Skip to content
  • Facebook
  • Youtube
ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP
ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP
  • KYP Insights
    • Think Tank
    • Grid Watch
    • Shock Circuit
  • Thailand Energy
    • Daily News
    • Weekly Analysis
  • Global Weekly
    • ASEAN
    • Australia
    • China
    • EU & UK
    • Japan & Korea
    • USA
  • Active Public Hearings
  • About Us
  • KYP Insights
    • Think Tank
    • Grid Watch
    • Shock Circuit
  • Thailand Energy
    • Daily News
    • Weekly Analysis
  • Global Weekly
    • ASEAN
    • Australia
    • China
    • EU & UK
    • Japan & Korea
    • USA
  • Active Public Hearings
  • About Us
Subscribe
Close

Search

Australia

รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศทวีปออสเตรเลีย (Australia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 27-Jun-2026 ถึง 03-Jul-2026

By KYP-Editorial
July 3, 2026 3 Min Read
0

ประเด็นข่าวที่ 1 : สัญญาณซื้อขายไฟฟ้าเพื่อรองรับ ‘AI Factories’ กระตุ้นการลงทุนแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ใน South Australia ขณะที่ความต้องการพลังงานจาก AI กลายเป็นโจทย์ใหญ่ระดับชาติ

รายละเอียด:

  • บริษัท GreenPoint Energy ประกาศการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Decision – FID) สำหรับโครงการแบตเตอรี่ Koolunga BESS ขนาด 200 MW / 800 MWh ในรัฐ South Australia
  • โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (Offtake Agreement) กับบริษัท Gunvor Group เพื่อส่งมอบไฟฟ้าที่มีความมั่นคง (Firm Power) ให้กับบริษัท Firmus Technologies ซึ่งมีแผนจะสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่เรียกว่า ‘AI factories’ ในภูมิภาค
  • ข้อตกลงดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจากโครงการ Capacity Investment Scheme (CIS) ของรัฐบาลกลางออสเตรเลีย ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของโครงการในการสร้างเสถียรภาพให้แก่ระบบไฟฟ้า
  • นักวิเคราะห์ Saul Eslake ชี้ว่าความต้องการพลังงานจากศูนย์ข้อมูลและ AI กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญระดับชาติ โดยปัจจุบันมีการประเมินว่าศูนย์ข้อมูลใช้ไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2% ของระบบไฟฟ้าหลักของออสเตรเลีย และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต

ผลกระทบ:

  • สะท้อนถึงแนวโน้มการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของความต้องการใช้ไฟฟ้าจากอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์และศูนย์ข้อมูล ซึ่งสร้างความท้าทายอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าและเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
  • รูปแบบธุรกิจใหม่ที่เชื่อมโยงโครงการพลังงานสะอาด (โดยเฉพาะ BESS) เข้ากับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวสำหรับศูนย์ข้อมูลโดยเฉพาะ กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการปลดล็อกการลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่มีระยะเวลาการจ่ายไฟนาน (long-duration) เพื่อรองรับโหลดที่ต้องการความเชื่อถือได้สูงตลอด 24 ชั่วโมง
  • ความท้าทายนี้จะผลักดันให้เกิดการพัฒนานโยบายที่เข้มงวดขึ้น เพื่อกำหนดให้การลงทุนในศูนย์ข้อมูลต้องมาพร้อมกับการจัดหาพลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงานของตนเอง เพื่อลดภาระต่อโครงข่ายไฟฟ้าสาธารณะ และยังเป็นโอกาสในการสร้างแบบจำลองทางธุรกิจที่สามารถขยายผลเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่มั่นคงของอุตสาหกรรมดิจิทัลในระดับสากล

ที่มา: RenewEconomy และ ABC News, 1 และ 2 กรกฎาคม 2569

ประเด็นข่าวที่ 2 : โครงการ ‘Cheaper Home Batteries’ ของรัฐบาลกลางประสบความสำเร็จ ดันยอดติดตั้งแบตเตอรี่ในครัวเรือนทะลุ 450,000 ระบบในหนึ่งปี เปลี่ยนโฉมโครงสร้างระบบไฟฟ้า

รายละเอียด:

  • โครงการอุดหนุนแบตเตอรี่สำหรับที่อยู่อาศัย ‘Cheaper Home Batteries’ ของรัฐบาลกลางออสเตรเลียฉลองครบรอบ 1 ปี โดยมียอดติดตั้งสะสมผ่านโครงการแล้วกว่า 457,439 ครัวเรือน ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2569
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน Chris Bowen ระบุว่าโครงการนี้ส่งผลให้อัตราส่วนครัวเรือนที่มีการติดตั้งแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 1 ใน 60 หลังคาเรือน เป็น 1 ใน 17 หลังคาเรือน ภายในระยะเวลาเพียง 12 เดือน
  • ผู้บริหารระดับสูงของ Australian Energy Market Operator (AEMO) นาย Daniel Westerman ยอมรับว่าผลกระทบเชิงบวกของแบตเตอรี่ภาคครัวเรือน (แม้จะทำงานในโหมดที่ไม่ถูกควบคุมจากส่วนกลาง) ต่อการลดความต้องการไฟฟ้าสูงสุดในช่วงเย็น (evening peak) นั้นสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก

ผลกระทบ:

  • ความสำเร็จของนโยบายนี้ตอกย้ำถึงพลังของทรัพยากรพลังงานแบบกระจายศูนย์ (Distributed Energy Resources – DERs) ที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของระบบไฟฟ้าโดยรวม การเติบโตอย่างรวดเร็วของแบตเตอรี่ในภาคครัวเรือนช่วยลดภาระของระบบในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงสุดได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ลดการพึ่งพากำลังผลิตสำรองราคาแพงจากโรงไฟฟ้าก๊าซ (peaking plants) และช่วยกดดันราคาไฟฟ้าขายส่งให้มีเสถียรภาพมากขึ้น
  • บทเรียนสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกคือ นโยบายภาครัฐที่ตรงจุดสามารถกระตุ้นการลงทุนของภาคครัวเรือนเพื่อสร้างประโยชน์สาธารณะได้อย่างมหาศาล และกำลังเปลี่ยนกระบวนทัศน์การวางแผนระบบไฟฟ้า ที่ต้องหันมาให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการและใช้ประโยชน์จาก DERs อย่างเต็มศักยภาพผ่านกลไกต่างๆ เช่น โรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plants – VPPs) และการออกแบบโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าที่จูงใจให้เกิดการใช้งานที่เหมาะสม

ที่มา: RenewEconomy, 2 กรกฎาคม 2569

ประเด็นข่าวที่ 3 : รัฐบาลเสนอร่างกฎหมายภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์ใหม่สำหรับนักลงทุนต่างชาติในพลังงานหมุนเวียน แม้ผ่อนปรนแต่ยังสร้างความเสี่ยงต่อการลงทุน

รายละเอียด:

  • รัฐบาลกลางออสเตรเลียได้เสนอร่างกฎหมายขยายการเก็บภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์ (Capital Gains Tax – CGT) ในอัตรา 30% ให้ครอบคลุมสินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติ
  • ร่างกฎหมายฉบับใหม่ได้ยกเลิกข้อกำหนดการบังคับใช้ย้อนหลัง (retrospectivity) ซึ่งเป็นข้อกังวลหลักของภาคอุตสาหกรรม หลังจากได้รับการท้วงติงอย่างหนัก
  • อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักลงทุนพลังงานสะอาด (Clean Energy Investor Group – CEIG) และ Investor Group on Climate Change (IGCC) ยังคงแสดงความกังวลต่อการไม่มีข้อกำหนดคุ้มครองโครงการที่มีอยู่เดิม (grandfathering) และระยะเวลาเปลี่ยนผ่านที่ให้ส่วนลดภาษีนั้นสั้นเกินไป (สิ้นสุดปี 2030)

ผลกระทบ:

  • การยกเลิกการบังคับใช้ย้อนหลังช่วยลดความไม่แน่นอนและฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้ในระดับหนึ่ง แต่การกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่านที่สั้นอาจสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติเร่งขายสินทรัพย์เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของตลาดและการประเมินมูลค่าโครงการ
  • นโยบายนี้อาจส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของโครงการใหม่สูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนจะรวมความเสี่ยงด้านภาษีเข้าไปในการคำนวณผลตอบแทน ซึ่งท้ายที่สุดอาจถูกส่งผ่านไปยังราคาไฟฟ้าที่ผู้บริโภคต้องจ่าย และอาจเป็นอุปสรรคต่อการดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรลุเป้าหมายพลังงานสะอาดของออสเตรเลีย เนื่องจากเงินทุนกว่า 75% ในภาคพลังงานสะอาดมาจากต่างประเทศ

ที่มา: PV Magazine Australia และ RenewEconomy, 2 กรกฎาคม 2569

ประเด็นข่าวที่ 4 : โครงการสายส่งไฟฟ้าแรงสูง HumeLink West คืบหน้าสู่ขั้นตอนการขึงสายส่งสัญญาณ สะท้อนความจำเป็นในการยกระดับโครงข่าย

รายละเอียด:

  • โครงการ HumeLink West ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสายส่งไฟฟ้าขนาดใหญ่ HumeLink โดยบริษัท Transgrid ได้เข้าสู่ช่วงการก่อสร้างสูงสุด และเริ่มดำเนินการขึงสายตัวนำไฟฟ้า (aerial stringing) แล้ว
  • โครงการนี้เป็นสายส่งไฟฟ้าขนาด 500 kV ระยะทางประมาณ 140 กิโลเมตรในรัฐ New South Wales มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเชื่อมต่อสถานีไฟฟ้าอนาคต Maragle ที่จะรองรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ Snowy 2.0 เข้ากับสถานีไฟฟ้า Wagga Wagga
  • กระบวนการขึงสายในปัจจุบันใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น โดรนและเฮลิคอปเตอร์ เพื่อลากสายนำ (pilot wire) สำหรับการดึงสายตัวนำไฟฟ้าจริงระหว่างเสาส่งไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วยสายตัวนำไฟฟ้า 24 เส้น และสายดินพร้อมสายใยแก้วนำแสง

ผลกระทบ:

  • ความคืบหน้าของโครงการ HumeLink เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความท้าทายและความสำคัญของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสายส่งไฟฟ้า ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปลดล็อกศักยภาพของโครงการ Snowy 2.0 และรองรับการเชื่อมต่อโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใหม่ๆ ในพื้นที่เขตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Zone – REZ)
  • ความล่าช้าหรืออุปสรรคในการก่อสร้างสายส่งมักเป็นคอขวดสำคัญที่จำกัดการเติบโตของพลังงานสะอาดและส่งผลต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าโดยรวม บทเรียนนี้สามารถสะท้อนมายังบริบทของหลายประเทศที่กำลังเผชิญปัญหาความแออัดของสายส่งและการยอมรับของชุมชนในพื้นที่ ซึ่งจำเป็นต้องมีการวางแผนเชิงรุกและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

ที่มา: PV Magazine Australia, 2 กรกฎาคม 2569

ประเด็นข่าวที่ 5 : โครงการ Hunter Valley Hydrogen Hub ของ Orica บรรลุการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย ปลุกความหวังให้อุตสาหกรรมไฮโดรเจนสีเขียวของออสเตรเลีย

รายละเอียด:

  • บริษัท Orica ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัตถุระเบิดและเคมีภัณฑ์ ประกาศการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision – FID) สำหรับโครงการ Hunter Valley Hydrogen Hub
  • โครงการนี้จะใช้เครื่องอิเล็กโทรไลเซอร์ขนาด 50 MW เพื่อผลิตไฮโดรเจนสีเขียวสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแอมโมเนียที่โรงงานบนเกาะ Kooragang ในเมือง Newcastle เพื่อทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติ
  • โครงการนี้เป็นโครงการแรกที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน Hydrogen Headstart ของรัฐบาลกลาง โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินรวมกว่า 432 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียจาก Australian Renewable Energy Agency (ARENA) และหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐ

ผลกระทบ:

