รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 09 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : รัฐบาลเดินหน้าแผนเงินกู้ 2 แสนล้านบาท มุ่งอุดหนุนโซลาร์รูฟท็อป 6 หมื่นล้านบาท และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด
รายละเอียด:
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยแผนการใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก. กู้เงิน วงเงิน 200,000 ล้านบาทหลัง โดยเตรียมจัดสรรงบประมาณ 60,000 ล้านบาทเพื่ออุดหนุนโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) สำหรับครัวเรือน
- รัฐบาลจะมอบเงินอุดหนุนในลักษณะเงินให้เปล่า 50,000 บาทต่อครัวเรือน โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 500,000 ถึง 1,000,000 ครัวเรือน พร้อมประสานงานกับธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำที่ประเมินจากประวัติการใช้ไฟฟ้าเพื่อติดตั้งขนาดขั้นต่ำ 5 กิโลวัตต์ และจะนำระบบ Net Billing มาใช้หักลบค่าไฟฟ้า
ผลกระทบ:
– การเปลี่ยนผ่านสู่โซลาร์รูฟท็อปและระบบ Net Billing จะช่วยลดภาระค่าครองชีพด้านค่าไฟฟ้าแก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม คาดว่าจะช่วยลดภาระและคืนทุนได้ภายใน 3-4 ปี อีกทั้งยังลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศซึ่งปัจจุบันสูงถึง 60% ในการผลิตกระแสไฟฟ้า
– สร้างความท้าทายแก่ระบบสายส่งไฟฟ้า (Grid Modernization) ที่ต้องการระบบสมาร์ทมิเตอร์และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับพลังงานสะอาดอย่างมั่นคง เพื่อป้องกันปัญหาไฟฟ้าดับหรือกระแสไฟตกทั้งเมืองจากการเปิดรับพลังงานหมุนเวียนจำนวนมาก
ที่มา: สำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจ และไทยพีบีเอส วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : บีโอไอและ กพช. ประสานแนวทางจัดระเบียบลงทุน Data Center คุมเข้มมิติพลังงานและสิ่งแวดล้อม พร้อมแยกคิดค่าไฟอัตราสูงพิเศษ
รายละเอียด:
- นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยความคืบหน้าหลัง ครม. เห็นชอบร่างระเบียบจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซนเตอร์ระดับชาติ เพื่อคัดกรองการลงทุน Data Center อย่างเข้มข้นใน 4 มิติหลัก ได้แก่ ประโยชน์ต่อประเทศ ความมั่นคงด้านพลังงาน การใช้ทรัพยากรน้ำ และสิ่งแวดล้อม
- ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้เห็นชอบให้แยกประเภทผู้ใช้ไฟฟ้า Data Center เพื่อกำหนดค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงกว่ากลุ่มผู้ใช่อื่น สะท้อนต้นทุนการจัดหาพลังงานและการขยายโครงข่าย พร้อมทั้งกำหนดให้วางหลักประกันการขอใช้ไฟฟ้าเพื่อสกัดโครงการที่ไม่มีความพร้อมจริง
ผลกระทบ:
– ป้องกันไม่ให้การลงทุน Data Center ขนาดใหญ่สร้างภาระต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าและการนำเข้าพลังงานตกไปอยู่กับผู้ใช้ไฟฟ้าและประชาชนทั่วไป ผ่านกลไกการแยกประเภทค่าไฟฟ้าและการวางหลักประกัน
– ช่วยดึงดูดเฉพาะการลงทุนที่มีคุณภาพสูง (Green Data Center) ซึ่งส่งเสริมการยกระดับความสามารถทางเทคโนโลยีและการสร้างบุคลากรไทย แต่อาจเพิ่มความท้าทายแก่ผู้ลงทุนต่างชาติที่ต้องประเมินต้นทุนค่าไฟฟ้าและพลังงานสะอาดที่สูงขึ้นในการตัดสินใจตั้งฐานการผลิตในไทย
ที่มา: สำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจ วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : นักวิชาการเตือนพื้นที่ EEC เผชิญศึกแย่งน้ำและไฟจากกระแสดาต้าเซ็นเตอร์บูม จี้รัฐเร่งทำโซนนิ่งป้องกันวิกฤตทรัพยากร
รายละเอียด:
- ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ แสดงความกังวลต่อแนวโน้มการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ EEC (ชลบุรี-ระยอง) ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเตือนว่าศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่เหล่านี้ทำงาน 24 ชั่วโมงและใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำดิบปริมาณมหาศาลในระบบระบายความร้อน ซึ่งอาจกระทบต่อโควตาน้ำของภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และชุมชนในพื้นที่เศรษฐกิจหลัก
- ขณะที่นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA ชี้แจงอีกด้านว่า แม้ดาต้าเซ็นเตอร์จะใช้น้ำและไฟสูงและจ้างงานโดยตรงเพียง 30-40 คนต่อแห่ง แต่ควรพิจารณาในฐานะโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและสร้างงานในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เช่น ชิป AI คลาวด์ และอีคอมเมิร์ซ มหาศาลไม่ต่างจากบทบาทของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่
