รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 12 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : กกพ. คุมเข้มงบกองทุนพัฒนาไฟฟ้าแม่เมาะ 300 ล้านบาท ย้ำเจตนารมณ์เงินหลวงเพื่อการพัฒนาฟื้นฟูเยียวยาชุมชนและโปร่งใส
รายละเอียด:
- คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ลงพื้นที่เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนในอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าจำนวนกว่า 300 ล้านบาทต่อปี
- นายวรวิทย์ ศรีอนันตรักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน ชี้แจงทำความเข้าใจกับชุมชนว่าเงินกองทุนนี้เป็นเงินหลวงที่เก็บรวบรวมจากผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศตามกฎหมายเพื่อนำมาเยียวยาชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ไม่สามารถจัดสรรให้เป็นรายบุคคลได้ พร้อมระบุขณะนี้พบการทุจริตโครงการส่งเสริมอาชีพในพื้นที่และอยู่ระหว่างดำเนินคดีทางอาญา 4 คดี
ผลกระทบ:
- ช่วยรักษาเสถียรภาพและความโปร่งใสของการใช้เงินภาษีแผ่นดินและค่าเอฟที (Ft) ของประชาชน ป้องกันการรั่วไหลและการทุจริตเชิงนโยบายในระดับท้องถิ่น
- เพิ่มอุปสรรคและความล่าช้าในการอนุมัติงบประมาณแก่โครงการของชุมชนเนื่องจากขั้นตอนกลั่นกรองที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลกระทบต่อความพึงพอใจของชาวบ้านรอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งเป็นความท้าทายของรัฐบาลในการสร้างสมดุลระหว่างการปราบปรามทุจริตและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้า
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : เครือข่ายภาคประชาชนจี้คลังลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ควบคู่แก้โครงสร้างพลังงานเพื่อลดค่าครองชีพแท้จริง
รายละเอียด:
- สภาองค์กรของผู้บริโภคและเครือข่ายภาคประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีสั่งการกระทรวงการคลังปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แทนการพึ่งพากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียว
- น.ส.รสนา โตสิตระกูล แกนนำเครือข่าย ชี้ว่าการปรับลดราคาน้ำมันล่าสุดของรัฐบาลเป็นการชดเชยผ่านกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งเป็นการสร้างภาระหนี้สินในอนาคต พร้อมเร่งรัดให้กระทรวงพลังงานปรับโครงสร้างราคาเพื่อลดค่าการกลั่นและค่าการตลาดที่เป็นกำไรส่วนเกินของโรงกลั่น
ผลกระทบ:
- สร้างแรงกดดันต่อฐานะทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องแบกรับภาระการชดเชยราคาน้ำมันสูงขึ้น เสี่ยงทำให้กองทุนขาดเสถียรภาพระยะยาวและอาจต้องจัดเก็บเงินคืนจากประชาชนในอัตราสูงภายหลัง
- ภาคธุรกิจและประชาชนยังคงเผชิญความเสี่ยงราคาพลังงานผันผวน หากรัฐบาลยังไม่มีนโยบายปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานและโครงสร้างภาษีที่ชัดเจน ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : ส.อ.ท. ขานรับมาตรการลดราคาน้ำมันดีเซลและเบนซิน ชี้ช่วยลดต้นทุนภาคอุตสาหกรรมและกระตุ้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
รายละเอียด:
- คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ปรับลดราคาน้ำมันกลุ่มดีเซลลง 2.56 บาทต่อลิตร และกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ลง 2.51 บาทต่อลิตรเพื่อบรรเทาค่าครองชีพ
- นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แสดงความคิดเห็นว่ามาตรการนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่อ่อนไหวต่อต้นทุนค่าขนส่ง
ผลกระทบ:
- ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบทันที ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ช่วยเพิ่มกำลังซื้อและลดแรงกดดันเงินเฟ้อของประชาชน
- รัฐบาลยังเผชิญความท้าทายในการบริหารเสถียรภาพของกองทุนน้ำมันฯ ให้สมดุล โดย ส.อ.ท. เสนอแนะให้ใช้จังหวะนี้เร่งผลักดันนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อลดความผันผวนระยะยาว
ที่มา: สำนักข่าวไทยพีบีเอส วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : กรรมาธิการงบประมาณเปิดเผย กระทรวงพลังงานและอีก 3 กระทรวงหลัก ไม่ส่งข้อมูลคำขอปี 2570 กระทบต่อการตรวจสอบความโปร่งใส
รายละเอียด:
- น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ เปิดเผยข้อมูลว่า กระทรวงพลังงาน และอีก 3 กระทรวงหลัก (เกษตรฯ, ดีอี, สธ.) ปฏิเสธการส่งข้อมูลคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ให้แก่คณะกรรมาธิการ
- กรรมาธิการชี้ว่าคำของบประมาณมีความสำคัญในการตรวจสอบความจริงใจและทิศทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาลก่อนที่จะออกมาเป็นร่างงบประมาณฉบับสมบูรณ์
ผลกระทบ:
- บั่นทอนความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการติดตามงบประมาณด้านพลังงาน ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานและการช่วยเหลือราคาพลังงานแก่ผู้มีรายได้น้อย
- เพิ่มความเคลือบแคลงสงสัยต่อการกำหนดนโยบายรัฐบาล และอาจส่งผลต่อการอนุมัติโครงการพัฒนาพลังงานสะอาด แหล่งทุนหมุนเวียน หรือการจัดทำงบประมาณเพื่อเป้าหมาย Net Zero ของประเทศในอนาคต
ที่มา: สำนักข่าวไทยพีบีเอส วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : กทม. เดินหน้าโมเดล Green Eco Park ศูนย์อ่อนนุช เตรียมยุติการใช้งานโรงหมักขยะระบบเก่า สู่เตาเผาขยะผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด
รายละเอียด:
- นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช 580 ไร่ ติดตามมาตรการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและการแก้ไขปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ โดยใช้ระบบจมูกอิเล็กทรอนิกส์ (e-Nose) ตรวจวัด
- กทม. มีแผนแก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นอย่างถาวรโดยเตรียมยุติการใช้งานโรงหมักปุ๋ยระบบเก่าหลังสิ้นสุดสัญญาในปี 2569 และ 2570 จากนั้นจะเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีเตาเผาขยะขนาด 1,000 ตันเพื่อผลิตพลังงานสะอาด และโรงหมักขยะเป็นก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้าของกรุงเทพธนาคม
ผลกระทบ:
- ช่วยยกระดับระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพฯ และลดมลพิษทางอากาศรอบเขตเมือง พร้อมเปลี่ยนแหล่งปฏิกูลให้เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด (Waste-to-Energy)
- สนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศและการลดปริมาณการฝังกลบขยะเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในระดับท้องถิ่น
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : ยาเดียปักธงฐานผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในไทย เปิดตัวรุ่นใหม่ชูสมรรถนะระยะไกล ช่วยผู้ขับขี่ประหยัดพลังงาน
รายละเอียด:
- บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้การนำของ นายหยาง เสี่ยวเฟย ประกาศทิศทางตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าด้วยการเปิดตัวจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่น GT80 และ GT80-P
- วางยุทธศาสตร์ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญในอาเซียน โดยมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตจาก 150,000 คันต่อปี เป็น 600,000 คันต่อปี พร้อมขยายเครือข่ายสาขาหลังการขายครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศภายในปี 2569 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้งานกลุ่มไรเดอร์และคนเมือง
ผลกระทบ:
- ช่วยเร่งอัตราการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในระบบขนส่งระยะสั้นของประเทศ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการลดความต้องการใช้น้ำมันภาคขนส่งและลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ
- กระตุ้นความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จไฟฟ้า และการบริหารจัดการกำลังไฟฟ้าในระบบจำหน่ายรองรับการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในเขตเมืองหลวงและหัวเมืองใหญ่
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : การไฟฟ้านครหลวงแจ้งดับไฟชั่วคราวบางพื้นที่ใน กทม. นนทบุรี และสมุทรปราการ เพื่อบำรุงรักษาระบบและปรับเปลี่ยนแนวเสาสายส่ง
รายละเอียด:
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศงดจ่ายกระแสไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2569
- การปฏิบัติงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบำรุงรักษาและพัฒนาระบบการจ่ายไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัย รวมถึงการย้ายแนวเสาและสายส่งไฟฟ้าเพื่อรองรับงานขยายถนนในนิคมอุตสาหกรรมเมืองใหม่บางพลี
ผลกระทบ:
- ส่งผลกระทบระยะสั้นต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจในจุดที่มีการดับไฟชั่วคราว รวมถึงการจัดระเบียบโครงสร้างพื้นฐานระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่อุตสาหกรรมปริมณฑล
- ช่วยยกระดับความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า (Grid Reliability) ป้องกันเหตุการณ์ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในอนาคต และสนับสนุนความปลอดภัยทางไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้ไฟในพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศ
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- ปภ. เตือน 6 จังหวัดภาคกลางและกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงช่วงวันที่ 13-19 กรกฎาคม 2569 เสี่ยงน้ำล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ
- ททท. จับมือ ZEEKR ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าระดับหรูเปิดตัวแคมเปญ Amazing Thailand in ZEEKR Luxury Way หวังขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำเชิงคุณภาพใน 4 ภูมิภาค
- เลขาธิการ EEC เผยกรณี บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (เครือ ซี.พี.) ขอใช้สิทธิเลิกสัญญารถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน ต้องเจรจาค่าเสียหาย แต่ยืนยันภาครัฐเดินหน้าต่อเพื่อการเชื่อมโยงอู่ตะเภา
- เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัวอาคารสำนักงานเกรดพรีเมียม AIA Connect บนทำเลรัชดา-พระราม 9 ชูมาตรฐานระดับโลก LEED Gold และ WELL Gold เพื่อสุขภาวะและความยั่งยืน
- กรมการค้าภายใน จับมือ BEM และ รฟม. จัดเทศกาลจำหน่ายผลไม้ไทยสดจากสวนสู่มือผู้บริโภคโดยตรงผ่านสถานีรถไฟฟ้า MRT สวนจตุจักร ลาดพร้าว และสุขุมวิท เพื่อระบายผลผลิตช่วยเหลือเกษตรกร