รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 19 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุรอบใหม่ โรงไฟฟ้าและระบบผลิตน้ำประปาถูกโจมตีเสียหาย
รายละเอียด:
- สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น มีการโจมตีตอบโต้ทางทหารอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยกองทัพสหรัฐฯ ยอมรับว่ามีทหารเสียชีวิต 2 นาย และสูญหายอีก 1 นายในประเทศจอร์แดน
- กระทรวงไฟฟ้า น้ำ และพลังงานหมุนเวียนของคูเวต รวมถึงทางการอิหร่าน รายงานว่าโรงไฟฟ้าและโรงผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสาธารณูปโภคที่จำเป็นอย่างยิ่งยวด ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตี ส่งผลให้หมู่บ้านอย่างน้อย 20 แห่งไม่มีน้ำอุปโภคบริโภค
ผลกระทบ:
– ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลางเพิ่มความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางพลังงานและการจัดหาพลังงานในระดับโลก ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น กดดันต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย
– สะท้อนความเปราะบางของระบบพลังงานต่อภัยคุกคามทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งรัฐบาลไทยจำเป็นต้องเตรียมแผนบริหารความเสี่ยงด้านราคาพลังงานและต้นทุนค่าครองชีพของประชาชนเพื่อป้องกันผลกระทบระลอกใหม่
ที่มา: สำนักข่าวไทยรัฐ วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : ดาต้าเซ็นเตอร์โตกระฉูดสวนทางซีกโลกตะวันตก หวั่นกระทบสายส่งและบิลค่าไฟคนไทย
รายละเอียด:
- ซีกโลกตะวันตกเริ่มควบคุมการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ โดยรัฐนิวยอร์กสั่งระงับชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี เพื่อประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและบิลค่าไฟของประชาชน ขณะที่ประเทศไทยกำลังเร่งส่งเสริมการลงทุน โดยคาดว่าดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยจะโตขึ้น 13.9 เท่า ภายในปี 2571 ก่อให้เกิดการลงทุนกว่า 3.2 แสนล้านบาท
- กฎหมายสิ่งแวดล้อมของไทยยังมีช่องโหว่เนื่องจากยังไม่มีการระบุประเภทธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในบัญชีที่ต้องทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ทำให้นักลงทุนสามารถยื่นขออนุญาตในลักษณะคลังสินค้าเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบผลกระทบได้
ผลกระทบ:
– การขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ที่กินไฟมหาศาลอาจสร้างภาระหนักต่อระบบสายส่งไฟฟ้าในบางพื้นที่ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงเรื่องไฟตกหรือไฟดับในชุมชนรอบข้าง และอาจส่งผลให้ต้นทุนแฝงจากการขยายโครงข่ายไฟฟ้าไหลไปรวมอยู่ในค่า FT ที่ประชาชนทุกคนต้องแบกรับ
– คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เผชิญความท้าทายอย่างยิ่งในการกำหนดโครงสร้างค่าไฟฟ้าเฉพาะกลุ่มเพื่อปกป้องบิลค่าไฟของประชาชน และบีโอไอจำเป็นต้องปรับเกณฑ์มาตรฐานเพื่อบังคับใช้สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเพื่อความยั่งยืน
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : รัฐบาลไทยจับมือยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจีน ดันอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและปัญญาประดิษฐ์
รายละเอียด:
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนนครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน และได้หารือแบบรายบริษัทกับ 4 ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี ได้แก่ Xiaomi, ChangAn Automobile, Innolight Technology และ Eoptolink Technology
- กลุ่มบริษัทจีนแสดงความสนใจในการใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักของภูมิภาคอาเซียน ทั้งในส่วนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สำนักงานธุรกิจระหว่างประเทศ รวมถึงดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อรองรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยผู้ผลิต เช่น Innolight มุ่งเน้นการใช้พลังงานสีเขียวเป็นหลักในการผลิต
ผลกระทบ:
– การเข้ามาของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่จะกระตุ้นความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้รัฐบาลต้องเร่งจัดหาแหล่งพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพเพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว
– ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีพลังงานและการวิจัยพัฒนาในประเทศ แต่สร้างแรงกดดันให้ภาครัฐในการขยายโครงข่ายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนให้ครอบคลุมและเพียงพอต่อเงื่อนไขการลงทุนที่ต้องการพลังงานสีเขียวร้อยละ 100
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : อินเดียเปิดตัวรถไฟไฮโดรเจนขบวนแรก มุ่งยกระดับเทคโนโลยีขนส่งพลังงานสะอาด
รายละเอียด:
- ประเทศอินเดียเปิดให้บริการรถไฟพลังงานไฮโดรเจนขบวนแรกอย่างเป็นทางการในรัฐหรยาณา โดยใช้เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนผลิตกระแสไฟฟ้าจากปฏิกิริยาระหว่างไฮโดรเจนกับออกซิเจน ทำให้ไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดการเดินรถ
- รัฐบาลอินเดียตั้งเป้าขับเคลื่อนการผลิตกรีนไฮโดรเจน (Green Hydrogen) จากพลังงานหมุนเวียนเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสะอาดในภาคขนส่งและอุตสาหกรรม มุ่งลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและบรรลุสังคมปลอดคาร์บอน
ผลกระทบ:
– เป็นแบบอย่างและตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีพลังงานในระบบขนส่งของภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งช่วยกดดันให้ประเทศไทยต้องเร่งศึกษาเทคโนโลยีไฮโดรเจนในภาคขนส่งเพื่อความยั่งยืน
– ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการขนส่งมวลชนอย่างเป็นรูปธรรม แต่ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่ต้นทุนเทคโนโลยีและการสร้างโครงสร้างพื้นฐานในการผลิตกรีนไฮโดรเจนที่ต้องใช้พลังงานหมุนเวียนจำนวนมาก
ที่มา: สำนักข่าวไทยรัฐ วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : เซ็นทรัลพัฒนา คว้ารางวัลบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี ชูแผนติดตั้งโซลาร์เซลล์ 60 เมกะวัตต์ มุ่งเป้า Net Zero
รายละเอียด:
- บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN คว้ารางวัลบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม
- บริษัทได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop และ Solar Carport) ครอบคลุมศูนย์การค้าทั่วประเทศแล้ว 38 โครงการ มีกำลังการผลิตรวมกว่า 60 เมกะวัตต์ สามารถลดการใช้ไฟฟ้าจากระบบหลักได้มากกว่า 80 ล้านหน่วยต่อปี เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050
ผลกระทบ:
– การลงทุนผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองของภาคเอกชนขนาดใหญ่ ช่วยลดแรงกดดันและปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) บนระบบสายส่งไฟฟ้าหลักของประเทศ และช่วยบรรเทาภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าของบริษัทท่ามกลางความผันผวนของค่าไฟ FT
– เป็นต้นแบบสำคัญในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ช่วยขับเคลื่อนตลาดพลังงานหมุนเวียนและการลงทุนด้านการเงินสีเขียวในไทย ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมการลดคาร์บอนในระดับประเทศ
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : รฟม. เตรียมรวมศูนย์รถไฟฟ้าเปิดทางตั๋วร่วมปี 70 เผชิญโจทย์หินเรื่องงบชดเชยค่าโดยสาร
รายละเอียด:
- คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นหน่วยงานหลักในการรวมศูนย์บริหารรถไฟฟ้าทุกสายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อปูทางสู่ระบบตั๋วร่วมโดยกำหนดเพดานค่าโดยสารข้ามสายไว้ที่ 17-45 บาท เริ่ม 1 มกราคม 2570
- การดำเนินงานจริงมีความซับซ้อนอย่างมากเนื่องจากระบบรถไฟฟ้าพัฒนาต่างยุคสมัยและมีรูปแบบสัญญาสัมปทานและโครงสร้างกฎหมายการเงินที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะสายสีเขียวที่จะหมดสัญญาสัมปทานหลักในปี 2572
ผลกระทบ:
– นโยบายนี้ช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์ส่วนบุคคลมาใช้ระบบรางไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษ แต่รัฐบาลต้องเผชิญความท้าทายในการหาแหล่งเงินงบประมาณที่มั่นคงมาอุดหนุนส่วนต่างต้นทุนที่อาจสูงกว่าอัตราค่าโดยสารที่กำหนด
– ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการลดต้นทุนของระบบขนส่งมวลชนไฟฟ้าทั้งระบบ ตั้งแต่การก่อสร้างจนถึงการบำรุงรักษา เพื่อความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาว
ที่มา: นโยบายไทยพีบีเอส (Policy Watch) วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : กฟน. แจ้งปิดจ่ายกระแสไฟชั่วคราวเพื่อบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบสายไฟฟ้าใต้ดิน
รายละเอียด:
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศงดจ่ายกระแสไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวในพื้นที่บางจุดของกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และนนทบุรี ในวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569
- การดับไฟมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและบำรุงรักษาระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงงานปักเสาไฟแรงสูงเพื่อขยายถนน และการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อเปลี่ยนถ่ายระบบไฟฟ้าจากสายอากาศเป็นระบบสายใต้ดิน
ผลกระทบ:
– ประชาชนและสถานประกอบการในพื้นที่ที่กำหนดอาจได้รับผลกระทบชั่วคราวในด้านความสะดวกและการประกอบธุรกิจ แต่ในระยะยาวจะช่วยเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและลดอัตราความเสี่ยงของการเกิดไฟดับจากภัยธรรมชาติและอุบัติเหตุ
– โครงการนำสายไฟลงใต้ดินช่วยยกระดับภูมิทัศน์และความน่าเชื่อถือของโครงข่ายไฟฟ้ากำลังในเขตเมืองหลวง รองรับปริมาณการโหลดไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- รายงาน Google Gemini SEA เผยอาเซียนมีความสนใจ Generative AI สูงกว่าเฉลี่ยโลก 3 เท่า ผลักดันกลุ่มเทคโนโลยีพัฒนาชิปประมวลผลพลังงานต่ำเพื่อลดการใช้ไฟในดาต้าเซ็นเตอร์
- ทรูมันนี่เปิดตัวฟีเจอร์ แตะจ่าย แตะจ่ายผ่านเครื่อง BlueTap และระบบ Contactless ตั้งเป้าปูพรม 50,000 จุดภายในกันยายนนี้ และเตรียมขยายผลสู่ระบบสถานีรถไฟฟ้า
- การประปาส่วนภูมิภาคเตรียมเปิดลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์สวัสดิการค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาทต่อเดือน เริ่ม 20 กรกฎาคมนี้ เพื่อลดภาระค่าครองชีพและช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย
- รฟม. เผยสถานการณ์น้ำรั่วซึมอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้บริเวณแยกวงเวียนใหญ่คลี่คลายแล้ว เตรียมเปิดการจราจรบนถนนประชาธิปกขาเข้าตามปกติในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้
- รองนายกฯ ศุภจี เจรจาผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เพื่อผลักดันข้อสรุปความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) หวังแก้ต่างข้อเรียกร้องด้านการค้าและมาตรการภาษีนำเข้า