รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 13 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : วิกฤตองค์กรกำกับดูแล กกพ. และ กสทช. เผชิญสุญญากาศนโยบาย ฉุดแผนพัฒนากำลังไฟฟ้ารอบใหม่
รายละเอียด:
- คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กำลังเผชิญภาวะสุญญากาศเนื่องจากเหลือกกรรมการปฏิบัติหน้าที่เพียง 4 คนจาก 7 คน ซึ่งเป็นจำนวนขั้นต่ำสุดขององค์ประชุมตามกฎหมาย โดยมีความล่าช้าในการสรรหากกรรมการใหม่จากความขัดแย้งเชิงนโยบายและการเปลี่ยนผ่านขั้วอำนาจทางการเมือง
- ความไม่ชัดเจนของบอร์ด กกพ. ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความล่าช้าในการประกาศแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับใหม่ และการผลักดันนโยบาย Direct PPA นำร่อง 2,000 เมกะวัตต์เพื่อดึงดูดผู้ลงทุนต่างชาติ
ผลกระทบ:
- ความล่าช้าของแผน PDP และความล่าช้าในการตัดสินใจเชิงนโยบายสร้างความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพระบบไฟฟ้ากำลังของประเทศในระยะยาว
- หากมีกรรมการคนใดคนหนึ่งไม่สามารถเข้าประชุมได้ องค์ประชุมจะล่มทันที ซึ่งเสี่ยงต่อการชะงักงันในการอนุมัติค่าไฟผันแปร (Ft) และมาตรการช่วยเหลือประชาชนในอนาคต
ที่มา: สำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : กสทช. เตรียมงัด 5 กฎเหล็กควบคุมการลงทุน Data Center สกัดความเสี่ยงไฟฟ้าและน้ำประปาไม่พอใช้
รายละเอียด:
- สำนักงาน กสทช. แสดงความกังวลว่าการหลั่งไหลเข้ามาลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ของกลุ่มทุนต่างชาติที่เติบโตอย่างรวดเร็ว อาจสร้างแรงกดดันต่อระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยเฉพาะความต้องการใช้ไฟฟ้าและน้ำสำหรับระบบหล่อเย็น
- กสทช. เตรียมเสนอเกณฑ์กำกับดูแลใหม่ 5 ข้อ (กฎเหล็ก) เพื่อควบคุมคุณภาพการลงทุน ได้แก่ การจัดโซนนิ่ง, การตรวจสอบสัญญาสาธารณูปโภค (ไฟฟ้าและน้ำ), บังคับใช้ระบบท่อตรงโทรคมนาคมแยกส่วน, บังคับแผนจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) และการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน รวมถึงกำหนดสัดส่วนการใช้อุปกรณ์ในประเทศ (Local Content) ไม่ต่ำกว่า 50%
ผลกระทบ:
- มาตรการคุมเข้มนี้จะช่วยปกป้องระบบไฟฟ้าส่วนรวมไม่ให้เกิดปัญหาไฟฟ้าตกหรือดับจากการดึงกำลังไฟของดาต้าเซ็นเตอร์ และป้องกันไม่ให้ต้นทุนระบบสายส่งถูกผลักภาระไปเป็นค่าไฟของประชาชน
- การกำหนดสัดส่วนการใช้สินค้าในประเทศและการบังคับใช้พลังงานสะอาดถือเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนในไทย แต่ในอีกด้านอาจเพิ่มต้นทุนและลดความสามารถในการแข่งขันหากกติกาเข้มงวดจนเกินไป
ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : เปิดช่องโหว่กฎหมายสิ่งแวดล้อมไทย โครงการ Data Center ขนาดใหญ่ไม่ต้องทำรายงาน EIA
รายละเอียด:
- นักวิชาการและภาคสังคมแสดงความกังวลต่อโครงการก่อสร้าง Data Center ในไทย เนื่องจากไม่มีข้อกำหนดให้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพราะตามกฎหมายไทยไม่มีประเภทโครงการ Data Center โดยเฉพาะ จะเข้าข่ายก็ต่อเมื่อเป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษในบางพื้นที่เท่านั้น
- แม้แต่ Data Center ขนาดใหญ่ (Hyperscale) ระดับ 100 เมกะวัตต์ขึ้นไปที่ใช้ไฟฟ้าและน้ำเทียบเท่าโรงงานอุตสาหกรรมหนักก็หลุดพ้นเกณฑ์การทำ EIA ก่อให้เกิดกระแสคัดค้านจากชุมชนเนื่องจากกกังวลเรื่องการปล่อยคลื่นความร้อนและการแย่งชิงทรัพยากรน้ำและไฟกับภาคประชาชน
ผลกระทบ:
- การขาดกลไกประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยตรง อาจนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างชุมชนและผู้พัฒนาโครงการ ซึ่งจะกระทบต่อเป้าหมาย Net Zero ของประเทศเนื่องจากการใช้ไฟฟ้ามหาศาลจากแหล่งพลังงานฟอสซิลเป็นหลัก
- รัฐบาลมีความจำเป็นต้องเร่งปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย โดยการออกกฎระเบียบเฉพาะเกี่ยวกับการใช้พลังงานสีเขียวและการใช้น้ำหมุนเวียน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความตึงเครียดของระบบไฟฟ้าสำรองของประเทศ
ที่มา: สำนักข่าว The Active วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : ข่าวดีลดค่าครองชีพ! กกพ. เคาะลดค่าไฟงวด ก.ย.-ธ.ค. 2569 ตัดต้นทุนแฝงค่าไฟถนนลดลง 6 สตางค์ต่อหน่วย
รายละเอียด:
- คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศผลการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐานสำหรับงวดเดือนกันยายน ถึง ธันวาคม พ.ศ. 2569 โดยกลุ่มบ้านพักอาศัยที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน จะจ่ายค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย
- ไฮไลต์สำคัญคือการแยกค่าใช้จ่ายไฟฟ้าสาธารณะ (ค่าไฟถนน) ออกจากค่าไฟฟ้าฐานของผู้ใช้ไฟทั่วไป ซึ่งเดิมเคยเป็นต้นทุนแฝงที่ประชาชนต้องร่วมแบกรับมานานกว่า 30 ปี คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 18,000 ล้านบาทต่อปี ส่งผลให้ค่าไฟฐานปรับลดลงได้ทันที 6 สตางค์ต่อหน่วย
ผลกระทบ:
- การรื้อโครงสร้างต้นทุนแฝงครั้งนี้ช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและภาคธุรกิจโดยตรง โดยผู้ใช้ไฟ 201-400 หน่วยจะลดเหลือ 4.15 บาทต่อหน่วย และผู้ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยขึ้นไปลดเหลือ 4.35 บาทต่อหน่วย
- กกพ. ได้หันไปดึงเงินจากแหล่งใหม่เข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่ออุดหนุนค่าไฟถนนแทน เช่น การจัดเก็บเงินจากผู้ใช้ไฟฟ้าดาต้าเซ็นเตอร์, ผู้ซื้อขายไฟฟ้าตรง (Direct PPA) และเงินอุดหนุนจากโครงการพลังงานหมุนเวียน
ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : ภาคเอกชนหนุนเร่งแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียม เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและลดความผันผวนของค่าไฟ
รายละเอียด:
- สถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย (PEIT) ร่วมกับบริษัท BowerGroupAsia จัดประชุมโต๊ะกลมผลักดันการแก้ไขพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ซึ่งมีอายุการใช้งานมานานกว่า 50 ปี เพื่อให้มีความยืดหยุ่นและจูงใจนักลงทุนต่างชาติเข้ามาสำรวจแหล่งก๊าซธรรมชาติใหม่ๆ ในประเทศ
- นักวิชาการเสนอให้เร่งปรับปรุงข้อกฎหมายโดยเฉพาะมาตรา 26 เรื่องเงื่อนไขในการต่อระยะเวลาผลิตของแหล่งปิโตรเลียมขนาดเล็กหรือแหล่งช่วงปลายอายุ เพื่อป้องกันไม่ให้การผลิตก๊าซในอ่าวไทยชะงักงัน
ผลกระทบ:
- การเร่งรักษากำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศเป็นหัวใจสำคัญในการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากต่างประเทศที่มีราคาสูงและผันผวน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตไฟฟ้าของไทย
- หากการแก้ไขกฎหมายล่าช้า จะส่งผลให้นมนักลงทุนชะลอการตัดสินใจลงทุนในช่วงปลายสัมปทาน ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าและขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมต่อเนื่องทั้งห่วงโซ่เศรษฐกิจ
ที่มา: สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : ซีเค พาวเวอร์ พัฒนาระบบพยากรณ์น้ำอัจฉริยะ รับมือความเสี่ยงเอลนีโญหนุนเสถียรภาพโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
รายละเอียด:
- บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower รายงานผลประกอบการครึ่งแรกของปี พ.ศ. 2569 แม้กำไรสุทธิรวมลดลง 22% แต่โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL) ใน สปป.ลาว สร้างผลงานโดดเด่นจากปริมาณน้ำไหลผ่านเพิ่มขึ้น 15% หนุนส่วนแบ่งกำไรเติบโต 134%
