Skip to content
  • Facebook
  • Youtube
ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP
ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP
  • KYP Insights
    • Think Tank
    • Grid Watch
    • Shock Circuit
  • Thailand Energy
    • Daily News
    • Weekly Analysis
  • Global Weekly
    • ASEAN
    • Australia
    • China
    • EU & UK
    • Japan & Korea
    • USA
  • Active Public Hearings
  • About Us
  • KYP Insights
    • Think Tank
    • Grid Watch
    • Shock Circuit
  • Thailand Energy
    • Daily News
    • Weekly Analysis
  • Global Weekly
    • ASEAN
    • Australia
    • China
    • EU & UK
    • Japan & Korea
    • USA
  • Active Public Hearings
  • About Us
Subscribe
Close

Search

China

รายงานข่าวพลังงานจีน (China Weekly) ประจำสัปดาห์ 11-Jul-2026 ถึง 17-Jul-2026

By KYP-Editorial
July 17, 2026 4 Min Read
0

ประเด็นข่าวที่ 1 : NDRC ประกาศใช้อัตราค่าไฟฟ้าส่งและจำหน่าย (T&D Price) สำหรับรอบกำกับดูแลที่ 4 ทั่วประเทศจีน

รายละเอียด:

  • คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) ได้อนุมัติและประกาศอัตราค่าไฟฟ้าส่งและจำหน่าย (Transmission and Distribution Price) สำหรับโครงข่ายไฟฟ้าของแต่ละมณฑลและอัตราค่าส่งไฟฟ้าของโครงข่ายระดับภูมิภาค สำหรับรอบการกำกับดูแลที่ 4 (The 4th Regulatory Period) โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569
  • การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าครั้งนี้เป็นไปตามหลักการที่ระบุไว้ในระเบียบวิธีกำหนดราคาค่าส่งและจำหน่ายไฟฟ้าของโครงข่ายระดับมณฑลและภูมิภาคฉับใหม่ (ประกาศเมื่อปี 2568) ซึ่งสะท้อนต้นทุนที่อนุญาต (Permitted Cost) และผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล (Reasonable Return) ของบริษัทโครงข่ายไฟฟ้า (State Grid และ China Southern Grid)
  • อัตราค่าไฟฟ้าใหม่นี้จะแยกตามระดับแรงดันไฟฟ้าและประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าอย่างชัดเจน และจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการคำนวณค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ รวมถึงเป็นองค์ประกอบหลักในการปฏิรูปตลาดไฟฟ้าของจีน

ผลกระทบ:

– การประกาศอัตราค่า T&D ที่ชัดเจนและโปร่งใสสำหรับรอบ 4 ปีข้างหน้า จะสร้างความแน่นอนด้านรายได้ให้กับบริษัทโครงข่ายไฟฟ้า ทำให้สามารถวางแผนการลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และการสร้างระบบไฟฟ้าใหม่ (New Power System) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนที่สูงขึ้น
– อัตราค่า T&D ที่แยกตามระดับแรงดันไฟฟ้า จะส่งสัญญาณราคาที่ถูกต้องไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าและผู้ลงทุนในระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์ (Distributed Energy Resources) เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการบริหารจัดการการใช้พลังงานฝั่งดีมานด์ (Demand-Side Management) และการลงทุนในสินทรัพย์พลังงานที่เชื่อมต่อในระดับแรงดันที่เหมาะสมเพื่อลดต้นทุน
– การกำหนดโครงสร้างราคาที่ชัดเจนนี้ เป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูปตลาดไฟฟ้าของจีน โดยจะทำให้การซื้อขายไฟฟ้าในตลาดซื้อขายไฟฟ้าล่วงหน้า (Spot Market) มีความโปร่งใสมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนค่าส่งผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Wheeling Charge) จะถูกกำหนดไว้อย่างแน่นอน ซึ่งจะเอื้อต่อการเกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ เช่น โรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant) และบริการเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า (Ancillary Services) ที่มาจากแหล่งพลังงานใหม่ๆ

ที่มา: National Development and Reform Commission (NDRC) วันที่ 13 กรกฎาคม 2569

ประเด็นข่าวที่ 2 : จีนคาดการณ์การลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าทะลุ 5 ล้านล้านหยวนในแผนฯ 15 มุ่งเน้นยกระดับโครงข่ายจำหน่ายและระบบไฟฟ้าใหม่

รายละเอียด:

  • สหพันธ์ผู้ประกอบการไฟฟ้าจีน (China Electricity Council) คาดการณ์ว่าในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 (ปี 2569-2573) การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของโครงข่ายไฟฟ้าทั่วประเทศจะสูงเกินกว่า 5 ล้านล้านหยวน ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 80% เมื่อเทียบกับช่วงแผนฯ 14
  • การลงทุนส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบไฟฟ้าใหม่ (New Power System) โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับโครงข่ายจำหน่ายไฟฟ้า (Distribution Grid) เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนแบบกระจายศูนย์ (Distributed Renewables) และโหลดรูปแบบใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้าและศูนย์ข้อมูล (Data Center)
  • แผนการลงทุนยังรวมถึงการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูงพิเศษ (UHV) อีก 15 โครงการเพื่อส่งไฟฟ้าสะอาดจากฐานการผลิตขนาดใหญ่ในภาคตะวันตก (เช่น โครงการในทะเลทรายโกบี) มายังศูนย์กลางความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคตะวันออก และการสร้างโครงการเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาค (Interconnection) อย่างน้อย 6 โครงการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแลกเปลี่ยนไฟฟ้าสำรองระหว่างกันอีกประมาณ 40,000 เมกะวัตต์

ผลกระทบ:

– ทิศทางการลงทุนที่เปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับสายส่งหลัก (Transmission Backbone) มาสู่โครงข่ายจำหน่าย (Distribution Grid) สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบไฟฟ้าจีนอย่างชัดเจน ซึ่งกำลังเปลี่ยนจากระบบรวมศูนย์ (Centralized) ไปสู่ระบบที่มีแหล่งพลังงานแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) มากขึ้น การลงทุนมหาศาลนี้จะสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ผลิตอุปกรณ์ Smart Grid, ระบบอัตโนมัติสำหรับสถานีไฟฟ้า, และเทคโนโลยีดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง
– การขยายโครงข่าย UHV อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งไฟฟ้าสะอาด เป็นการยืนยันยุทธศาสตร์ ‘West-to-East Power Transmission’ ของจีน เพื่อบรรลุเป้าหมาย Dual Carbon โดยการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพลังงานหมุนเวียนในภาคตะวันตกอย่างเต็มศักยภาพ สิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดทั่วโลก เนื่องจากจีนจะต้องเพิ่มกำลังการผลิตแผงโซลาร์และกังหันลมอย่างมหาศาล
– การลงทุนในระบบโครงข่ายเพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้ากว่า 110 ล้านคัน และศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ แสดงให้เห็นว่าจีนมองเห็นความท้าทายและโอกาสจากภาคส่วนเหล่านี้ต่อระบบไฟฟ้า ซึ่งจะเร่งการพัฒนาเทคโนโลยี Vehicle-to-Grid (V2G) และการบริหารจัดการโหลดของศูนย์ข้อมูล (Data Center Load Management) เพื่อใช้เป็นทรัพยากรเสริมความยืดหยุ่นให้กับระบบไฟฟ้า

ที่มา: People’s Daily Overseas Edition, China Electricity Council วันที่ 16 กรกฎาคม 2569

ประเด็นข่าวที่ 3 : ฐานการผลิตและซัพพลายเชนระบบกักเก็บพลังงานครบวงจรระดับ 100 GWh แห่งแรกของโลกเปิดดำเนินการแล้วโดย Envision AESC

รายละเอียด:

  • บริษัท Envision AESC ได้เปิดดำเนินการโรงงานอัจฉริยะ (Superfactory) ที่เมืองอี๋ชาง (Yichang) ซึ่งเป็นฐานการผลิตระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) แบบครบวงจรแห่งแรกของโลกที่มีกำลังการผลิตระดับ 100 กิกะวัตต์-ชั่วโมง (GWh) ต่อปี
  • โรงงานดังกล่าวเริ่มเดินสายการผลิตและส่งมอบแบตเตอรี่เซลล์ขนาดใหญ่ (Large-format cell) รุ่น 790 แอมแปร์-ชั่วโมง (Ah) ล็อตแรกไปยังประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ทรงสี่เหลี่ยม (Prismatic) แบบม้วน (Winding) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน
  • แบตเตอรี่รุ่นนี้มีความหนาแน่นของพลังงานเชิงปริมาตรสูงกว่า 440 วัตต์-ชั่วโมงต่อลิตร (Wh/L) มีอายุการใช้งานมากกว่า 12,000 รอบ และมีประสิทธิภาพการชาร์จ-ดิสชาร์จ (Round-Trip Efficiency) สูงถึง 96% และได้ผ่านการทดสอบความปลอดภัยที่เข้มงวดหลายรายการ