ผลกระทบ:
– หากไม่มีการบริหารจัดการและวางโซนนิ่งการใช้ทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าอย่างเป็นระบบใน EEC การขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์อาจก่อให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำดิบและกระแสไฟตึงตัวในช่วงฤดูแล้ง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนภาคการเกษตรและชุมชนโดยรอบ
– รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องจัดทำแผนที่ศักยภาพโครงข่ายไฟฟ้า (Power Map) และแผนที่ชลประทาน (Water Map) ร่วมกัน เพื่อกำหนดจุดตั้งโครงการที่เหมาะสม รักษาสมดุลระหว่างโอกาสทางเศรษฐกิจดิจิทัลกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของประชาชน
ที่มา: สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ และกรุงเทพธุรกิจ วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : จุฬาฯ เสนอทบทวนมาตรา 26 พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ชี้ข้อจำกัดต่ออายุสัมปทานเสี่ยงทำก๊าซในประเทศสะดุด ดันราคาค่าไฟ Ft พุ่งสูง
รายละเอียด:
- รศ.ดร.ปิติ เอี่ยมจำรูญลาภ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาวิเคราะห์ว่าข้อจำกัดของมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ที่กำหนดให้ต่ออายุสัมปทานการผลิตปิโตรเลียมได้เพียงครั้งเดียวไม่เกิน 10 ปี อาจสร้างความเสี่ยงให้เกิดช่องว่างการผลิต (Production Gap) เมื่อแหล่งก๊าซหมดอายุสัมปทานเนื่องจากการตัดสินใจของภาครัฐล่าช้าและขาดความยืดหยุ่น
- การเปลี่ยนผ่านผู้ดำเนินการและการหยุดชะงักของการลงทุนจากผู้รับสัมปทานรายเดิมในช่วงปลายสัมปทาน จะส่งผลให้ปริมาณก๊าซธรรมชาติจากแหล่งในประเทศลดลงเร็วกว่าที่ผู้ผลิตรายใหม่จะเข้ามาทดแทนได้ทัน
ผลกระทบ:
– ประเทศไทยจะเผชิญความจำเป็นในการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นเพื่อรักษาเสถียรภาพการผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่มีราคาสูงและผันผวนตามตลาดโลก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และเพิ่มภาระค่าครองชีพประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
– เสนอแนะให้ภาครัฐเร่งปรับปรุงข้อกฎหมายให้มีความยืดหยุ่น โดยพิจารณาทางเลือกเป็นรายแหล่งทั้งในมิติวิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ และกฎหมาย เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและรักษาระดับกำลังการผลิตพลังงานในประเทศให้สม่ำเสมอ
ที่มา: สำนักข่าวไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : กฟผ. เดินหน้าแผนระบบกักเก็บพลังงาน BESS นำแบตเตอรี่รถ EV หมดอายุกลับมาใช้ใหม่ หนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
รายละเอียด:
- นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และโฆษณาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยโครงการนำร่องร่วมกับ สวทช. และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการนำแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่หมดอายุการใช้งานแต่ยังมีค่าความสมบูรณ์ทางไฟฟ้า (State of Health: SOH) สูงกว่า 70% มาประกอบเป็นระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า (BESS) ขนาด 100 kWh และ 20 kWh ณ โรงไฟฟ้าวังน้อย
- สำหรับแบตเตอรี่ที่มีสภาพ SOH ต่ำกว่า 70% จะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแยกแบล็คแมส (Black Mass) เพื่อสกัดและคืนกลับแร่โลหะมีค่าที่ไทยนำเข้าไม่ได้ เช่น ลิเทียม โคบอลต์ และทองแดง พร้อมเตรียมร่วมมือกับ กนอ. ศึกษาจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม Circular ในพื้นที่ EEC
ผลกระทบ:
– ช่วยเสริมความมั่นคงในระบบไฟฟ้ากำลังผ่านการนำพลังงานหมุนเวียนมาบริหารจัดการผ่าน BESS ช่วยลดปัญหาความผันผวนของไฟฟ้า และลดผลกระทบด้านขยะอิเล็กทรอนิกส์อันตรายจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
– เพิ่มความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องผลักดันระบบพาสปอร์ตแบตเตอรี่ (Battery Passport) และมาตรการความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) รวมถึงกฎระเบียบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ชัดเจนเพื่อรักษาความปลอดภัยทางสิ่งแวดล้อมและขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
ที่มา: สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : รัฐบาลตรึงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม LPG ถังละ 423 บาท พยุงค่าครองชีพ ดันหนี้กองทุนน้ำมันติดลบแตะ 7.1 หมื่นล้านบาท
รายละเอียด:
- นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยมาตรการลดค่าครองชีพประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงพลังงานได้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยอุดหนุนและตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) สำหรับถังขนาด 15 กิโลกรัมไว้ที่ 423 บาท
- รัฐบาลได้เพิ่มอัตราการชดเชยราคาจาก 7.2209 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 9.8642 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกยังคงมีความผันผวน เพื่อไม่ให้ต้นทุนพลังงานกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าครองชีพของครัวเรือนและผู้ค้ารายย่อย
ผลกระทบ:
– ช่วยลดความรุนแรงของเงินเฟ้อในภาคอาหารและค่าครองชีพทั่วไปทันที เนื่องจากก๊าซหุงต้มเป็นต้นทุนหลักของร้านค้าและครัวเรือนไทย แต่ส่งผลลบต่อเสถียรภาพทางการคลังของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งรายงานยอดติดลบล่าสุด ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2569 สูงถึง 71,826.31 ล้านบาท
– ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อกรอบงบประมาณของรัฐบาลในระยะยาว หากราคาพลังงานโลกไม่ปรับตัวลดลง รัฐบาลอาจต้องพิจารณาแผนการชำระหนี้กองทุนน้ำมันฯ และการจำกัดขอบเขตการอุดหนุนในอนาคตเพื่อรักษาวินัยทางการเงินการคลัง
ที่มา: สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : กฟน. ประกาศกำหนดการดับไฟฟ้าเพื่อบำรุงรักษาระบบและปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้า ในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ วันที่ 9 สิงหาคม 2569
รายละเอียด:
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือ MEA ประกาศแผนดับไฟเพื่อดำเนินการบำรุงรักษาระบบไฟ เสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และย้ายแนวเสา-สายไฟฟ้าในบางพื้นที่ของจังหวัดกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ในวันที่ 9 สิงหาคม 2569
- พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมริมถนนเจริญราษฎร์ ถนนพัฒนาการ ถนนเอกชัย ถนนพุทธบูชา ถนนสรรพาวุธ ถนนพหลโยธิน และถนนบางนา-ตราด รวมถึงพื้นที่ในจังหวัดนนทบุรีแถบถนนแจ้งวัฒนะ ถนนบางกรวย-ไทรน้อย และสมุทรปราการแถบถนนท้ายบ้านและถนนลาดหวาย
ผลกระทบ:
– ประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจในพื้นที่ตามประกาศจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับมือไฟดับชั่วคราวในช่วงเวลา 08:00 น. ถึง 17:00 น. (ขึ้นอยู่กับพื้นที่จุดตรวจรับปรุงระบบ) เพื่อไม่ให้กระทบต่อกิจกรรมประจำวันและการทำงาน
– การบำรุงรักษาและปรับปรุงโครงข่ายสายไฟฟ้าจะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นคงในการส่งจ่ายกระแสไฟฟ้า ป้องกันปัญหาไฟตก-ไฟดับในระยะยาว และสร้างประสิทธิภาพการบริการที่ดียิ่งขึ้นแก่ประชาชนในเขตเมืองหลวงและปริมณฑล
ที่มา: สำนักข่าวไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ วิจารณ์กระแสตื่นตูมเรื่องระยะทางวิ่งของรถ EV ว่าเป็นโรค พร้อมย้ำนโยบายลดการผลักดันรถไฟฟ้า ท่ามกลางส่วนแบ่งยอดขายรถ BEV ในสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวเหลือ 6% ขณะที่รถไฮบริดเติบโตแตะ 16%
- การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ร่วมกับ กฟภ. วางแผนติดตั้งระบบ Solar Rooftop และ EV Charging Station 79 พื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมเตรียมเปลี่ยนรถยนต์ราชการเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ภายในปี 2569 เพื่อสนับสนุนนโยบายสังคมคาร์บอนต่ำ
- สทนช. ร่วมกับ วช. และกองทุน ววน. จัดทำกลยุทธ์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเชิงพื้นที่ใน 10 จังหวัด พร้อมทั้งเตรียมประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ และระบบปั๊มน้ำโซลาร์เซลล์ในการวางแผนรับมือภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ
- บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผนึกกำลัง กสทช. และพันธมิตรเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุค Mobile AI ผ่านการพัฒนาโครงข่าย 5G-Advanced (5G-A) เพื่อรองรับการรับส่งข้อมูล AI บนอุปกรณ์พกพาที่เติบโตแบบก้าวกระโดด
- ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่เร่งส่งมอบนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดพรีเมียมในไทย อาทิ BYD เตรียมเปิดตัว Denza Z9 GT สปอร์ตแวกอนท้ายลาดที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการจอดและเลี้ยวอัจฉริยะ ขณะที่ Mercedes-AMG เปิดตัว CLA 45 4MATIC+ เวอร์ชันไฟฟ้าล้วนกำลัง 680 แรงม้า