  • การบรรลุ FID ของโครงการนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมไฮโดรเจนสีเขียวในออสเตรเลียกำลังเปลี่ยนจากแนวคิดไปสู่การลงทุนและการก่อสร้างจริง หลังจากเผชิญกับความท้าทายและโครงการที่ล่าช้ามาหลายโครงการ
  • ความสำเร็จนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเป็นต้นแบบสำหรับการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมหนัก (hard-to-abate sectors) ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการใช้ไฮโดรเจนสีเขียว โดยเริ่มจากการใช้งานภายในประเทศ (domestic use case) ก่อนขยายไปสู่การส่งออก
  • การสนับสนุนจากภาครัฐผ่านกองทุนอย่าง Hydrogen Headstart และ ARENA พิสูจน์แล้วว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยลดช่องว่างด้านต้นทุนและปลดล็อกการลงทุนในช่วงเริ่มต้นของอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับประเทศอื่นๆ ที่ต้องการผลักดันเศรษฐกิจไฮโดรเจน

ที่มา: RenewEconomy, 1 กรกฎาคม 2569

ประเด็นข่าวที่ 6 : ข้อตกลงแบตเตอรี่โซเดียมไอออนขนาด 9 GWh มุ่งเป้าภาคเหมืองแร่และ Data Center สะท้อนการมองหาเทคโนโลยีทางเลือกนอกเหนือจากลิเทียม

รายละเอียด:

  • บริษัทที่ปรึกษาภาคเหมืองแร่ ERITY ซึ่งมีฐานในเมืองเพิร์ท ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (SRA) กับ Alsym Energy ผู้พัฒนาแบตเตอรี่โซเดียมไอออน (Na-ion) จากสหรัฐอเมริกา เพื่อจัดหาระบบกักเก็บพลังงานรวม 9 GWh
  • เป้าหมายหลักคือการใช้งานในพื้นที่เหมืองแร่ที่ห่างไกล การจ่ายไฟฟ้าให้กับ Mobile Data Center ที่ใช้ AI และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอุปกรณ์ในเหมืองเป็นระบบไฟฟ้า
  • เทคโนโลยีแบตเตอรี่โซเดียมไอออนถูกเลือกใช้เนื่องจากคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่เหนือกว่า (ไม่ติดไฟ) ความเสถียรทางความร้อน และความสามารถในการขนส่งที่ระดับประจุ 0% ได้อย่างปลอดภัย

ผลกระทบ:

  • ข้อตกลงนี้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการนำเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานทางเลือก เช่น โซเดียมไอออน มาใช้ในเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในภาคส่วนที่มีความต้องการด้านความปลอดภัยสูงและทำงานในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย เช่น เหมืองแร่
  • การเติบโตของแบตเตอรี่ที่ไม่ใช่ลิเทียมจะช่วยลดแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานของลิเทียมและโคบอลต์ สร้างความหลากหลายและความมั่นคงด้านวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมกักเก็บพลังงานในระยะยาว ซึ่งเป็นประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญในระดับโลก
  • การมุ่งเน้นไปที่การจ่ายไฟฟ้าให้กับ Data Center ที่ใช้ AI สะท้อนถึงการบรรจบกันของสองเมกะเทรนด์ คือ การเปลี่ยนผ่านพลังงานและความต้องการพลังงานจากภาคดิจิทัล ซึ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ สำหรับโซลูชันพลังงานที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้

ที่มา: PV Magazine Australia, 2 กรกฎาคม 2569

ประเด็นข่าวที่ 7 : รัฐวิกตอเรียประกาศห้าม ‘ภาษีความภักดี’ ในตลาดค้าปลีกไฟฟ้า เป็นรัฐแรกของออสเตรเลียเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

รายละเอียด:

  • รัฐบาลรัฐวิกตอเรีย โดยรัฐมนตรีพลังงาน Lily D’Ambrosio ประกาศมาตรการห้ามผู้ค้าปลีกไฟฟ้าขึ้นราคาสำหรับลูกค้าที่ใช้แผนบริการเดิมเป็นเวลานานเกิน 4 ปี หรือที่เรียกว่า ‘loyalty tax’ ซึ่งมีผลบังคับใช้ทันที
  • ผู้ค้าปลีกจะต้องเปลี่ยนลูกค้าที่อยู่ในแผนบริการเก่าให้ไปใช้แผนที่มีอัตราค่าไฟฟ้าไม่สูงกว่า Victorian Default Offer (VDO) ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2570 หากไม่ปฏิบัติตามอาจถูกปรับเป็นเงินจำนวนมาก
  • มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่ค่อยเปลี่ยนแผนบริการ เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่มีเวลาติดตามข้อมูล ซึ่งมักจะถูกคิดค่าบริการในอัตราที่สูงกว่าลูกค้าใหม่หรือลูกค้าที่เปลี่ยนผู้ให้บริการบ่อย

ผลกระทบ:

  • การดำเนินการของรัฐวิกตอเรียเป็นการแทรกแซงตลาดค้าปลีกเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งอาจเป็นต้นแบบให้รัฐอื่นๆ หรือหน่วยงานกำกับดูแลระดับชาติพิจารณานำไปใช้ หลังจากที่ Australian Energy Market Commission (AEMC) เลือกที่จะไม่บังคับใช้มาตรการนี้ทั่วประเทศ
  • มาตรการนี้จะบีบให้ผู้ค้าปลีกต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ จากเดิมที่พึ่งพารายได้จากลูกค้าที่ไม่เคลื่อนไหว (inactive customers) ไปสู่การแข่งขันด้านราคาและบริการที่เป็นธรรมมากขึ้นสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม
  • อย่างไรก็ตาม มีความเสี่ยงที่ผู้ค้าปลีกอาจปรับขึ้นราคาในแผนบริการสำหรับลูกค้าใหม่หรือลดส่วนลดต่างๆ ลง เพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ (Essential Services Commission) จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ต่อการแข่งขันในตลาด

ที่มา: RenewEconomy, 2 กรกฎาคม 2569

ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ

  • Australian Energy Regulator (AER) เริ่มปฏิบัติงานในฐานะหน่วยงานอิสระของรัฐบาลกลางอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการกำกับดูแลตลาดพลังงาน
  • รัฐวิกตอเรียเร่งรัดกระบวนการอนุมัติโครงการพลังงานหมุนเวียน 4 โครงการ รวมกำลังการผลิตแบตเตอรี่กว่า 1.6 GW เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้า
  • กองทุน Clean Energy Finance Corporation (CEFC) อนุมัติเงินสนับสนุน 22 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย สำหรับการจัดหารถบรรทุกไฟฟ้า 148 คัน ซึ่งเป็นกองรถบรรทุกไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย
  • โครงการแบตเตอรี่ Orana BESS ขนาด 415 MW / 1,660 MWh ของ Akaysha Energy ในรัฐ New South Wales ได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว เสริมความมั่นคงให้ระบบไฟฟ้า
  • บริษัท Energy North เสนอแผนสร้างศูนย์ข้อมูลนอกระบบสายส่งใน Northern Territory โดยใช้พลังงานจากโซลาร์ 3 GW แบตเตอรี่ 16 GWh และโรงไฟฟ้าก๊าซ 1 GW

Tags:

data centerกระทรวงพลังงานการไฟฟ้าออสเตรเลียอเมริกา
Author

KYP-Editorial

Follow Me
Other Articles
Previous

รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศ EU & UK (EU&UK Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 27-Jun-2026 ถึง 03-Jul-2026

Next

AI ดันไฟพุ่ง และเมกะโปรเจกต์ 20 ล้านล้านจากจีน: สรุปข่าวพลังงานโลก

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

  • July 8, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 08 กรกฎาคม 2569
  • July 7, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 07 กรกฎาคม 2569
  • July 6, 2026 by Dr.Nawat GridWatch EP.12. พายุอุปสงค์ AI และ Data Center เขย่ากริดไฟฟ้าโลก: บทเรียนสำคัญถึงไทยในการเตรียมเสถียรภาพพลังงานฐาน
  • July 6, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 06 กรกฎาคม 2569
  • July 5, 2026 by KYP-Editorial รายงานวิเคราะห์ข่าวพลังงานรายสัปดาห์ (Weekly Digest) ประจำวันที่ 29 มิถุนายน 2569 - 5 กรกฎาคม 2569

ใหม่! รวม ร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างช่วงแสดงความคิดเห็น (Click ใน Active Public Hearings)

ใหม่! บทความเปลี่ยนค่าไฟเป็นทุน: ข้อเสนอเชิงนโยบาย “On-Bill Repayment” ปลดล็อกโซลาร์เซลล์ให้คนไทย (Click ใน KYP Insights)

Copyright 2026 — ENERGY NEWS BY KYP sponsored by Foundation of Ecological Recovery. All rights reserved.