รายงานวิเคราะห์ข่าวพลังงานรายสัปดาห์ (Weekly Digest) ประจำวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 – 12 กรกฎาคม 2569
บทสรุปผู้บริหาร
-
การปรับตัวของระบบไฟฟ้ากำลังตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026)
กระทรวงพลังงานเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โดยปรับเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็นร้อยละ 70 พร้อมขยายเป้าหมายโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ขึ้น 4 เท่า เป็น 2,400 เมกะวัตต์ และสนับสนุนระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) รวมถึงการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่
-
นโยบายลดภาระค่าไฟฟ้าและพลังงาน
รัฐบาลมีมติยกเลิกการต่ออายุสัญญาซื้อไฟฟ้าอัตโนมัติจากผู้ผลิตเอกชนรายเล็กและรายเล็กมาก (SPP/VSPP) พร้อมปรับลดราคารับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่หมดอายุสัญญาเหลือ 2.16 บาทต่อหน่วย นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอจากอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานให้เจรจาลดค่าความพร้อมจ่าย (AP) ของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) เพื่อบรรเทาภาระประชาชน
-
การส่งเสริมพลังงานสะอาดภาคประชาชน
การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เปิดตัวระบบรับสมัครออนไลน์ โครงการโซลาร์ภาคประชาชน ปี 2569 ขนาดไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ รับซื้อไฟส่วนเกินในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นเวลา 10 ปี ท่ามกลางข้อสังเกตจากภาคเอกชนที่มองว่าข้อจำกัด 5 กิโลวัตต์อาจทำให้การลงทุนไม่คุ้มค่า
-
ความมั่นคงขององค์กรด้านไฟฟ้า
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้รับการคงอันดับเครดิตที่ระดับสูงสุด AAA จากทริสเรทติ้งต่อเนื่องเป็นปี 10 สะท้อนสถานะทางการเงินที่มั่นคง ขณะเดียวกัน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กฟผ. ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รักษาสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของรัฐที่ร้อยละ 51 ในแผน PDP ฉบับใหม่
-
การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระบบจำหน่าย
กฟน. ดำเนินการซ่อมบำรุงระบบสายส่งและนำสายเคเบิลลงใต้ดินโดยใช้ท่อนวัตกรรม HDPE คาดสีส้ม เพื่อความปลอดภัยและเพิ่มเสถียรภาพ พร้อมแจ้งดับไฟชั่วคราวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ตลอดสัปดาห์เพื่อบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
-
การปลดล็อกงบประมาณเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติวินิจฉัยให้ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้รัฐบาลสามารถนำงบประมาณก้อนที่สองจำนวน 2 แสนล้านบาท มาใช้ขับเคลื่อนโครงสร้างพลังงานสะอาดและอุดหนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้อย่างต่อเนื่อง
การวิเคราะห์แนวโน้มและผลกระทบ
ผลกระทบต่อโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าระดับมหภาค
การลงทุนที่เพิ่มขึ้นของกลุ่ม Data Center และปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะสร้างความต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณมหาศาล หากไม่มีการแยกประเภทอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะกลุ่ม อาจส่งผลให้ต้องนำก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่มีต้นทุนต่ำไปป้อนภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้ จนกระทบต่อต้นทุนเชื้อเพลิงรวม (Pool Gas) และทำให้ค่าไฟฟ้าของประชาชนสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม มาตรการยกเลิกต่ออายุสัญญา SPP/VSPP และแนวคิดเจรจาลดค่าความพร้อมจ่าย (AP) จะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ในระยะยาวได้
ผลกระทบต่อเสถียรภาพระบบไฟฟ้ากำลัง (Grid Stability)
พฤติกรรมการใช้พลังงานที่เปลี่ยนไป เช่น การชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าในเวลากลางคืน ทำให้ความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peak Load) ย้ายจากช่วงบ่ายเป็นช่วงค่ำ นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของพลังงานแสงอาทิตย์แบบกระจายศูนย์ ทำให้ระบบสายส่งต้องเผชิญความผันผวนของแรงดันไฟฟ้า ภาครัฐจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และมองหาพลังงานฐาน (Baseload) ชนิดใหม่ เช่น โรงไฟฟ้า SMR เข้ามาเสริมความมั่นคง
เศรษฐศาสตร์พลังงานและภาระการคลัง
การประกาศลดราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินทันทีกว่า 2.50 บาทต่อลิตร ช่วยบรรเทาค่าครองชีพและลดต้นทุนโลจิสติกส์แก่ภาคอุตสาหกรรมในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ในมิติเศรษฐศาสตร์มหภาค นโยบายนี้ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องแบกรับภาระรายจ่ายสุทธิเพิ่มขึ้นกว่าวันละ 200 ล้านบาท สร้างความเสี่ยงต่อวินัยการเงินการคลังในระยะยาว หากราคาน้ำมันโลกกลับมาผันผวนสูง
โอกาสทางเศรษฐกิจจากการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
การจัดหาพลังงานสีเขียว (Green Energy) ได้กลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งสะท้อนจากยอดส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอกว่า 3.5 แสนล้านบาท การเร่งพัฒนาเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำจะช่วยรักษาสถานะของไทยในฐานะฐานการผลิตระดับภูมิภาค และหลีกเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ของคู่ค้าหลัก
ความเคลื่อนไหวของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
-
คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
เข้ามามีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและควบคุมการใช้งบประมาณกองทุนพัฒนาไฟฟ้าแม่เมาะจำนวนกว่า 300 ล้านบาทต่อปี เพื่อรักษาความโปร่งใสและป้องกันการทุจริตเชิงนโยบายในระดับท้องถิ่น
-
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
ออกมาตรการเชิงรุกโดยเสนอให้ภาครัฐแยกโครงสร้างค่าไฟฟ้าสำหรับ Data Center เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชน รวมถึงผลักดันการใช้แก๊สโซฮอล์ E20 เป็นน้ำมันพื้นฐานเพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรและลดการนำเข้าน้ำมันดิบ
-
เครือข่ายภาคประชาชนและสภาองค์กรของผู้บริโภค
นำโดย น.ส.รสนา โตสิตระกูล แสดงจุดยืนเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาโครงสร้างราคาพลังงานอย่างยั่งยืน โดยจี้ให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันและจัดการกำไรส่วนเกินของโรงกลั่น แทนการสร้างหนี้สะสมให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
-
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กฟผ.
เคลื่อนไหวเพื่อผลักดันให้รักษาสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของรัฐวิสาหกิจในระดับร้อยละ 51 ภายใต้ร่างแผน PDP ฉบับใหม่ เพื่อเป็นกลไกถ่วงดุลและลดการผูกขาดกิจการไฟฟ้าโดยกลุ่มทุนเอกชน
-
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
อนุมัติจัดตั้งคณะอนุกรรมการจัดการพลังงาน เพื่อทำหน้าที่กลั่นกรองและบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานสำหรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่อย่าง Data Center โดยเฉพาะ
-
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) และ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
ชี้แนะทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ในการศึกษาและผลักดันเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เพื่อเป็นทางเลือกในการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพทดแทนพลังงานฟอสซิล
-
กรุงเทพมหานคร (กทม.)
ขับเคลื่อนนโยบายเชิงพื้นที่ผ่านโมเดล Green Eco Park ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช โดยเตรียมยกเลิกโรงหมักขยะระบบเก่าและเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีเตาเผาขยะผลิตไฟฟ้า (Waste-to-Energy) ขับเคลื่อนท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ
-
การติดตามและมีส่วนร่วมในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026)
ประชาชนและภาคประชาสังคมควรเตรียมตัวเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โดยควรจับตาประเด็นสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของเอกชนเทียบกับของรัฐ การพิจารณาความปลอดภัยและผลกระทบของโรงไฟฟ้า SMR และแนวทางที่รัฐจะใช้ในการรักษาระดับค่าไฟฟ้าไม่ให้เกิน 4 บาทต่อหน่วยตามที่ประกาศไว้
-
การเฝ้าระวังหนี้สินและโครงสร้างราคาน้ำมัน
ผู้บริโภคควรติดตามแนวทางการบริหารจัดการหนี้สะสมของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างใกล้ชิด ว่าในอนาคตภาครัฐจะผลักภาระหนี้เหล่านี้กลับมาอยู่ในรูปแบบของการปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกหรือการเก็บภาษีเพิ่มเติมหรือไม่ ตลอดจนความคืบหน้าในการปรับโครงสร้างหน้าโรงกลั่นให้เป็นธรรมมากขึ้น
-
ข้อจำกัดและความคุ้มค่าของโครงการโซลาร์ภาคประชาชน
ภาคครัวเรือนที่สนใจลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ควรติดตามว่ารัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลจะรับฟังข้อเสนอของเอกชนในการขยายเพดานกำลังผลิตที่ระดับ 5 กิโลวัตต์หรือไม่ รวมทั้งต้องตรวจสอบมาตรฐานและเงื่อนไขการรับประกันของอุปกรณ์ทั้งแผงโซลาร์และอินเวอร์เตอร์เพื่อลดความเสี่ยงด้านอัคคีภัยก่อนตัดสินใจลงทุน
-
การจัดสรรพลังงานสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่
ภาคประชาชนควรจับตากระบวนการร่างเงื่อนไขการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) และการจัดตั้งอัตราค่าไฟฟ้ากลุ่มใหม่ (ประเภทที่ 9) สำหรับ Data Center ว่าจะมีกลไกป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ดึงทรัพยากรพลังงานราคาถูกออกจากระบบจนทำให้โครงสร้างค่าไฟบ้านของประชาชนต้องปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างไร
-
ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากโครงการด้านทรัพยากรน้ำและไฟฟ้า
เครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมควรติดตามความคืบหน้าของโครงการผันน้ำยวมเพื่อเติมเขื่อนภูมิพลที่อาจมีผลกระทบต่อลุ่มน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ รวมถึงข้อตกลงการศึกษาความคุ้มค่าการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงระหว่างประเทศลาวและเมียนมา ซึ่งอาจสร้างผลกระทบข้ามพรมแดนต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำ