EP.17. พลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR กับภัยแล้งสุดขั้ว: บทเรียนแหล่งน้ำหล่อเย็นจากยุโรปสู่แผน PDP 2026 ของไทย
ความต้องการพลังงานสะอาดเพื่อรองรับการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และภาคอุตสาหกรรมดิจิทัล กำลังผลักดันให้ทั่วโลกมองหาแหล่งพลังงานที่มีเสถียรภาพตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่เรียกว่า ‘พลังงานฐานปราศจากคาร์บอน’ (Decarbonized Baseload) โดยเทคโนโลยี ‘เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก’ (Small Modular Reactor: SMR) ซึ่งมีกำลังผลิตประมาณ 300 เมกะวัตต์ ได้รับความสนใจในฐานะเทคโนโลยีแห่งอนาคต อย่างไรก็ตาม วิกฤตภูมิอากาศแปรปรวนสุดขั้วกำลังเผยให้เห็นโจทย์สำคัญที่ผู้กำหนดนโยบายต้องวางแผนรับมือ นั่นคือ ‘ความมั่นคงของแหล่งน้ำ’ สำหรับใช้ในระบบระบายความร้อน
วิกฤตภัยแล้งรุนแรงในยุโรปช่วงกลางปี 2569 เป็นกรณีศึกษาสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางนี้ คลื่นความร้อนส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำดานูบลดต่ำลงอย่างมาก กระทบต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในฮังการีและโรมาเนีย จนต้องมีการปรับลดกำลังการผลิตลงเนื่องจากปริมาณน้ำสำหรับระบบหล่อเย็นไม่เพียงพอ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้เทคโนโลยีนิวเคลียร์จะเป็นพลังงานสะอาด แต่ยังคงต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับประเทศไทย แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2026) ได้บรรจุแผนการผลิตไฟฟ้าจาก SMR กำลังผลิตรวม 2,400 เมกะวัตต์ โดยมีหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เริ่มทำการศึกษาเทคโนโลยีนี้อย่างจริงจัง ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน แต่ในขณะที่ไทยกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญและภาวะภัยแล้งบ่อยครั้ง การเตรียมยุทธศาสตร์รับมือเพื่อป้องกันผลกระทบในระยะยาวจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ดร.นวัต ขอเสนอ 3 แนวทางเชิงกลยุทธ์เพื่อการพิจารณา:
1. ส่งเสริมเทคโนโลยีระบายความร้อนแบบแห้งและไฮบริด (Dry & Hybrid Cooling Systems): ผู้เกี่ยวข้องควรศึกษาเทคโนโลยีที่ลดการใช้น้ำลงกว่า 80% เช่น ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ หรือระบบไฮบริด แม้จะมีต้นทุนสูงกว่าในระยะแรก แต่เป็นการสร้างหลักประกันว่าโรงไฟฟ้าจะสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องแม้ในสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ
2. กำหนดพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าควบคู่กับแหล่งน้ำทางเลือก (Alternative Water Co-location): การพิจารณาตำแหน่งที่ตั้ง SMR ควรเน้นพื้นที่ชายฝั่งทะเลเพื่อนำน้ำทะเลมาผ่านกระบวนการแยกเกลือ (Desalination) หรือการบูรณาการร่วมกับนิคมอุตสาหกรรมเพื่อนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดขั้นสูง (Recycled Wastewater) มาหมุนเวียนใช้ในระบบหล่อเย็น เพื่อลดการแย่งชิงน้ำดิบจากภาคการเกษตรและการอุปโภคบริโภคของประชาชน
3. การวางแผนแบบบูรณาการระหว่างแผนที่น้ำและแผนที่พลังงาน (Water-Energy Nexus Planning): สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ควรทำงานร่วมกันเพื่อจำลองสถานการณ์ภัยแล้งในอีก 30 ปีข้างหน้า เพื่อประเมินขีดความสามารถในการใช้น้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและโปร่งใส ตรวจสอบได้
เทคโนโลยี SMR คือกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอน แต่ความสำเร็จที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการมองภาพรวมเชิงระบบที่สอดประสานกับธรรมชาติ การจัดการทรัพยากรน้ำอย่างรอบคอบตั้งแต่วันนี้ คือหัวใจสำคัญที่จะเปลี่ยนผ่านพลังงานนิวเคลียร์ให้เป็นเสาหลักที่พร้อมรับมือกับทุกความท้าทายในยุคโลกเดือดได้อย่างมั่นคง