รายงานข่าวพลังงานจีน (China Weekly) ประจำสัปดาห์ 01-Aug-2026 ถึง 07-Aug-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : การวิเคราะห์รายงานการพัฒนาหน่วยเก็บพลังงานรูปแบบใหม่ของจีน ฉบับปี 2026: การเปลี่ยนผ่านจากยุคขยายขนาดสู่การสร้างคุณค่าที่แท้จริง
รายละเอียด:
- บทวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยพลังงานไฟฟ้าแห่งประเทศจีน (China Electric Power Research Institute) ตีความรายงานการพัฒนาหน่วยเก็บพลังงานรูปแบบใหม่ (New-type Energy Storage) ฉบับปี 2026 ที่เผยแพร่โดยสำนักงานพลังงานแห่งชาติ (NEA) ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของอุตสาหกรรม BESS ในจีน
- รายงานระบุว่า ณ สิ้นปี 2025 จีนมีกำลังการติดตั้ง BESS รูปแบบใหม่สะสมถึง 136 GW / 351 GWh เพิ่มขึ้นกว่า 40 เท่าจากปลายแผนฯ 13 และครองอันดับหนึ่งของโลก บทวิเคราะห์เจาะลึกถึงการเปลี่ยนแปลงใน 5 มิติ ได้แก่ บทบาทหน้าที่, ภารกิจหลัก, แนวทางเทคโนโลยี, โครงสร้างอุปสงค์-อุปทาน และกลไกการทำงานร่วมกับระบบ
ผลกระทบ:
- การเปลี่ยนบทบาทจากเครื่องมือบริหารจัดการโหลด (Load Shifting) ไปสู่ทรัพยากรที่สร้างเสถียรภาพเชิงรุก (Active Support Resource): BESS โดยเฉพาะเทคโนโลยี Grid-forming กำลังเปลี่ยนจากการเป็นผู้ตามคำสั่งจ่ายไฟ (Grid-following) มาเป็นการมีส่วนร่วมในการรักษาเสถียรภาพแรงดันและความถี่ของระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในระบบไฟฟ้าใหม่ที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูง
- ความต้องการ BESS ที่มีระยะเวลาการเก็บพลังงานยาวนานขึ้น (Long-duration): การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของพลังงานแสงอาทิตย์ (สัดส่วนต่อพลังงานลมอยู่ที่ 2:1) ทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าล้นระบบในช่วงกลางวันเป็นประจำ ส่งผลให้ความต้องการ BESS ที่มีระยะเวลา 4 ชั่วโมงขึ้นไปเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อเคลื่อนย้ายพลังงานไปยังช่วงพีคตอนค่ำ สะท้อนจากสัดส่วน BESS 4 ชั่วโมงขึ้นไปที่เพิ่มขึ้นเป็น 27.5% ในปี 2025
- การเปลี่ยนผ่านจากนโยบายบังคับติดตั้ง (Forced Allocation) สู่กลไกตลาด (Market-driven): นโยบายล่าสุดของ NDRC และ NEA ที่ห้ามบังคับให้โครงการพลังงานหมุนเวียนต้องติดตั้ง BESS เป็นการผลักดันให้ BESS ต้องหารายได้จากกลไกตลาดไฟฟ้า (Capacity Market, Ancillary Services, Energy Arbitrage) อย่างแท้จริง ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการใช้งาน BESS อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดแทนที่จะติดตั้งเพื่อสนองนโยบายเพียงอย่างเดียว
- เทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนยังคงเป็นผู้นำตลาด: แม้จะมีเทคโนโลยีอื่น ๆ เกิดขึ้น เช่น แบตเตอรี่โซเดียมไอออน, แบตเตอรี่แบบไหล (Flow Battery), และระบบกักเก็บพลังงานจากอากาศอัด (CAES) แต่ด้วยความสมบูรณ์ของห่วงโซ่อุปทาน, ความได้เปรียบด้านต้นทุนจากการผลิตขนาดใหญ่ (Economies of Scale) และการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง ทำให้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะยังคงครองตลาดต่อไปในอีก 10 ปีข้างหน้า
ที่มา: สำนักงานพลังงานแห่งชาติ (国家能源局), 06 ส.ค. 2026
ประเด็นข่าวที่ 2 : CNOOC ประสบความสำเร็จในการจ่ายไฟฟ้าจากแท่นผลิตไฟฟ้าพลังงานลมลอยน้ำแบบ Tension Leg Platform (TLP) ขนาด 16 เมกะวัตต์แห่งแรกของโลก
