รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 01 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : วิกฤตพลังงานโลกสะเทือนไทย กระทรวงพลังงานเร่งตรึงน้ำมันและสกัดค่าไฟแพง
รายละเอียด:
- สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาพลังงานโลก โดยราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ย 10 ถึง 12% ในขณะที่ราคาก๊าซ LNG นำเข้า ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของไทย พุ่งขึ้นเกือบ 60% จาก 11 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู ไปอยู่ที่ 18 ถึง 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู
- นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู โฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอใช้ 101 วัน และกำลังดำเนินมาตรการสกัดค่าไฟฟ้าแพงโดยลดการนำเข้า LNG ผ่านการเพิ่มกำลังผลิตก๊าซในอ่าวไทย รับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว และเพิ่มการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ
ผลกระทบ:
– ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของไทยเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากราคา LNG นำเข้าที่ผันผวนสูง หากราคาพลังงานโลกยังคงทรงตัวในระดับสูง รัฐบาลอาจต้องแบกรับภาระอุดหนุนค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น หรือประชาชนและภาคธุรกิจต้องเตรียมรับมือกับค่าเอฟทีที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ
– ความพยายามลดการนำเข้า LNG โดยหันไปเพิ่มกำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะซึ่งใช้ถ่านหินลิกไนต์ และการจัดหาก๊าซในอ่าวไทยเพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบเชิงลบชั่วคราวต่อเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ แต่เป็นมาตรการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานและเสถียรภาพราคาค่าไฟฟ้าในระยะสั้น
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : เทคโนโลยี SMR พลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก ทางเลือกใหม่เสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าไทยสู่ Net Zero
รายละเอียด:
- การขยายตัวอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการลงทุน Data Center ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยเติบโตอย่างมหาศาลและต้องการระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพสูงตลอด 24 ชั่วโมง เทคโนโลยีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ขนาดกำลังผลิตประมาณ 300 เมกะวัตต์ จึงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวเลือกสำคัญ
- ข้อดีของ SMR คือการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่ไร้การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง โดยใช้เชื้อเพลิงยูเรเนียมเข้มข้นต่ำในปริมาณน้อย เพียง 9 ถึง 12 ตันต่อปี และมีความผันผวนด้านราคาต้นทุนเชื้อเพลิงต่ำมากเนื่องจากสามารถสั่งซื้อสำรองไว้ล่วงหน้าได้นานหลายปี
ผลกระทบ:
– การผลักดัน SMR จะช่วยให้ระบบไฟฟ้าของไทยมีเสถียรภาพสูงขึ้นในการรองรับอุตสาหกรรมดิจิทัลแห่งอนาคตโดยไม่ต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก ช่วยรักษาเสถียรภาพค่าไฟฟ้าในระยะยาว
– ความท้าทายสำคัญคือการยอมรับของภาคประชาชน ความปลอดภัยในการจัดการกากนิวเคลียร์ และความพร้อมของกฎหมายควบคุมการใช้วัสดุกัมมันตรังสี ซึ่งกระทรวงพาณิชย์และสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเริ่มมีการซักซ้อมควบคุมมาตรการการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์เพื่อรองรับมาตรฐานสากลแล้ว
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : วิกฤตโลกร้อนพ่นพิษ แม่น้ำดานูบแห้งขอดทุบสถิติบีบฮังการีและโรมาเนียปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
รายละเอียด:
- วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยในยุโรปพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยล่าสุดแม่น้ำดานูบซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่าน 10 ประเทศในยุโรป ลดระดับน้ำลงเหลือเพียง 23 เซนติเมตร ทำลายสถิติต่ำสุดประวัติการณ์ที่เคยบันทึกไว้เมื่อปี พ.ศ. 2561 ที่ 33 เซนติเมตร
- นายกรัฐมนตรีฮังการี นายเปแตร์ มоจยอร์ ได้ออกคำสั่งปิดโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวของประเทศชั่วคราวเนื่องจากปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ สอดคล้องกับโรมาเนียที่สั่งปิดโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ 1 ใน 2 โรงด้วยเหตุผลเดียวกัน ท่ามกลางฮีทเวฟอุณหภูมิสูงกว่า 37 องศาเซลเซียส
ผลกระทบ:
– วิกฤตครั้งนี้ทำให้เกิดความตระหนักรู้ว่าการพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ในยุคโลกเดือดมีความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง หากแหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอดจะกระทบต่อระบบหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์ทันที ซึ่งส่งผลให้ฮังการีต้องออกประกาศจำกัดการใช้ไฟฟ้าของประชาชนในช่วงพีค (17.00 น. ถึง 22.00 น.) รวมถึงจำกัดการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและการเปิดเครื่องปรับอากาศ
– เป็นสัญญาณเตือนสำคัญสำหรับประเทศที่กำลังวางแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รวมถึงประเทศไทย ว่าต้องประเมินความมั่นคงด้านแหล่งน้ำที่จะนำมาใช้ในระบบหล่อเย็นอย่างรัดกุมภายใต้ความเสี่ยงของสภาวะโลกเดือด เพื่อป้องกันวิกฤตไฟฟ้าดับหรือข้อจำกัดในการจ่ายไฟในอนาคต
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : ศึกชิงเค้ก AI Data Center Hub ในอาเซียน ความพร้อมด้านพลังงานสะอาดและโครงข่ายไฟฟ้าคือตัวตัดสิน
รายละเอียด:
- การแข่งขันดึงดูดการลงทุนระดับโลกเพื่อเป็นศูนย์กลาง AI และ Hyperscale Data Center ในอาเซียนไม่ได้วัดกันที่สิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกต่อไป แต่วันนี้วัดกันที่ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและพลังงานสะอาดที่มั่นคงตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดจนระยะเวลาการเชื่อมต่อระบบสายส่ง (Grid Connection Time)
- ดร.เมทังกร เสริมสุข จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ระบุว่า ประเทศไทยกำลังแข่งขันกับมาเลเซีย (รัฐยะโฮร์) ซึ่งได้เปรียบเรื่องค่าไฟต่ำ สิงคโปร์ที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ และอินโดนีเซียที่มีตลาดขนาดใหญ่แต่ระบบสายส่งยังซับซ้อน โดยจุดแข็งของไทยคือทำเลที่ตั้ง เสถียรภาพระบบไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐาน LNG ที่สามารถนำพลังงานความเย็น (LNG Cold Energy) มาช่วยในระบบทำความเย็นของ Data Center ได้
ผลกระทบ:
– ความต้องการไฟฟ้าและน้ำมหาศาลจาก AI Data Center จะสร้างแรงกดดันต่อระบบผลิตและสายส่งไฟฟ้าของไทย หากไทยไม่สามารถขยายสัดส่วนพลังงานสะอาดและการพัฒนา Smart Grid ได้ทันตามความต้องการของบิ๊กเทคที่ตั้งเป้า Net Zero และ 24/7 Carbon-Free Energy ไทยอาจเสียโอกาสการลงทุนครั้งสำคัญให้กับมาเลเซียหรือคู่แข่งอื่นๆ
– โอกาสในการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลจะช่วยสร้างงานทักษะสูงและยกระดับประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม แต่ในทางกลับกัน รัฐบาลต้องเร่งผลักดันนโยบาย Green PPA และ Direct PPA รวมถึงระบบจัดสรรทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพเพื่อไม่ให้กระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือนอื่นในประเทศ
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : บีโอไอเตรียมจัดระเบียบคุมเข้มลงทุน Data Center หวั่นผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการใช้ไฟฟ้า-น้ำมหาศาล
รายละเอียด:
- นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า บีโอไอกำลังหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดระเบียบการลงทุนโครงการ Data Center ในประเทศ หลังจากพบการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยปัจจุบันประเทศไทยมี Data Center เปิดดำเนินการและอยู่ระหว่างวางแผนรวมกว่า 60-70 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลสูงถึง 65% และพื้นที่ EEC อีก 20%
- ประเด็นความกังวลสำคัญคือ โครงการ Data Center เหล่านี้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI แต่กลับใช้ทรัพยากรน้ำและไฟฟ้ามหาศาลเพื่อระบบทำความเย็น โดยส่วนใหญ่ยังไม่อยู่ในข่ายที่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามกฎหมายเดิม ส่งผลให้รัฐบาลเตรียมประกาศทิศทางและมาตรการควบคุมใหม่ในเร็วๆ นี้
ผลกระทบ:
– การปรับปรุงเกณฑ์ควบคุมหรือเพิ่มข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับ Data Center อาจส่งผลให้ระยะเวลาการพัฒนาโครงการของนักลงทุนต่างชาติยาวนานขึ้น และอาจเป็นอุปสรรคต่อความเร็วในการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยวิกฤตที่บิ๊กเทคใช้พิจารณาเลือกฐานการลงทุน
– อย่างไรก็ดี มาตรการนี้มีความจำเป็นต่อเสถียรภาพและความมั่นคงทางทรัพยากรของประเทศ เพื่อป้องกันปัญหาวิกฤตขาดแคลนไฟฟ้าและน้ำในพื้นที่ชุมชน และเป็นการบีบให้ผู้ประกอบการต้องหันไปใช้เทคโนโลยีทำความเย็นที่ประหยัดพลังงาน เช่น Direct-to-Chip Liquid Cooling หรือนำพลังงานความเย็นจาก LNG มาใช้มากขึ้น
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : รายงานชี้เม็ดเงินลงทุนรับมือโลกร้อนของไทย 2 ล้านล้านบาท ผิดที่ผิดทาง ขาดการอุดหนุนโครงสร้างพื้นฐาน Smart Grid
รายละเอียด:
- เครือข่ายการเงินเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน (CFNT) เปิดเผยรายงานดัชนี Thailand Climate Finance Tracker 2026 พบว่าประเทศไทยมีการร่วมลงทุนเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกถึง 2 ล้านล้านบาทในช่วงปี พ.ศ. 2561 ถึง พฤษภาคม พ.ศ. 2569 โดยภาคเอกชนลงทุนสูงกว่า 2 ใน 3 ของทั้งหมด กระจุกตัวในภาคพลังงานและภาคขนส่ง
- น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล ผู้อำนวยการ CFNT ชี้ให้เห็นว่าการลงทุนดังกล่าวยังไร้ทิศทางและไม่ตรงจุด โดยเม็ดเงินกว่า 99% ในภาคพลังงานถูกใช้ไปกับการผลิตพลังงานหมุนเวียน แต่กลับมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างระบบสายส่งอัจฉริยะ (Smart Grid) หรือสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าน้อยกว่า 1% ซึ่งอาจสร้างความเสี่ยงต่อความเสถียรของโครงข่ายไฟฟ้าไทยในระยะยาว
ผลกระทบ:
– การขาดแคลนการลงทุนในระบบสายส่งอัจฉริยะ (Smart Grid) และระบบกักเก็บพลังงานจะกลายเป็นคอขวดสำคัญที่ขัดขวางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของไทย เนื่องจากโครงข่ายไฟฟ้าแบบเดิมไม่สามารถรองรับการจ่ายไฟที่ผันผวนจากพลังงานหมุนเวียนในปริมาณมากได้
– รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยจำเป็นต้องปรับนโยบายทางการเงินเพื่อลดต้นทุนให้กับโครงการโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว และเร่งส่งเสริมระบบ On-Bill Financing เพื่อผลักดันการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือน ซึ่งจะช่วยเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดแบบกระจายศูนย์และลดภาระระบบสายส่งหลักของประเทศ
ที่มา: นโยบาย Watch (Thai PBS) วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : กฟน. แจ้งแผนดับไฟชั่วคราวเพื่อบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ วันที่ 1 สิงหาคม 2569
รายละเอียด:
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือ MEA ได้ออกประกาศแจ้งเตือนกำหนดการดับกระแสไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวในพื้นที่บางส่วนของจังหวัดกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เพื่อดำเนินการบำรุงรักษาระบบจำหน่ายและเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมหลายจุดสำคัญ เช่น ถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 49 ถึง 51, 57, 69 ริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ริมถนนบางกระดี่ รวมถึงบางพื้นที่ในจังหวัดนนทบุรี (ถนนโยธาธิการสายเอบี) และสมุทรปราการ (ถนนสุขสวัสดิ์ ซอย 67) โดยจะเริ่มดำเนินการในช่วงเวลาตั้งแต่ 08.00 น. ถึง 16.30 น. ในวันดังกล่าว
ผลกระทบ:
– การงดจ่ายไฟชั่วคราวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงร้านค้า ธุรกิจขนาดเล็ก และอาคารสำนักงานที่ต้องจัดเตรียมระบบไฟสำรองเพื่อป้องกันความเสียหายต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และข้อมูลสำคัญ
– แม้จะสร้างความไม่สะดวกในระยะสั้น แต่การบำรุงรักษาเชิงป้องกันและการปรับปรุงอุปกรณ์ของ กฟน. มีความสำคัญต่อระบบไฟฟ้านครหลวงในภาพรวม เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดเหตุไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง (Blackout) หรือแรงดันไฟฟ้าตกในอนาคตอันใกล้ ท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวนและความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- ปตท.สผ. เผยผลประกอบการครึ่งแรกปี พ.ศ. 2569 กำไรสุทธิพุ่ง 29.77% แตะ 3.9 หมื่นล้านบาท พร้อมอนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาล 4.50 บาทต่อหุ้น และเร่งขยายกำลังผลิตก๊าซในอ่าวไทยเพื่อช่วยลดผลกระทบค่าไฟในประเทศ
- สคร. เผย 9 เดือนแรกรัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายงบลงทุนแล้ว 1.72 แสนล้านบาท คิดเป็น 69% โดย กฟผ. เบิกจ่ายทะลุแผน 103% และ กฟภ. ทำได้ 73% พร้อมเร่งรัดงบที่เหลืออีกกว่า 7.8 หมื่นล้านบาทในโค้งสุดท้ายเพื่อกระตุ้นจีดีพี
- คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ไฟเขียว 5 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าผลักดันเป็น AI Hub ดึงเงินลงทุนแสนล้าน และพัฒนา Green Hub ควบคู่ไปกับ Financial Hub ในภูมิภาค
- องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เผยผลสำรวจตลาดคาร์บอนไทยปี พ.ศ. 2569 ชี้ภาคธุรกิจ 77% มองวิกฤตโลกร้อนเป็นโอกาส โดยตลาดเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านราคาไปมุ่งเน้นคุณภาพมาตรฐาน Premium T-VER
- สหรัฐอเมริกา ประกาศบังคับใช้มาตรการสั่งแบนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และอินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่จากประเทศจีนทันที โดยระบุความกังวลด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และปกป้องห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีของสหรัฐฯ