รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศ EU & UK (EU&UK Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 27-Jun-2026 ถึง 03-Jul-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : สหภาพยุโรปสร้างสถิติใหม่: พลังงานหมุนเวียนคิดเป็นสัดส่วน 45.5% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569
รายละเอียด:
- Eurostat ซึ่งเป็นหน่วยงานสถิติของคณะกรรมาธิการยุโรป เปิดเผยข้อมูลว่า ในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569 การผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนในสหภาพยุโรป (EU) มีสัดส่วนสูงถึง 45.5% เพิ่มขึ้นจาก 42.7% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า
- พลังงานลมเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักในกลุ่มพลังงานหมุนเวียน คิดเป็นสัดส่วน 44.9% ตามมาด้วยพลังงานน้ำ (28.0%) และพลังงานแสงอาทิตย์ (17.3%) โดยประเทศเดนมาร์กมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนสูงที่สุดในกลุ่มที่ 90.0% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากพลังงานลม
- สอดคล้องกับแนวโน้มดังกล่าว รายงานเบื้องต้นจาก Center for Solar Energy and Hydrogen Research Baden-Württemberg (ZSW) และ German Association of Energy and Water Industries (BDEW) ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี พ.ศ. 2569 พลังงานหมุนเวียนสามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของเยอรมนีได้ถึง 57.7% ซึ่งเป็นสถิติใหม่
ผลกระทบ:
- ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่ชัดเจนและต่อเนื่องของสหภาพยุโรปในการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ตามนโยบาย REPowerEU ซึ่งมุ่งลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลจากรัสเซีย
- การที่พลังงานลมและแสงอาทิตย์มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้สร้างแรงกดดันต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าในการบริหารจัดการความผันผวน (Variability) ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการลงทุนโครงข่ายสายส่งอัจฉริยะ (Smart Grid) และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ขนาดใหญ่ เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า
ที่มา:
European Commission, pv magazine Global, 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : สเปนและโปรตุเกสเปิดใช้งานสายส่งเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (Interconnector) ใหม่ เพิ่มศักยภาพการแลกเปลี่ยนไฟฟ้าอีก 1,000 MW
รายละเอียด:
- คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศการเปิดใช้งานโครงการสายส่งไฟฟ้าเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (Electricity Interconnection) โครงการใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งเชื่อมระหว่างภาคเหนือของโปรตุเกส (Vila Nova de Famalicão) และแคว้นกาลิเซียทางตะวันตกเฉียงเหนือของสเปน (Beariz)
- โครงการนี้ดำเนินการโดยผู้ดำเนินการระบบสายส่ง (TSO) ของทั้งสองประเทศ ได้แก่ Red Eléctrica ของสเปน และ REN ของโปรตุเกส ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการส่งไฟฟ้าข้ามพรมแดนได้อีก 1,000 เมกะวัตต์ และคาดว่าจะช่วยให้สามารถบูรณาการพลังงานหมุนเวียนเข้าระบบได้เพิ่มขึ้น 281 กิกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
- นาย Dan Jørgensen กรรมาธิการด้านพลังงานของสหภาพยุโรป กล่าวเน้นย้ำว่าโครงการเชื่อมต่อข้ามพรมแดนเป็นกุญแจสำคัญในการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนและลดราคาพลังงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการสร้าง Energy Union
ผลกระทบ:
- การเปิดใช้งานโครงการนี้เป็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของนโยบาย Energy Union ของสหภาพยุโรป และเป็นก้าวย่างที่สำคัญในการบรรลุเป้าหมายการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าให้ได้อย่างน้อย 15% ภายในปี พ.ศ. 2573 ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและเสถียรภาพของตลาดไฟฟ้าในคาบสมุทรไอบีเรีย
- โครงข่ายที่แข็งแกร่งขึ้นจะช่วยลดปัญหาการจำกัดการผลิตไฟฟ้า (Curtailment) จากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ซึ่งมีกำลังการผลิตสูงในสเปนและโปรตุเกส ทำให้สามารถส่งออกไฟฟ้าสะอาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพลังงานหมุนเวียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
ที่มา:
European Commission, 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : Ofgem ของสหราชอาณาจักรประกาศรายชื่อ 16 โครงการนำร่องภายใต้กลไกสนับสนุนระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว (LDES)
รายละเอียด:
- Ofgem ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลกิจการพลังงานของสหราชอาณาจักร ได้คัดเลือก 16 โครงการระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว (Long-Duration Electricity Storage: LDES) เข้าสู่กระบวนการพิจารณาขั้นสุดท้ายภายใต้กลไกสนับสนุนแบบ Cap-and-Floor
- โครงการที่ได้รับคัดเลือกมีกำลังการผลิตรวม 7.65 กิกะวัตต์ ประกอบด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลาย ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Storage Hydro) จำนวน 3 โครงการ (3.6 GW), ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (BESS) 11 โครงการ, ระบบกักเก็บพลังงานจากอากาศอัด (CAES) และแบตเตอรี่วานาเดียมโฟลว์ (Vanadium Redox Flow Batteries)
- กลไก Cap-and-Floor ถูกออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงให้นักลงทุน โดยการันตีรายได้ขั้นต่ำ (Floor) และกำหนดเพดานผลตอบแทน (Cap) ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นและปลดล็อกการลงทุนในเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูงและมีระยะเวลาคืนทุนนาน
ผลกระทบ:
- กลไกดังกล่าวถือเป็นนวัตกรรมเชิงนโยบายที่สำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหา “Missing Money” สำหรับเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานระยะยาว ซึ่งมีความจำเป็นต่อระบบไฟฟ้าที่พึ่งพาพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนสูงอย่างสหราชอาณาจักร เพื่อสร้างความมั่นคงของระบบในช่วงที่ไม่มีลมและแสงแดดเป็นเวลานาน
- การส่งเสริมเทคโนโลยีที่หลากหลายนอกเหนือจากลิเธียมไอออน เช่น พลังน้ำแบบสูบกลับและแบตเตอรี่โฟลว์ เป็นการสร้างความยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเทคโนโลยีหรือห่วงโซ่อุปทานเพียงชนิดเดียว ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศอื่นๆ ที่กำลังวางแผนนโยบายด้านการกักเก็บพลังงาน
ที่มา:
Power Technology, 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : เยอรมนีเริ่มการก่อสร้างโครงการแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (BESS) ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ กำลังผลิต 1 GW และความจุ 5.7 GWh
รายละเอียด:
- บริษัท BW ESS ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ขนาดใหญ่ ณ บริเวณใกล้กับสถานีไฟฟ้าแรงสูง Klostermansfeld ในรัฐ Saxony-Anhalt ประเทศเยอรมนี
- โครงการดังกล่าวจะมีกำลังการผลิตสูงถึง 1 กิกะวัตต์ และมีความจุในการกักเก็บพลังงานสูงสุด 5.7 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้โครงการนี้เป็นโครงการ BESS ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนีและเป็นหนึ่งในโครงการที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป
- โครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ใกล้กับจุดเชื่อมต่อที่สำคัญของโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติ ซึ่งเพิ่งได้รับการขยายขีดความสามารถในการรองรับพลังงานจากระบบจำหน่ายและส่งต่อไปยังสายส่งไฟฟ้าแรงสูง
ผลกระทบ:
- การลงทุนในโครงการ BESS ขนาดมหึมานี้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของเยอรมนีในการแก้ไขปัญหาเสถียรภาพของกริดไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของพลังงานหมุนเวียน (Energiewende) และเป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในการสร้างความยืดหยุ่นให้กับระบบไฟฟ้า
- การที่โครงการขนาดใหญ่นี้พัฒนาโดยภาคเอกชนและตั้งอยู่ ณ จุดยุทธศาสตร์ของระบบสายส่ง ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบธุรกิจพลังงาน โดย BESS ไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์สำหรับให้บริการเสริมความมั่นคง (Ancillary Services) อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของระบบไฟฟ้าเทียบเท่ากับโรงไฟฟ้าหรือสายส่ง
ที่มา:
Power Technology, 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : โปแลนด์และอิตาลีกลายเป็นตลาดที่น่าลงทุนที่สุดสำหรับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ในยุโรป
รายละเอียด:
- รายงานการวิเคราะห์จาก Clean Horizon ระบุว่าโปแลนด์เป็นตลาดที่น่าดึงดูดที่สุดสำหรับการลงทุนในโครงการ BESS ในยุโรป โดยสามารถสร้างรายได้ต่อปีสูงถึง 800,000 ยูโรต่อเมกะวัตต์ ปัจจัยหลักมาจากราคาของบริการเสริมความมั่นคงประเภท aFRR (automatic Frequency Restoration Reserve) ที่อยู่ในระดับสูง
- อิตาลีเป็นอีกหนึ่งตลาดที่แข็งแกร่ง โดย BESS ขนาด 4 ชั่วโมงสามารถสร้างรายได้ประมาณ 654,000 ยูโรต่อเมกะวัตต์ต่อปี ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่มาจากตลาด Tertiary Reserve (mFRR) ในขณะที่สเปนและโปรตุเกสก็มีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งเช่นกัน
- รายงานยังชี้ให้เห็นถึงสัญญาณเริ่มต้นของภาวะตลาดอิ่มตัว (Market Saturation) และการลดลงของรายได้ (Revenue Cannibalization) ในบางตลาดที่มีการแข่งขันสูง เช่น เดนมาร์ก
ผลกระทบ:
- การวิเคราะห์นี้ชี้ชัดว่าโครงสร้างตลาดไฟฟ้าและการออกแบบกลไกสำหรับบริการเสริมความมั่นคง (Ancillary Services) คือปัจจัยสำคัญที่สุดที่ขับเคลื่อนการลงทุน BESS มากกว่าเพียงแค่สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
- บทเรียนสำหรับหน่วยงานกำกับดูแลกิจการพลังงานในประเทศต่างๆ คือ การสร้างตลาดที่ให้ผลตอบแทนที่ชัดเจนและจูงใจสำหรับบริการด้านความยืดหยุ่น (Flexibility) เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการดึงดูดการลงทุนภาคเอกชนเพื่อสร้างเสถียรภาพให้แก่ระบบไฟฟ้าในยุคเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ที่มา:
pv magazine Global, 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : National Grid ของสหราชอาณาจักรเตรียมพร้อมรับมือความต้องการไฟฟ้ามหาศาลจาก AI Data Center
รายละเอียด:
- รายงานข่าวหลายฉบับชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่ากังวลเกี่ยวกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI Data Center) ซึ่งเป็นโหลดไฟฟ้าขนาดใหญ่และมีความต้องการใช้ไฟฟ้าคงที่ตลอดเวลา
- National Grid ของสหราชอาณาจักรได้ประกาศการลงทุนมูลค่า 1.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในบริษัท Joulent เพื่อเตรียมความพร้อมของระบบโครงข่ายสำหรับรองรับความต้องการไฟฟ้าจากธุรกิจ AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
- นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัทสตาร์ทอัพด้านแบตเตอรี่กำลังเผชิญกับความต้องการที่สูงมากในการพัฒนาระบบเพื่อจัดการกับความผันผวนของไฟฟ้า (Power Surges) ที่เกิดจากศูนย์ข้อมูลเหล่านี้
ผลกระทบ:
- การเติบโตของ AI Data Center กำลังกลายเป็นความท้าทายครั้งใหม่ต่อการวางแผนระบบไฟฟ้าและการรักษาเสถียรภาพของกริด เนื่องจากเป็นโหลดขนาดใหญ่ที่คาดการณ์ได้ยากและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ได้อยู่ในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าฉบับเดิมๆ
- แนวโน้มนี้จะผลักดันให้เกิดการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า ทั้งการเสริมความแข็งแกร่งของสายส่ง การติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน BESS ขนาดใหญ่เพื่อจัดการคุณภาพไฟฟ้าและรักษาเสถียรภาพแรงดัน และอาจนำไปสู่การพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ๆ เช่น การให้บริการระบบไฟฟ้าแบบครบวงจร (Grid-as-a-Service) แก่ศูนย์ข้อมูลโดยเฉพาะ
ที่มา:
Carbon Brief, 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- National Grid Ventures เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับแผนการปรับปรุงโครงการสายส่งเชื่อมต่อระหว่างสหราชอาณาจักรและเนเธอร์แลนด์ (LionLink) เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
- ศาลฝรั่งเศสมีคำสั่งให้บริษัท TotalEnergies แก้ไขแผนสภาพภูมิอากาศ โดยต้องรวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 3) จากการใช้ผลิตภัณฑ์ของลูกค้าเข้าไปด้วย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความรับผิดชอบของบริษัทพลังงาน
- รัฐบาลเยอรมนีกำลังพิจารณาออกมาตรการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อจำกัดการใช้อินเวอร์เตอร์จากประเทศจีนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงของระบบไฟฟ้า
- สหภาพยุโรปอนุมัติข้อตกลงไตรภาคีเพื่อตั้งเป้าหมายการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานให้ได้ 45 กิกะวัตต์ เพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบไฟฟ้า
- บริษัทสัญชาติฝรั่งเศส Araymond ได้พัฒนานวัตกรรมการผลิตแผงโซลาร์ลอยน้ำแบบโมดูลาร์โดยใช้โรงงานขนาดเล็กในตู้คอนเทนเนอร์ผลิตชิ้นส่วน ณ สถานที่ติดตั้งโครงการโดยตรง