รายละเอียด:
- บริษัท China National Offshore Oil Corporation (CNOOC) ประกาศความสำเร็จในการเชื่อมต่อแท่นผลิตไฟฟ้าพลังงานลมลอยน้ำ “ไห่โหยว อันหลาน เฮ่า” (海油安澜号) เข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าของแหล่งน้ำมันลู่เฟิง (Lufeng Oilfield) ในทะเลจีนใต้ นับเป็นการจ่ายไฟฟ้าสีเขียวโดยตรงให้กับแหล่งผลิตปิโตรเลียมกลางทะเลเป็นครั้งแรก
- แท่นดังกล่าวเป็นแบบ Tension Leg Platform (TLP) ขนาด 16 เมกะวัตต์แห่งแรกของโลก ติดตั้งในพื้นที่ที่มีความลึกของน้ำ 136 เมตร และอยู่ห่างจากชายฝั่ง 136 กิโลเมตร ได้รับการออกแบบให้ทนทานต่อพายุไต้ฝุ่นระดับ 17 และมีอายุการใช้งาน 25 ปี
ผลกระทบ:
- การก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีพลังงานลมนอกชายฝั่งน้ำลึก: ความสำเร็จนี้เป็นการยืนยันความสามารถของจีนในการพัฒนาเทคโนโลยีกังหันลมลอยน้ำ (Floating Wind) สำหรับพื้นที่น้ำลึก ซึ่งเป็นพรมแดนใหม่ของการพัฒนาพลังงานลมทั่วโลก เทคโนโลยี TLP มีเสถียรภาพสูงกว่าแบบ Semi-submersible และมีความสำคัญต่อการปลดล็อกศักยภาพพลังงานลมในทะเลลึกที่กว้างใหญ่ของจีน
- ต้นแบบการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม: โครงการนี้เป็นต้นแบบสำคัญของโมเดล “Offshore Wind for Offshore Oil” ซึ่งใช้ไฟฟ้าสีเขียวที่ผลิตได้ในทะเลโดยตรงเพื่อจ่ายให้กับแท่นขุดเจาะและผลิตปิโตรเลียม ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล (น้ำมันเตา) ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเป็นแนวทางสู่การผลิตปิโตรเลียมคาร์บอนต่ำ สอดคล้องกับเป้าหมาย Dual Carbon ของจีน คาดว่าจะช่วยลดการปล่อย CO2 ได้ 35,000 ตันต่อปี
- การบูรณาการระบบไฟฟ้าแบบผสมผสานกลางทะเล: โครงการนี้ได้สร้างสรรค์รูปแบบการจ่ายไฟฟ้าแบบผสมผสานที่ประกอบด้วย พลังงานลม, เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากเชื้อเพลิง และระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) เพื่อจัดการกับความผันผวนของพลังงานลมและรับประกันการจ่ายไฟฟ้าที่มั่นคงให้กับแหล่งน้ำมัน ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการสร้าง Microgrid ที่มีความยืดหยุ่นในพื้นที่ห่างไกล
ที่มา: 央视新闻客户端, 06 ส.ค. 2026
ประเด็นข่าวที่ 3 : สำนักงานพลังงานแห่งชาติ (NEA) เผยรายงานสถานะพลังงานนิวเคลียร์: จีนครองอันดับหนึ่งของโลกด้านขนาดการก่อสร้างต่อเนื่อง 19 ปี
รายละเอียด:
- สำนักงานพลังงานแห่งชาติ (NEA) เผยแพร่ “รายงานการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ของจีน ฉบับปี 2026” ซึ่งสรุปสถานการณ์อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 และ ณ สิ้นปี 2025
- ณ สิ้นปี 2025 จีนมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เปิดดำเนินการแล้วและที่อนุมัติให้ก่อสร้างรวม 112 ยูนิต กำลังการผลิตรวม 125 GW โดยเป็นโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการแล้ว 59 ยูนิต (62.48 GW) ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลก และมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 53 ยูนิต (62.93 GW) ทำให้จีนครองอันดับหนึ่งของโลกในด้านขนาดการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 19
- รายงานเน้นย้ำถึงความสำเร็จของเทคโนโลยี “ฮว่าหลง-1” (Hualong-1) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีนิวเคลียร์รุ่นที่ 3 ที่จีนเป็นเจ้าของสิทธิ์และสามารถผลิตได้ในเชิงพาณิชย์ (Batch Construction) โดยมีอัตราการใช้อุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศ (Localization Rate) สูงกว่า 90%
ผลกระทบ:
- พลังงานนิวเคลียร์ในฐานะแหล่งพลังงานหลักที่มั่นคง (Baseload) ในระบบไฟฟ้าใหม่: การเร่งขยายกำลังการผลิตนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงบทบาทที่สำคัญในการเป็นแหล่งพลังงานหลักที่ปราศจากคาร์บอน เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับระบบไฟฟ้าใหม่ของจีนที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนผันผวนสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางพลังงาน
- ความสำเร็จในการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี: การที่เทคโนโลยี “ฮว่าหลง-1” สามารถผลิตได้ในประเทศกว่า 90% และมีการส่งออกเทคโนโลยีไปต่างประเทศได้สำเร็จ (เช่น ในปากีสถาน) แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างยิ่งใหญ่ของจีนในการสร้างห่วงโซ่อุปทานนิวเคลียร์ที่ครบวงจรและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเป็นมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีพลังงาน
- การขยายการประยุกต์ใช้พลังงานนิวเคลียร์นอกเหนือจากการผลิตไฟฟ้า: รายงานระบุถึงการนำพลังงานนิวเคลียร์ไปใช้ในการผลิตความร้อนร่วม (Cogeneration) เพื่อจ่ายให้กับระบบทำความร้อนในเขตเมือง (District Heating) ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ในการลดการใช้ถ่านหินและลดมลพิษทางอากาศในช่วงฤดูหนาว และยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานนิวเคลียร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ที่มา: 能源中国客户端, 06 ส.ค. 2026
ประเด็นข่าวที่ 4 : สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินของจีนลดต่ำกว่า 50% เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
รายละเอียด:
- ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานแห่งชาติ (NEA) เปิดเผยว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินของจีนอยู่ที่ 2.5 ล้านล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง คิดเป็นสัดส่วน 49.7% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินลดลงต่ำกว่า 50%
- ในขณะเดียวกัน การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในช่วงเวลาเดียวกันมีปริมาณเกือบ 2 ล้านล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง คิดเป็นสัดส่วนถึง 41.2% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด
ผลกระทบ:
- จุดเปลี่ยนเชิงสัญลักษณ์และโครงสร้างของระบบไฟฟ้าจีน: การที่สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินลดลงต่ำกว่า 50% ถือเป็นหมุดหมายที่สำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนผ่านพลังงานของจีน สะท้อนให้เห็นว่าพลังงานหมุนเวียนได้เปลี่ยนสถานะจาก “พลังงานเสริม” (Supplementary Energy) มาเป็น “พลังงานหลัก” (Mainstay Energy) ในระบบไฟฟ้าของประเทศอย่างแท้จริง
- ความสำเร็จของการลงทุนในพลังงานสะอาดและโครงข่ายสายส่ง: ปรากฏการณ์ “หนึ่งลด หนึ่งเพิ่ม” นี้เป็นผลโดยตรงจากการลงทุนมหาศาลในโครงการพลังงานลมและแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ทะเลทรายโกบี (Shagehuang Bases) และการก่อสร้างโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าแรงสูงพิเศษ (UHV) เพื่อส่งไฟฟ้าสะอาดจากภาคตะวันตกไปยังภาคตะวันออกที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง
- บทบาทของโรงไฟฟ้าถ่านหินกำลังเปลี่ยนไป: แม้สัดส่วนการผลิตจะลดลง แต่โรงไฟฟ้าถ่านหินยังคงมีความสำคัญในฐานะแหล่งพลังงานที่ให้ความยืดหยุ่นและเป็นหลักประกันความมั่นคงของระบบ (Flexible and Dispatchable Power) โดยจะค่อยๆ เปลี่ยนบทบาทจากการเป็นโรงไฟฟ้าฐาน (Baseload) ไปเป็นโรงไฟฟ้าสำรองและโรงไฟฟ้าที่ตอบสนองความต้องการสูงสุด (Peaking and Ancillary Services Provider) ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างระบบไฟฟ้าใหม่ (New Power System) ของจีน
ที่มา: 人民网-观点频道, 06 ส.ค. 2026
ประเด็นข่าวที่ 5 : มณฑลเหอหนานบุกเบิกการปฏิรูปตลาดบริการเสริมความมั่นคง เพิ่มบริการชนิดใหม่เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียน
รายละเอียด:
- คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปมณฑลเหอหนาน (Henan Provincial Development and Reform Commission) ได้เผยแพร่ร่าง “กฎระเบียบการดำเนินงานตลาดบริการเสริมความมั่นคง (Ancillary Services Market) ของมณฑลเหอหนาน” เพื่อรับฟังความคิดเห็น
- สาระสำคัญคือการสำรวจและริเริ่มบริการเสริมความมั่นคงชนิดใหม่ๆ เช่น บริการด้านความสามารถในการปรับเพิ่ม/ลดกำลังผลิต (Ramping Service) และบริการกำลังผลิตสำรอง (Reserve Service) เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายที่เกิดจากสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระบบไฟฟ้า
- ในระยะเริ่มต้น ตลาดจะมุ่งเน้นไปที่บริการควบคุมความถี่ (Frequency Regulation) ก่อน และจะค่อยๆ พัฒนาไปสู่การประมูลซื้อขายบริการเสริมความมั่นคงร่วมกับการประมูลซื้อขายพลังงานไฟฟ้าในตลาดจร (Spot Market) แบบเบ็ดเสร็จ (Joint Optimization)
ผลกระทบ:
- การปฏิรูปตลาดไฟฟ้าเพื่อรองรับระบบไฟฟ้าใหม่: การเคลื่อนไหวของมณฑลเหอหนานเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการปฏิรูปตลาดไฟฟ้าในระดับมณฑล เพื่อสร้างเครื่องมือทางตลาดที่จำเป็นสำหรับบริหารจัดการระบบไฟฟ้าที่มีความผันผวนสูงจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการสร้างระบบไฟฟ้าใหม่ (New Power System)
- สร้างกลไกราคาเพื่อสะท้อนคุณค่าของความยืดหยุ่น: การสร้างตลาดสำหรับ Ramping และ Reserve Service จะทำให้หน่วยผลิตที่มีความยืดหยุ่นสูง (เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหินที่ปรับปรุงแล้ว โรงไฟฟ้าก๊าซ และ BESS) สามารถสร้างรายได้จากความสามารถในการปรับเปลี่ยนกำลังผลิตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่มีค่าอย่างยิ่งในระบบไฟฟ้าสมัยใหม่
- เปิดโอกาสให้ทรัพยากรใหม่ๆ เข้าร่วมตลาด: ร่างกฎระเบียบได้ระบุให้ผู้เล่นรายใหม่ๆ เช่น โรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant – VPP) และหน่วยเก็บพลังงานรูปแบบใหม่ (BESS) สามารถเข้าร่วมในตลาดบริการเสริมความมั่นคงได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มทรัพยากรที่ให้ความยืดหยุ่นแก่ระบบ และส่งเสริมการลงทุนในเทคโนโลยีเหล่านี้
ที่มา: 中国能源新闻网, 06 ส.ค. 2026
ประเด็นข่าวที่ 6 : หลายมณฑลในจีนเร่งผลักดันการพัฒนาโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้ระบบไฟฟ้า
รายละเอียด:
