารถรวบรวมโหลดได้ในระดับหลายกิกะวัตต์ แสดงให้เห็นว่าการจัดการฝั่งอุปสงค์ (Demand-Side Management) ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดเสริมอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นเครื่องมือปฏิบัติการหลักในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า
- การนำสถานี BESS ที่ใช้แบตเตอรี่หลายเทคโนโลยีมาใช้งานร่วมกัน สะท้อนถึงทิศทางการพัฒนาที่ไม่ยึดติดกับเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง แต่เน้นการทดสอบและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่หลากหลายเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละพื้นที่
- โมเดลของกว่างโจวเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับมหานครอื่นๆ ทั่วโลก รวมถึงกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ในอาเซียน ที่กำลังเผชิญกับปัญหา Peak Load ที่สูงขึ้น ว่าการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลอย่าง VPP และ BESS เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างความยืดหยุ่นและความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าในอนาคต
ที่มา: CPNN (中国电力新闻网), 13 สิงหาคม 2026
ประเด็นข่าวที่ 7 : โครงการฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งขนาด 2,000 MW (ชิงโจว 5 และ 7) ติดตั้งกังหันลมเสร็จสมบูรณ์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านพลังงานลมนอกชายฝั่งน้ำลึกของจีน
รายละเอียด:
- โครงการฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่ง ชิงโจว 5 และ 7 (Qingzhou V & VII) ในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 2,000 เมกะวัตต์ (MW) ได้ทำการติดตั้งกังหันลมทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์แล้ว โครงการนี้มี China Energy Engineering Guangdong Electric Power Design Institute (广东院) เป็นผู้รับเหมาหลัก (EPC)
- โครงการตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งเมืองหยางเจียง (Yangjiang) ถึง 90 กิโลเมตร ในบริเวณที่มีความลึกของน้ำ 45-53 เมตร และเป็นโครงการแรกของโลกที่ใช้เทคโนโลยีสายส่งไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูงแบบยืดหยุ่น (VSC-HVDC) ระดับ ±500 กิโลโวลต์ สำหรับเชื่อมโยงฟาร์มกังหันลม
- ทีมงานสามารถสร้างสถิติการติดตั้งกังหันลมได้ถึง 23 ต้นภายในหนึ่งเดือน ซึ่งสะท้อนถึงความก้าวหน้าอย่างมากในการบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ในสภาพแวดล้อมทางทะเลที่ท้าทาย
ผลกระทบ:
- ความสำเร็จในการติดตั้งกังหันลมทั้งหมดในโครงการขนาดใหญ่นี้ เป็นอีกหนึ่งหลักชัยสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานลมนอกชายฝั่งของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกลและน้ำลึก (Deep and Far-sea) ซึ่งเป็นพรมแดนใหม่ของการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน
- การดำเนินโครงการที่ซับซ้อนและอยู่ห่างไกลชายฝั่งได้สำเร็จ แสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของห่วงโซ่อุปทานและขีดความสามารถทางวิศวกรรมของจีน ตั้งแต่เรือติดตั้งชนิดพิเศษ (Installation Vessels) ไปจนถึงการบริหารจัดการโลจิสติกส์และการรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน
- โครงการนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงานของมณฑลกวางตุ้งและเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area) ซึ่งเป็นศูนย์กลางความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน และจะเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าสะอาดที่สำคัญเพื่อสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน
ที่มา: CPNN (中国电力新闻网), 12 สิงหาคม 2026
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- มณฑลกานซูทำสถิติใหม่ด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและการส่งออกไฟฟ้าข้ามมณฑลในเดือนกรกฎาคม โดยทั้งสองรายการมีปริมาณทะลุ 1 หมื่นล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงเป็นครั้งแรก สะท้อนถึงการเป็นฐานพลังงานสะอาดที่สำคัญของจีน
- ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในจีนสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในเดือนกรกฎาคม โดยมีสัดส่วนยอดขายรถใหม่รายเดือนทะลุ 60% เป็นครั้งแรก และสัดส่วนสะสมตั้งแต่ต้นปีทะลุ 50% เป็นครั้งแรก บ่งชี้ว่า NEV ได้กลายเป็นกระแสหลักของตลาดรถยนต์จีนอย่างสมบูรณ์
- จีนสร้างสายส่งข้อมูลความเร็วสูง “ฮั่นซู่ อี๋ซ่วน” (汉数宜算) ระยะทาง 400 กม. เชื่อมต่อศูนย์ข้อมูลในนครอู่ฮั่นเข้ากับแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ที่เมืองอี๋ชาง (ใกล้เขื่อนสามผา) เป็นตัวอย่างของการพัฒนาที่ผนวกรวมโครงข่ายไฟฟ้าและโครงข่ายคอมพิวติ้ง (算电协同)
- ไฟฟ้าพลังน้ำจากลาวเริ่มส่งถึงเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area) เป็นครั้งแรก ผ่านสายส่ง 500 kV ที่เชื่อมต่อจีน-ลาว ซึ่งเปิดดำเนินการเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา สะท้อนถึงการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าในระดับภูมิภาคที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
- ตลาดซื้อขายคาร์บอนแห่งชาติของจีนมีปริมาณการซื้อขายสะสมทะลุ 930 ล้านตัน ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้ลดการปล่อยคาร์บอนด้วยต้นทุนที่ต่ำลงและบรรลุเป้าหมาย Dual Carbon