- บริษัทได้เตรียมรับมือความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่อาจเผชิญปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงครึ่งหลังของปี โดยเร่งพัฒนาระบบติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำ (Hydrometeorological Monitoring and Forecasting System) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการผลิตกระแสไฟฟ้า
ผลกระทบ:
- ความผันผวนของปริมาณน้ำจากสภาวะโลกร้อนเป็นความท้าทายโดยตรงต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน การใช้เทคโนโลยีพยากรณ์น้ำจะช่วยลดความเสี่ยงในการจ่ายไฟเข้าระบบสายส่งของไทย
- ความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางที่ก่อสร้างไปแล้วกว่า 77% จะช่วยเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดให้กับระบบไฟฟ้าของไทยในอนาคต สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเป้าหมาย Net Zero
ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : การไฟฟ้านครหลวง แจ้งเตือนงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และนนทบุรี วันที่ 13 ส.ค. 2569
รายละเอียด:
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศความจำเป็นในการงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวในบางพื้นที่ของจังหวัดกรุงเทพมหานคร และนนทบุรี ในวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เพื่อบำรุงรักษาระบบจำหน่ายไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย
- พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวมถึง บริเวณถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล, ซอยนิมิตรใหม่ 40, ริมถนนกัลปพฤกษ์, ซอยรามคำแหง 182, ซอยรามอินทรา 8, ซอยสังฆสันติสุข 56, ซอยประดิษฐ์มนูธรรม 10 และซอยนนทบุรี 11/3
ผลกระทบ:
- ประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่ดังกล่าวควรเตรียมความพร้อมรับมือกับการหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้าระหว่างเวลา 08.30 น. ถึง 16.30 น. (ขึ้นอยู่กับพื้นที่) เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าและการดำเนินงานประจำวัน
- แม้จะเป็นการดับไฟชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุง แต่สะท้อนถึงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและการเปลี่ยนถ่ายระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายใต้ดินเพื่อความมั่นคงของระบบจำหน่ายในอนาคต
ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- คณะทำงาน THAICID ผลักดันการบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water) เชิงรุก เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่สูงขึ้นของเศรษฐกิจยุคใหม่และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Data Center และ AI
- บล.พาย และบล.ทิสโก้ ประเมินผลประกอบการ STECON ไตรมาส 2/2569 เติบโตอย่างโดดเด่น รับแรงหนุนจากเงินปันผลของ GULF และการรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างโครงการ Data Center ขนาดใหญ่
- ผู้บริหารโตโยต้าแนะรัฐบาลไทยทบทวนนโยบายอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) การพัฒนาบุคลากร และการรักษาห่วงโซ่อุปทานเดิมของไทยให้ยั่งยืน
- ไฮเออร์ ประเทศไทย ปรับยุทธศาสตร์รุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี AI ในแนวคิด 5 Smart Living Innovations เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ในด้านความสะดวกสบายและการประหยัดพลังงาน
- อินเตอร์ลิ้งค์ฯ (ILINK) อวดรายได้ครึ่งปีแรกโตแกร่ง โฟกัสธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณและงานวิศวกรรมระบบสื่อสาร รองรับเมกะเทรนด์โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงาน และสายเคเบิลใต้น้ำ