- รายงานข่าวระบุว่าหลายพื้นที่ในจีนกำลังเร่งส่งเสริมนโยบายและโครงการที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant – VPP) โดยอ้างอิงถึง “แผนการก่อสร้างระบบไฟฟ้าใหม่สำหรับช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15” ที่เพิ่งประกาศโดย NDRC และ NEA ซึ่งสนับสนุนการพัฒนา VPP อย่างจริงจัง
- หลายมณฑลได้เริ่มดำเนินการแล้ว เช่น มณฑลเหอหนานเปิดตัวแพลตฟอร์ม AI สำหรับ VPP, มณฑลเหอเป่ยประกาศรายชื่อโครงการนำร่อง VPP ชุดแรกจำนวน 72 โครงการ และมณฑลเจียงซีมี VPP ที่สามารถเข้าร่วมการซื้อขายในตลาดไฟฟ้าได้ครบทุกขั้นตอนเป็นรายแรก
ผลกระทบ:
- VPP ในฐานะเครื่องมือสำคัญของระบบไฟฟ้าใหม่: VPP คือการรวบรวมและควบคุมทรัพยากรพลังงานแบบกระจายตัว (Distributed Energy Resources – DERs) เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา, BESS, และโหลดที่ปรับลดได้ (Demand Response) ผ่านระบบดิจิทัล เพื่อทำหน้าที่เหมือนโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่หนึ่งโรง VPP จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพให้กับระบบไฟฟ้าใหม่ของจีน
- การแก้ปัญหาความท้าทายของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน: VPP ช่วยให้ผู้ควบคุมระบบไฟฟ้าสามารถบริหารจัดการความต้องการใช้ไฟฟ้า (Demand-side Management) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองต่อความผันผวนของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์ เป็นการเปลี่ยนจากการปรับฝั่งอุปทาน (Supply-side) เพียงอย่างเดียว มาเป็นการปรับทั้งอุปทานและอุปสงค์ไปพร้อมกัน
- การสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ในภาคพลังงาน: การเติบโตของ VPP เปิดโอกาสทางธุรกิจให้กับบริษัทเทคโนโลยีพลังงาน (Energy Tech) และบริษัทผู้ค้าปลีกไฟฟ้า (Retail Electricity Providers) ในการเป็นผู้รวบรวม (Aggregator) และสร้างรายได้จากการให้บริการเสริมความมั่นคงแก่ระบบไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของโมเดลธุรกิจนี้ยังขึ้นอยู่กับการออกแบบตลาดไฟฟ้าที่เอื้ออำนวยและกลไกการจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสม
ที่มา: 证券日报, 06 ส.ค. 2026
ประเด็นข่าวที่ 7 : ตลาดไฟฟ้าข้ามมณฑลคึกคัก: ปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าในพื้นที่ของ State Grid ในเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 6.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
รายละเอียด:
- ศูนย์ซื้อขายไฟฟ้าปักกิ่ง (Beijing Power Exchange Center) รายงานว่าในเดือนกรกฎาคม 2026 ปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าข้ามมณฑลผ่านกลไกตลาดในพื้นที่รับผิดชอบของ State Grid of China Corporation (SGCC) มีปริมาณสูงถึง 146.5 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 6.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ในช่วง 7 เดือนแรกของปี ปริมาณการซื้อขายสะสมอยู่ที่ 791.0 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 8.5% สะท้อนถึงความต้องการในการจัดสรรทรัพยากรไฟฟ้าข้ามภูมิภาคที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- การซื้อขายไฟฟ้าสะอาดข้ามมณฑลเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในเดือนกรกฎาคมมีปริมาณถึง 89.2 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 17.6% และคิดเป็นสัดส่วน 60.9% ของปริมาณการซื้อขายข้ามมณฑลทั้งหมด
ผลกระทบ:
- ความก้าวหน้าของตลาดไฟฟ้าแห่งชาติแบบครบวงจร (National Unified Power Market): ข้อมูลดังกล่าวเป็นเครื่องชี้วัดที่เป็นรูปธรรมถึงความสำเร็จในการสร้างตลาดไฟฟ้าแห่งชาติที่เชื่อมโยงกัน ทำให้สามารถส่งไฟฟ้าจากพื้นที่ที่มีทรัพยากรพลังงานอุดมสมบูรณ์ (โดยเฉพาะพลังงานสะอาดในภาคตะวันตก) ไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง (ภาคตะวันออก) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- บทบาทของโครงข่ายสายส่ง UHV ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น: การเพิ่มขึ้นของการซื้อขายไฟฟ้าข้ามมณฑล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านสายส่งไฟฟ้ากระแสตรงแรงสูงพิเศษ (UHVDC) ที่มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นถึง 16.4% ในเดือนกรกฎาคม ตอกย้ำถึงความสำคัญของโครงข่าย UHV ในฐานะกระดูกสันหลังของระบบไฟฟ้าจีนที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในระดับประเทศ
- การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในวงกว้าง: สัดส่วนของไฟฟ้าสะอาดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในการซื้อขายข้ามมณฑล แสดงให้เห็นว่ากลไกตลาดและโครงสร้างพื้นฐานด้านสายส่งกำลังทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อแก้ปัญหาการจำกัดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Curtailment) และบรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอนของประเทศ
ที่มา: 中国能源新闻网, 06 ส.ค. 2026
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- เขตเศรษฐกิจพิเศษอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (GBA) มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมีการเติบโตของการใช้ไฟฟ้าในภาคการผลิตขั้นสูงและศูนย์ข้อมูลอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจไปสู่อุตสาหกรรมใหม่
- บริษัท Goldwind ของจีน ลงนามในสัญญากับบริษัท Wind Energy Holding ของไทย เพื่อจัดหากังหันลมขนาด 3.9 MW จำนวน 23 ต้น สำหรับโครงการ DKT1 สะท้อนถึงการขยายอิทธิพลของซัพพลายเชนกังหันลมจีนในตลาดอาเซียน
- นักวิชาการอาวุโส Shu Yinbiao ตีความแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าใหม่ฉบับที่ 15 โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างโครงข่ายไฟฟ้าที่ทำงานร่วมกันทั้งในระดับสายส่งหลัก (Main Grid), สายส่งระดับจำหน่าย (Distribution Grid) และไมโครกริด (Microgrid) เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนและเพิ่มความมั่นคงของระบบ
- จีนประกาศใช้มาตรฐานบังคับระดับชาติ 3 ฉบับเกี่ยวกับประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการจำกัดการใช้พลังงานสำหรับแผงเซลล์แสงอาทิตย์และอินเวอร์เตอร์ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคมปีหน้า เพื่อยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ในห่วงโซ่อุปทานพลังงานแสงอาทิตย์
- ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในมณฑลเฮยหลงเจียงเดือนสิงหาคมทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบประวัติศาสตร์ที่ 16.94 GW เพิ่มขึ้น 11.8% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้ State Grid ต้องเพิ่มมาตรการดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้า