ผลกระทบ:

– การเปิดตัวฐานการผลิตขนาดใหญ่ระดับ 100 GWh สะท้อนถึงการก้าวกระโดดของอุตสาหกรรม BESS ของจีน ทั้งในด้านขนาดการผลิต (Economies of Scale) และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนของระบบกักเก็บพลังงานทั่วโลกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเร่งให้การนำ BESS มาใช้ในระบบไฟฟ้าเพื่อสร้างความยืดหยุ่นและรองรับพลังงานหมุนเวียนเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น
– เทคโนโลยีแบตเตอรี่เซลล์ขนาด 790 Ah ที่มีอายุการใช้งานยาวนานและประสิทธิภาพสูง จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับโครงการ BESS ขนาดใหญ่ระดับสาธารณูปโภค (Utility-scale) ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนตลอดอายุโครงการ (Levelized Cost of Storage) และทำให้ BESS มีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐศาสตร์มากขึ้นเมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ใช้สำหรับรองรับโหลดสูงสุด (Peaker Plant)
– การที่ผลิตภัณฑ์ล็อตแรกถูกส่งไปยังเยอรมนี แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของซัพพลายเชนจีนในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของยุโรป และตอกย้ำความเป็นผู้นำของจีนในตลาดแบตเตอรี่โลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความพยายามของยุโรปและสหรัฐอเมริกาในการสร้างซัพพลายเชนแบตเตอรี่ของตนเองเพื่อลดการพึ่งพาจีน

ที่มา: Science and Technology Daily วันที่ 16 กรกฎาคม 2569

ประเด็นข่าวที่ 4 : คณะรัฐมนตรีจีนประกาศใช้ ‘แผนปฏิบัติการเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสูงสุดในช่วงแผนฯ 15’

รายละเอียด:

  • คณะรัฐมนตรีจีนได้ประกาศใช้ ‘แผนปฏิบัติการเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสูงสุดในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15’ (Fifteenth Five-Year Carbon Peaking Action Plan) ซึ่งเป็นแผนแม่บทสำหรับการดำเนินงานด้านการลดคาร์บอนในช่วงปี 2569-2573 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญและท้าทายที่สุดในการบรรลุเป้าหมาย Carbon Peak ก่อนปี 2573
  • แผนดังกล่าวกำหนดเป้าหมายหลักภายในปี 2573 ว่า สัดส่วนการใช้พลังงานที่ไม่ใช่ฟอสซิล (Non-fossil energy) จะต้องสูงถึง 25% และการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วย GDP จะต้องลดลง 17% เมื่อเทียบกับปี 2568
  • แผนนี้มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างพลังงานเป็นสำคัญ โดยเร่งการพัฒนาพลังงานที่ไม่ใช่ฟอสซิล, เพิ่มความสามารถในการดูดซับพลังงานใหม่ของระบบไฟฟ้า, ผลักดันการใช้ถ่านหินอย่างสะอาด และปรับโครงสร้างการใช้ก๊าซและน้ำมัน

ผลกระทบ:

– แผนปฏิบัติการนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าจีนจะเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเข้มข้นในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะการเปลี่ยนจาก ‘การควบคุมปริมาณการใช้พลังงาน’ (Dual Control on Energy Consumption) ไปสู่ ‘การควบคุมการปล่อยคาร์บอน’ (Dual Control on Carbon Emissions) ซึ่งจะให้ความยืดหยุ่นมากขึ้นกับการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่เข้มงวดกับการปล่อยคาร์บอน
– การตั้งเป้าให้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นใหม่มาจากพลังงานสะอาดเป็นหลัก จะเป็นแรงผลักดันมหาศาลต่อการลงทุนในโครงการพลังงานลม, แสงอาทิตย์, ระบบสายส่ง UHV และระบบกักเก็บพลังงาน ขณะเดียวกันก็จะสร้างแรงกดดันให้โรงไฟฟ้าถ่านหินต้องเปลี่ยนบทบาทจากการผลิตไฟฟ้าฐาน (Baseload) ไปสู่การเป็นโรงไฟฟ้าสำรองเพื่อเสริมความยืดหยุ่น (Flexibility and Backup Power) ซึ่งจะมีการลงทุนในการปรับปรุงโรงไฟฟ้าถ่านหินเดิมให้มีความยืดหยุ่นสูงขึ้น
– แผนนี้ยังให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม, การก่อสร้าง และการขนส่ง ซึ่งจะกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การดักจับและใช้ประโยชน์/กักเก็บคาร์บอน (CCUS), การใช้ไฮโดรเจน และการใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคขนส่ง (Electrification of Transport) ซึ่งจะสร้างตลาดใหม่และส่งผลต่อทิศทางการลงทุนในอุตสาหกรรมเหล่านี้อย่างมีนัยสำคัญ

ที่มา: Xinhua, Economic Daily วันที่ 10 กรกฎาคม 2569

ประเด็นข่าวที่ 5 : ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของจีนทำสถิติใหม่ที่ 1,551 ล้านกิโลวัตต์ สะท้อนบทบาทของตลาดไฟฟ้าและการส่งไฟฟ้าข้ามภูมิภาค

รายละเอียด:

  • ตามข้อมูลจากคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) และการไฟฟ้าแห่งชาติ (NEA) ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Load) ของจีนทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ 1,551 ล้านกิโลวัตต์ (1,551 GW) ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 หลังจากเพิ่งทำสถิติใหม่ไปเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ 1,518 GW
  • ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นมาจาก 3 ส่วน คือ 1) การเติบโตของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมใหม่ๆ 2) การเติบโตของภาคบริการ เช่น บริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและศูนย์ข้อมูล และ 3) สภาพอากาศร้อนจัดที่ทำให้ความต้องการใช้เครื่องปรับอากาศเพิ่มสูงขึ้น
  • ในการรับมือกับโหลดสูงสุด จีนได้ใช้ประโยชน์จากระบบตลาดไฟฟ้าทั่วประเทศ (Unified National Electricity Market) และการส่งจ่ายไฟฟ้าข้ามเขต/ข้ามภูมิภาค (Inter-provincial/regional power transmission) อย่างเต็มศักยภาพ โดยมีการส่งไฟฟ้าข้ามพื้นที่รวมสูงสุดถึง 278 ล้านกิโลวัตต์ (278 GW) เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง

ผลกระทบ:

– ตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ทำสถิติใหม่สะท้อนถึงแรงกดดันมหาศาลต่อระบบไฟฟ้าของจีนในช่วงฤดูร้อน และแสดงให้เห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าแรงสูงพิเศษ (UHV) ที่ทำหน้าที่เป็น ‘ทางด่วนพลังงาน’ ในการส่งไฟฟ้าจากแหล่งผลิตในภาคตะวันตกไปยังภาคตะวันออกที่มีความต้องการสูง
– ข่าวนี้ยังเน้นย้ำถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของตลาดไฟฟ้า โดยเฉพาะตลาดซื้อขายไฟฟ้าล่วงหน้า (Spot Market) และการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างมณฑล ซึ่งช่วยให้สามารถจัดสรรทรัพยากรไฟฟ้าที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตามสัญญาณราคา และจูงใจให้โรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำที่สุดได้ผลิตก่อน
– การที่ไม่มีการใช้มาตรการลดความต้องการใช้ไฟฟ้า (Demand Response) หรือการดับไฟฟ้าตามแผน (Ordered Power Curtailment) แม้จะเผชิญกับโหลดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการวางแผนและบริหารจัดการระบบไฟฟ้าของจีน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายนี้จะเพิ่มขึ้นทุกปี และจะผลักดันให้จีนต้องเร่งลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานและเทคโนโลยีฝั่งดีมานด์เพิ่มขึ้นอีก

ที่มา: National Energy Administration (NEA) วันที่ 15 กรกฎาคม 2569

ประเด็นข่าวที่ 6 : NEA ประกาศใช้มาตรฐานอุตสาหกรรมใหม่ รวมถึงเทคโนโลยี ‘Grid-Forming’ สำหรับระบบ HVDC แบบยืดหยุ่น

รายละเอียด:

  • การไฟฟ้าแห่งชาติ (NEA) ได้ประกาศใช้มาตรฐานอุตสาหกรรมพลังงานชุดใหม่จำนวน 468 ฉบับ ซึ่งครอบคลุมเทคโนโลยีใหม่ อุตสาหกรรมใหม่ และรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านสู่คาร์บอนต่ำ
  • หนึ่งในมาตรฐานที่สำคัญที่สุดคือ ‘ข้อกำหนดด้านสมรรถนะในสภาวะคงตัวสำหรับระบบส่งไฟฟ้ากระแสตรงแบบยืดหยุ่นชนิดสร้างโครงข่ายไฟฟ้า (Grid-Forming Flexible DC Transmission System)’ ซึ่งจะใช้เป็นแนวทางในการวางแผน ออกแบบ และเดินระบบ HVDC ที่ใช้เทคโนโลยี Grid-Forming
  • มาตรฐานอื่นๆ ที่น่าสนใจรวมถึงข้อกำหนดสำหรับระบบไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ที่ใช้โครงสร้างแบบยืดหยุ่น (Flexible Support PV System), วิธีการประเมินประสิทธิภาพการเชื่อมต่อของโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์, และวิธีการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า

ผลกระทบ:

– การออกมาตรฐานสำหรับ Grid-Forming VSC-HVDC ถือเป็นก้าวที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างระบบไฟฟ้าใหม่ (New Power System) เนื่องจากเทคโนโลยีนี้ช่วยให้สถานีแปลงไฟฟ้า HVDC สามารถทำงานเสมือนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบดั้งเดิม (Synchronous Generator) คือสามารถสร้างแรงดันและความถี่ของตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบไฟฟ้าหลัก
– เทคโนโลยี Grid-Forming มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับระบบไฟฟ้าที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูง ซึ่งมีความเฉื่อยของระบบ (System Inertia) ต่ำ การออกมาตรฐานนี้จะช่วยเร่งการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในโครงการขนาดใหญ่ เช่น การเชื่อมต่อฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่ง หรือการส่งไฟฟ้าจากฐานพลังงานสะอาดในพื้นที่ห่างไกลที่มีโครงข่ายไฟฟ้าอ่อนแอ (Weak Grid)
– การกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจนจะช่วยลดความเสี่ยงทางเทคนิคและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนและผู้ผลิตอุปกรณ์ ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Grid-Forming ในวงกว้าง ทั้งในระบบ HVDC, ระบบ BESS และอินเวอร์เตอร์ของโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน อันจะนำไปสู่ระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพสูงขึ้นแม้มีสัดส่วนของ Inverter-Based Resources (IBRs) เพิ่มขึ้นก็ตาม

ที่มา: National Energy Administration (NEA) วันที่ 14 กรกฎาคม 2569

ประเด็นข่าวที่ 7 : ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาระบบไฟฟ้า โดย State Grid และ China Southern Grid เปิดตัวแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่สำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้า

รายละเอียด:

  • China Southern Grid (CSG) ประกาศว่า แบบจำลองภาษาขนาดใหญ่สำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้า ‘Da-Watt-Multimodal 2.0’ ได้ผ่านการประเมินวุฒิภาวะแบบจำลองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จากสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศจีน (CAICT) ซึ่งนับเป็นแบบจำลองเฉพาะทางสำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้ารายแรกที่ผ่านการประเมินนี้
  • ในขณะเดียวกัน State Grid Electric Power Research Institute (NARI Group) ได้เปิดตัวแบบจำลองพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้า ‘Guangming Power Large Model’ ซึ่งถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายใน 27 บริษัทไฟฟ้าในมณฑลต่างๆ และรองรับการทำงานของ AI Agent กว่า 3,400 ตัว โดยมีปริมาณการเรียกใช้งานถึง 100 ล้านครั้งต่อเดือน
  • แบบจำลองเหล่านี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะทางของระบบไฟฟ้า เช่น การทำความเข้าใจข้อมูลหลากหลายรูปแบบ (ข้อความ, รูปภาพ, โทโพโลยีของระบบ, ข้อมูลอนุกรมเวลา), การผสานหลักการทางฟิสิกส์ของระบบไฟฟ้าเข้ากับการทำงานของ AI, และการประยุกต์ใช้ในงานต่างๆ ตั้งแต่การวางแผน, การเดินระบบ, การบำรุงรักษา ไปจนถึงการตลาด

ผลกระทบ:

– การพัฒนาแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ที่เชี่ยวชาญด้านพลังงานโดยเฉพาะ (Domain-specific Large Language Model) โดยรัฐวิสาหกิจด้านไฟฟ้าขนาดใหญ่ทั้งสองแห่งของจีน แสดงให้เห็นถึงการยกระดับการประยุกต์ใช้ AI ในระบบไฟฟ้า จากเดิมที่เป็นเพียงเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ (Analytical Tool) ไปสู่การเป็น ‘สมองกล’ ที่สามารถช่วยในการตัดสินใจที่ซับซ้อนได้
– เทคโนโลยีนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการพยากรณ์โหลดและกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน, การวินิจฉัยความผิดปกติของอุปกรณ์, การวางแผนบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance), และการเพิ่มประสิทธิภาพการเดินระบบไฟฟ้า ซึ่งทั้งหมดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าใหม่ (New Power System) ที่มีความซับซ้อนและผันผวนสูง
– ความสำเร็จของ CSG และ State Grid ในการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในระดับปฏิบัติการขนาดใหญ่ จะเป็นต้นแบบให้กับบริษัทสาธารณูปโภคอื่นๆ ทั่วโลก และจะขับเคลื่อนให้เกิดการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในอุตสาหกรรมพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ที่มา: CPNN, Nanfang Power Grid 50Hz วันที่ 15-16 กรกฎาคม 2569

ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ

  • มณฑลไห่หนานยืนยันแผนการห้ามจำหน่ายรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลภายในปี 2573 โดยตั้งเป้าให้รถยนต์ใหม่ในภาครัฐ บริการสาธารณะ และส่วนบุคคลเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ 100%
  • ตลาดไฟฟ้าภูมิภาคตอนใต้ (Southern Regional Power Market) ดำเนินการทดลองซื้อขายไฟฟ้าแบบต่อเนื่องครบ 1 ปีแล้ว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรทรัพยากรไฟฟ้าข้ามมณฑล และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด โดยปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าผ่านตลาดคิดเป็น 67.5% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด
  • บริษัท China General Nuclear Power Group (CGN) เปิดตัว “元曜一号” (Yuanyao-1) ซึ่งเป็นแบบจำลองโรงไฟฟ้าพลังความร้อนจากแสงอาทิตย์แบบรางพาราโบลา (Parabolic Trough) ที่ใช้เกลือหลอมเหลวเป็นตัวกลาง ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงและชิ้นส่วนสำคัญผลิตได้เองในประเทศ
  • China Energy Engineering Corporation (Energy China) เปิดตัวแพลตฟอร์มจำลองการทำงานแบบบูรณาการสำหรับระบบผลิตเชื้อเพลิงจากไฮโดรเจนด้วยพลังงานลมและแสงอาทิตย์ ช่วยในการออกแบบและหาค่าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโครงการ Green Hydrogen/Ammonia/Methanol
  • การไฟฟ้าเซี่ยงไฮ้ (SGCC Shanghai) ประสบความสำเร็จในการทดสอบการประสานงานระหว่างศูนย์ข้อมูลและระบบไฟฟ้า (Computing-Power and Electricity Coordination) ขนาดใหญ่เป็นครั้งแรกของประเทศ โดยสามารถลดโหลดสูงสุดได้เกือบ 98 เมกะวัตต์ ผ่านการจัดการโหลดของศูนย์ข้อมูล 16 แห่ง

Tags:

data centerEVการไฟฟ้าจีนอเมริกา
Author

KYP-Editorial

Follow Me
Other Articles
Previous

รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 17 กรกฎาคม 2569

Next

รายงานข่าวพลังงานสหรัฐฯ (USA Weekly) ประจำสัปดาห์ 11-Jul-2026 ถึง 17-Jul-2026

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

  • August 22, 2026 by KYP-Editorial KYP Weekly: ดาต้าเซ็นเตอร์มาเลเซีย กริดจีน และแบตเตอรี่ยุโรป
  • August 22, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2569
  • August 21, 2026 by คนชนกระแส(ไฟ) EP.17. สมรภูมิแย่งชิงทรัพยากร: ดาต้าเซ็นเตอร์ยักษ์ใหญ่ต่างชาติ กับความมั่นคงน้ำ-ไฟของภาคประชาชน
  • August 21, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศทวีปออสเตรเลีย (Australia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 15-Aug-2026 ถึง 21-Aug-2026
  • August 21, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศ EU & UK (EU&UK Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 15-Aug-2026 ถึง 21-Aug-2026

ใหม่! รวม ร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างช่วงแสดงความคิดเห็น (Click ใน Active Public Hearings)

ใหม่! บทความเปลี่ยนค่าไฟเป็นทุน: ข้อเสนอเชิงนโยบาย “On-Bill Repayment” ปลดล็อกโซลาร์เซลล์ให้คนไทย (Click ใน KYP Insights)

Copyright 2026 — ENERGY NEWS BY KYP sponsored by Foundation of Ecological Recovery. All rights reserved.