Skip to content
  • Facebook
  • Youtube
ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP
ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP
  • KYP Insights
    • Think Tank
    • Grid Watch
    • Shock Circuit
  • Thailand Energy
    • Daily News
    • Weekly Analysis
  • Global Weekly
    • ASEAN
    • Australia
    • China
    • EU & UK
    • Japan & Korea
    • USA
  • Active Public Hearings
  • About Us
  • KYP Insights
    • Think Tank
    • Grid Watch
    • Shock Circuit
  • Thailand Energy
    • Daily News
    • Weekly Analysis
  • Global Weekly
    • ASEAN
    • Australia
    • China
    • EU & UK
    • Japan & Korea
    • USA
  • Active Public Hearings
  • About Us
Subscribe
Close

Search

Weekly Analysis

รายงานวิเคราะห์ข่าวพลังงานรายสัปดาห์ (Weekly Digest) ประจำวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 – 26 กรกฎาคม 2569

By KYP-Editorial
July 26, 2026 1 Min Read
0

บทสรุปผู้บริหาร

สรุปสถานการณ์พลังงานและระบบไฟฟ้าที่สำคัญในรอบสัปดาห์ มีประเด็นหลักดังนี้

1. การบริหารจัดการอัตราค่าไฟฟ้า

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเห็นชอบค่าเอฟที (Ft) งวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2569 ตรึงค่าไฟฟ้าไว้ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย โดยใช้เงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) กว่า 1.6 หมื่นล้านบาทเข้าอุดหนุน ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยังต้องแบกรับภาระคงค้างอีกกว่า 3.1 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยร่วมกับ กฟน. และ กฟภ. แถลงนโยบายตรึงค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกที่ 3.00 บาทต่อหน่วย และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบให้แยกค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลของประชาชน

2. การปรับโครงสร้างและนโยบายพลังงานระดับชาติ

กพช. มีมติปลดล็อกการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรง (Direct PPA) พร้อมยกเลิกเพดาน 2,000 เมกะวัตต์เพื่อรองรับอุตสาหกรรมสีเขียวและดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะเดียวกันมีการสั่งทบทวนสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบ Take or Pay และปรับลดราคารับซื้อไฟฟ้าแบบ Adder และ FiT จากอดีตที่สูงให้สะท้อนต้นทุนจริงที่ 2.15 บาทต่อหน่วย

3. การจัดการความมั่นคงของระบบไฟฟ้ากำลัง

นายกรัฐมนตรีสั่งกวาดล้างเหมืองขุดบิตคอยน์เถื่อนที่ลักลอบต่อไฟตรง สร้างความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพระบบจำหน่าย ขณะเดียวกัน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และกระทรวงการคลังเตรียมปรับเกณฑ์ส่งเสริมการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ โดยอาจบังคับให้ผู้ลงทุนต้องสร้างโรงไฟฟ้ารองรับเองเพื่อป้องกันวิกฤตพลังงานสำรอง

การวิเคราะห์แนวโน้มและผลกระทบ

การวิเคราะห์แนวโน้มและผลกระทบต่อระบบเศรษฐศาสตร์พลังงานและค่าครองชีพ มีดังนี้

1. ผลกระทบต่อโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าและเสถียรภาพของ กฟผ.

มาตรการตรึงค่าไฟที่ 3.95 บาทต่อหน่วย และ 3.00 บาทสำหรับ 200 หน่วยแรก ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ในระยะสั้น แต่การพึ่งพางบอุดหนุนและการปล่อยให้ กฟผ. แบกรับหนี้สะสมอย่างต่อเนื่อง อาจสร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางการเงินของรัฐวิสาหกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การปรับเงื่อนไขสัญญา Take or Pay และการแยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิล ถือเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวที่จะช่วยลดต้นทุนแฝงได้อย่างเป็นรูปธรรม

2. ความท้าทายจากอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ต่อระบบไฟฟ้ากำลัง

เป้าหมายการขยายกำลังไฟฟ้ารองรับดาต้าเซ็นเตอร์ถึง 2.8 กิกะวัตต์ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 10 ของความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด อาจทำให้เกิดภาวะตึงตัวในระบบสายส่ง หากไม่มีการวางแผนที่ดีอาจส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าผ่านสายส่งและการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ผ่านค่า Ft การนำเทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หรือระบบปิดมาใช้ รวมถึงการบังคับใช้ Direct PPA จึงเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพระบบไฟฟ้า

3. วิกฤตราคาน้ำมันโลกและผลกระทบต่อกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นจนราคาน้ำมันดิบโลกทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบหนักถึง 6.39 หมื่นล้านบาท แม้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จะลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 2.40 บาทต่อลิตร แต่เป็นเพียงการบรรเทาผลกระทบชั่วคราว หากโครงสร้างราคาพลังงานไม่ถูกปฏิรูปอย่างยั่งยืน ประเทศจะยังคงเผชิญกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

ความเคลื่อนไหวของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

การเคลื่อนไหวของหน่วยงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญในรอบสัปดาห์ มีดังนี้

  • คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)

    มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายลดค่าไฟ ปลดล็อก Direct PPA และนำเงิน Claw back มาพยุงค่า Ft อย่างไรก็ตาม กกพ. กำลังเผชิญกระแสกดดันจากข้อเสนอของภาคการเมือง นำโดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และนายวีระ สมความคิด ที่เสนอให้พิจารณายกเลิก กกพ. และควบรวม 3 การไฟฟ้าเข้าด้วยกัน

  • การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)

    ยังคงเป็นผู้แบกรับภาระทางการเงินหลักของประเทศ โดย กฟผ. ต้องรับภาระหนี้สะสมกว่า 3 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันทั้งสามหน่วยงานกำลังเร่งปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้า เช่น การใช้เทคโนโลยีไร้ก๊าซเรือนกระจกของ กฟผ. การพัฒนาระบบไมโครกริด และการจัดระเบียบสายไฟของ กฟน. รวมถึงการร่วมปราบปรามการลักลอบใช้ไฟฟ้าของเหมืองบิตคอยน์

  • กระทรวงการคลัง และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

    เตรียมออกกฎเกณฑ์คุมเข้มการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อสกัดกั้นการเก็งกำไรและปกป้องทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าของประเทศ

  • กลุ่มบริษัทพลังงานภาคเอกชน

    บริษัทขนาดใหญ่ เช่น GULF, GUNKUL, B.Grimm และ CKPower ได้รับประโยชน์ทางบวกจากการเปิดเสรีพลังงานสะอาดและกระแสการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในตลาดทุนสูงขึ้น โดยกลุ่มบริษัทเหล่านี้กำลังเร่งขยายกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนเพื่อตอบสนองเป้าหมาย Net Zero

  • ภาคประชาสังคม และ สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ส่งตัวแทนคือ นางรสนา โตสิตระกูล เข้าร่วมคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชน เพื่อตรวจสอบและผลักดันการลดค่าพร้อมจ่ายที่เป็นภาระต่อประชาชน ขณะที่ สส. ฝ่ายค้านได้ออกโรงเตือนเรื่องการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการดึงทรัพยากรของกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์

ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ

ประเด็นสำคัญที่ภาคประชาสังคมและประชาชนควรติดตามอย่างใกล้ชิด มีดังนี้

  • 1. การทบทวนสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของภาคเอกชน

    ควรติดตามผลการทำงานของคณะกรรมการที่พิจารณาแก้ไขปัญหาการรับซื้อไฟฟ้ารูปแบบ Take or Pay และค่าความพร้อมจ่าย ว่าจะสามารถปรับลดต้นทุนและนำไปสู่การลดค่าไฟฐานได้อย่างแท้จริงหรือไม่ รวมถึงความคืบหน้าในการแยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิลค่าไฟของประชาชนว่าจะสามารถดำเนินการได้จริงในช่วงเวลาใด

  • 2. กฎเกณฑ์การกำกับดูแลอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์

    ภาคประชาชนควรจับตาการออกประกาศข้อบังคับใหม่ของบีโอไอและกระทรวงการคลัง ว่าจะสามารถกำหนดเงื่อนไขให้กลุ่มทุนต่างชาติต้องลงทุนระบบพลังงานหมุนเวียนด้วยตนเอง หรือต้องทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้อย่างเข้มงวดเพียงพอที่จะไม่แย่งชิงทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าของชุมชนหรือไม่

  • 3. การปฏิรูปโครงสร้างองค์กรด้านพลังงาน

    ข้อเสนอในการควบรวม 3 การไฟฟ้า และการยุบหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง กกพ. เป็นประเด็นใหญ่เชิงโครงสร้างที่อาจพลิกโฉมการบริหารจัดการพลังงานของประเทศ ซึ่งประชาชนควรติดตามถึงทิศทางนโยบาย ความโปร่งใส และผลกระทบต่อกลไกการแข่งขันเสรีในตลาดพลังงานในอนาคต

  • 4. เสถียรภาพของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและราคาน้ำมัน

    ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง ประชาชนควรเตรียมรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานและค่าขนส่งที่อาจพุ่งสูงขึ้น และติดตามว่ารัฐบาลจะมีมาตรการเชิงโครงสร้างใดมาทดแทนการลดราคาแบบชั่วคราว เพื่อแก้ปัญหาสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบอย่างหนักอยู่ในปัจจุบัน

Tags:

กกพกฟนกฟภการไฟฟ้านายกรัฐมนตรี
Author

KYP-Editorial

Follow Me
Other Articles
Previous

[Public Hearing] โครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าเพื่อรองรับการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

Next

รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 27 กรกฎาคม 2569

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

  • August 22, 2026 by KYP-Editorial KYP Weekly: ดาต้าเซ็นเตอร์มาเลเซีย กริดจีน และแบตเตอรี่ยุโรป
  • August 22, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2569
  • August 21, 2026 by คนชนกระแส(ไฟ) EP.17. สมรภูมิแย่งชิงทรัพยากร: ดาต้าเซ็นเตอร์ยักษ์ใหญ่ต่างชาติ กับความมั่นคงน้ำ-ไฟของภาคประชาชน
  • August 21, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศทวีปออสเตรเลีย (Australia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 15-Aug-2026 ถึง 21-Aug-2026
  • August 21, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศ EU & UK (EU&UK Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 15-Aug-2026 ถึง 21-Aug-2026

ใหม่! รวม ร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างช่วงแสดงความคิดเห็น (Click ใน Active Public Hearings)

ใหม่! บทความเปลี่ยนค่าไฟเป็นทุน: ข้อเสนอเชิงนโยบาย “On-Bill Repayment” ปลดล็อกโซลาร์เซลล์ให้คนไทย (Click ใน KYP Insights)

Copyright 2026 — ENERGY NEWS BY KYP sponsored by Foundation of Ecological Recovery. All rights reserved.