EP.15. แรงกดดันจาก CBAM ยุโรป: สัญญารับรองคาร์บอนที่ล่าช้ากับธุรกิจโลก สู่การตั้งราคาคาร์บอนแฝงและการปฏิวัติอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย
กำแพงภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน: เมื่อกติกาโลกบีบให้ไทยเลิกฟอกเขียวและเผชิญความจริง
ในขณะที่โลกเร่งเครื่องสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ประเทศไทยกลับติดหล่มอยู่กลางสี่แยกแห่งความลังเล มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism หรือ CBAM) ของสหภาพยุโรป ไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่นี่คือสมรภูมิการค้าใหม่ที่ตัดสินว่าสินค้าส่งออกของไทยจะอยู่หรือไปในตลาดโลก ยิ่งไปกว่านั้น วิกฤตความล่าช้าในการจัดหาผู้ตรวจสอบการรับรองค่าคาร์บอนในระดับสากล ซึ่งคาดว่าจะยังไม่พร้อมจนถึงปลายปี 2569 ยิ่งเป็นตัวเร่งให้ผู้ส่งออกต้องมีแผนเปลี่ยนผ่านพลังงานที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่การเขียนกระดาษฟอกเขียวโฆษณาไปวันๆ
หากมองย้อนกลับมาที่โครงสร้างพลังงานไทย ความเหลื่อมล้ำและจุดอ่อนเชิงนโยบายกำลังถูกกติกาโลกตีแผ่ ตราบใดที่โรงไฟฟ้าฟอสซิลยังเป็นแกนหลัก และโครงข่ายไฟฟ้า (Grid) ของประเทศยังปล่อยคาร์บอนสูง สินค้าทุกชิ้นที่ผลิตบนผืนแผ่นดินไทยย่อมแบกรับต้นทุนคาร์บอนแฝงติดตัวไปโดยปริยาย ภาระนี้กลับตกไปอยู่กับภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการรายย่อย ทั้งที่พวกเขาไม่มีสิทธิ์เลือกแหล่งที่มาของไฟฟ้าเองได้ เนื่องจากการผูกขาดของสายส่งรัฐที่ยังเอื้อต่อกลุ่มทุนพลังงานฟอสซิลดั้งเดิม
อย่างไรก็ดี สัญญาณการปรับตัวเริ่มปรากฏชัดเมื่อคณะอนุกรรมการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) ตัดสินใจนำราคาคาร์บอนแฝงมาคำนวณในต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเป็นครั้งแรก ส่งผลให้โรงไฟฟ้าถ่านหินโครงการใหม่ถูกตัดออกจากแผนเพราะหมดความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ในภาคอุตสาหกรรมหนักอย่างปูนซีเมนต์ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ CBAM สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยจึงต้องเร่งผลักดันเทคโนโลยีปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ รวมถึงเทคโนโลยีการดักจับ กักเก็บ และใช้ประโยชน์คาร์บอน (Carbon Capture, Utilization and Storage หรือ CCUS) ในพื้นที่สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ (Saraburi Sandbox) เพื่อความอยู่รอด
นี่เป็นเพียงทางรอดของกลุ่มทุนใหญ่ที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวได้ คำถามสำคัญคือ ผู้ประกอบการรายย่อยจะยืนอยู่ตรงไหนในสมการนี้ รัฐบาลต้องเลิกปล่อยให้ภาคเอกชนดิ้นรนกันเองภายใต้ระบบพลังงานที่ล้าหลัง ถึงเวลาที่กระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลังต้องร่วมมือกันร่างกฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ครอบคลุมระบบการตั้งราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) ที่ยุติธรรม พร้อมเร่งเปิดเสรีการซื้อขายไฟฟ้าสีเขียวผ่านระบบสายส่ง เพื่อให้ผู้ส่งออกเลือกซื้อพลังงานสะอาดได้เองโดยไม่ต้องผ่านคนกลาง ที่สำคัญที่สุด รัฐต้องเปลี่ยนผ่านกองทุนพลังงานต่างๆ มาเพื่อสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในการปรับปรุงกระบวนการผลิต ก่อนที่กำแพงภาษีโลกจะถล่มลงมาทับลมหายใจสุดท้ายของเศรษฐกิจไทย