รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศ EU & UK (EU&UK Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 20-Jun-2026 ถึง 26-Jun-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : สหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรจับมือผลักดัน ‘Electrify Now’ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าเป็น 35% ภายในปี พ.ศ. 2578
รายละเอียด:
- คณะกรรมาธิการยุโรปและรัฐบาลสหราชอาณาจักรได้เปิดตัวแพลตฟอร์มระดับโลก ‘Electrify Now’ ในระหว่างงาน London Climate Action Week โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานในภาคส่วนต่างๆ มาเป็นไฟฟ้า
- เป้าหมายหลักของข้อริเริ่มนี้คือการผลักดันให้มีการตั้งเป้าหมายระดับโลกว่าด้วยการเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าในความต้องการใช้พลังงานขั้นสุดท้าย (Final Energy Demand) จากปัจจุบันที่ประมาณ 20% ให้เป็น 35% ภายในปี พ.ศ. 2578 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายที่จะเสนอในเวทีการประชุม COP31
- บุคคลสำคัญที่เข้าร่วมและกล่าวสนับสนุนประกอบด้วย António Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ, Dan Jorgensen กรรมาธิการด้านพลังงานของสหภาพยุโรป และ Ed Miliband รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหราชอาณาจักร โดยเน้นย้ำว่าการใช้ไฟฟ้าเป็น ‘อาวุธที่ทรงพลัง’ ในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
ผลกระทบ:
- การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนนี้จะสร้างแรงผลักดันเชิงนโยบายมหาศาลต่ออุตสาหกรรมไฟฟ้าทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรป เพื่อเร่งการลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และการขยายระบบสายส่งไฟฟ้า (Transmission Expansion) เพื่อรองรับปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
- ผู้ประกอบการสาธารณูปโภค (Utility) และผู้กำกับดูแลระบบส่ง (TSO) จะเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการโครงข่ายที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งจากฝั่งอุปทานพลังงานหมุนเวียนที่ผันผวน และฝั่งอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบทำความร้อน (Heat Pump)
- ตามการประเมินของ IRENA การจะบรรลุเป้าหมายนี้จำเป็นต้องมีการลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แตะระดับประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีในทศวรรษหน้า ซึ่งจะสร้างโอกาสทางธุรกิจมหาศาลให้กับผู้ผลิตอุปกรณ์ ผู้รับเหมา และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับระบบส่งและจำหน่ายไฟฟ้า
ที่มา:
Climate Home News และ Carbon Brief, 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : สหประชาชาติเรียกร้องให้บริษัท AI เปิดเผยผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานจาก Data Center
รายละเอียด:
- António Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ ได้ประกาศริเริ่มโครงการ ‘AI Environmental Transparency Initiative’ เพื่อเรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เปิดเผยข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบ
- ข้อเรียกร้องดังกล่าวครอบคลุมการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การใช้น้ำ การใช้ที่ดิน และที่สำคัญที่สุดคือปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของ AI
- Guterres เน้นย้ำว่า Data Center ที่ใช้ในการประมวลผล AI กำลังบริโภคพลังงานไฟฟ้าในปริมาณที่มหาศาลกว่าการใช้ไฟฟ้าของหลายประเทศ และเรียกร้องให้ Data Center ทุกแห่งเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ภายในปี พ.ศ. 2573
ผลกระทบ:
- ประเด็นนี้กำลังกลายเป็นความท้าทายที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งต่อการวางแผนระบบไฟฟ้าในอนาคต ความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก Data Center อาจกลายเป็นโหลดไฟฟ้าฐาน (New Baseload) รูปแบบใหม่ ที่ต้องการความมั่นคงและเสถียรภาพของแหล่งจ่ายไฟตลอด 24 ชั่วโมง
- ผู้ประกอบการไฟฟ้าและผู้พัฒนาระบบพลังงานหมุนเวียนจะมีโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญในการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระยะยาว (Corporate PPA) กับกลุ่มลูกค้า Data Center ซึ่งมีความต้องการพลังงานสะอาดที่ชัดเจน
- แรงกดดันด้านความโปร่งใสจะทำให้ที่ตั้งของ Data Center กลายเป็นปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์ โดยบริษัท AI จะต้องเลือกตั้งศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ที่มีศักยภาพพลังงานหมุนเวียนสูงและมีโครงข่ายไฟฟ้าที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจลงทุนขยายโครงข่ายไฟฟ้าของผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่
ที่มา:
Climate Home News, 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : สหภาพยุโรปพิจารณาจำกัดการให้เงินทุนสนับสนุนโครงการโซลาร์ที่ใช้อินเวอร์เตอร์จากจีน หวั่นความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางไซเบอร์
รายละเอียด:
- คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) กำลังพิจารณามาตรการจำกัดการให้เงินทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรปแก่โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใช้อินเวอร์เตอร์ (Inverter) ที่ผลิตโดยซัพพลายเออร์จากประเทศจีน
- เหตุผลหลักมาจากความกังวลด้านความมั่นคงของระบบไฟฟ้า โดยมองว่าอินเวอร์เตอร์ซึ่งทำหน้าที่เป็น ‘สมอง’ ของระบบโซลาร์ เป็นอุปกรณ์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์และอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความปั่นป่วนหรือทำให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง (Blackout)
- การพึ่งพาอินเวอร์เตอร์จากจีนถูกระบุว่าเป็น ‘ความเสี่ยงสูง’ ต่อความมั่นคงด้านพลังงานของยุโรป และกำลังมีการผลักดันให้ผู้ผลิตในยุโรปสามารถขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการในตลาดได้
ผลกระทบ:
- นโยบายนี้สะท้อนถึงแนวโน้มการกีดกันทางการค้าในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีพลังงานสะอาด (Green Tech Protectionism) ที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยใช้ประเด็นความมั่นคงทางไซเบอร์ของโครงข่ายไฟฟ้าเป็นเหตุผลหลัก
- ในระยะสั้น อาจส่งผลให้ต้นทุนโครงการโซลาร์ในยุโรปปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากขาดทางเลือกจากซัพพลายเออร์จีนที่มีความได้เปรียบด้านราคา อย่างไรก็ตาม องค์กร European Solar Manufacturing Council (ESMC) โต้แย้งว่าผู้ผลิตในยุโรปมีกำลังการผลิตเพียงพอที่จะรองรับความต้องการได้แล้ว
- มาตรการนี้จะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานการผลิตอินเวอร์เตอร์ภายในยุโรป เพื่อลดการพึ่งพาและสร้างความมั่นคงของอุปทานในระยะยาว ซึ่งอาจเป็นบทเรียนสำหรับประเทศอื่นๆ ในการสร้างสมดุลระหว่างต้นทุนและความมั่นคงของระบบไฟฟ้า
ที่มา:
pv magazine Global, 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : คลื่นความร้อนในยุโรปส่งผลให้ราคาไฟฟ้าพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในเบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี
รายละเอียด:
- คลื่นความร้อนรุนแรงที่แผ่ปกคลุมยุโรปตะวันตกส่งผลให้ราคาไฟฟ้าในตลาดจร (Spot Market) แบบราย 15 นาที (Intraday) พุ่งสูงขึ้นทำสถิติใหม่ในหลายประเทศ เช่น เบลเยียม (€1,038.25/MWh), เนเธอร์แลนด์ (€902.47/MWh) และเยอรมนี (€747.10/MWh)
- สาเหตุสำคัญเกิดจากปัจจัยซ้อนทับกัน คือ อุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลให้ประสิทธิภาพของแผงโซลาร์เซลล์ลดลง ในขณะเดียวกันก็ลดประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ (CCGT) ซึ่งต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการระบายความร้อน
- ปัจจัยดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับความต้องการใช้ไฟฟ้าเพื่อระบบปรับอากาศและทำความเย็นที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ลดลง แต่ความต้องการยังคงสูง
ผลกระทบ:
- เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบไฟฟ้าต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบพร้อมกันทั้งฝั่งอุปทาน (ประสิทธิภาพการผลิตลดลง) และอุปสงค์ (ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น)
- ความท้าทายที่สำคัญที่สุดคือการจัดการโหลดไฟฟ้าสูงสุดในช่วงเย็น (Evening Peak) ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาไฟฟ้ามีแนวโน้มพุ่งสูงเนื่องจากการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์หมดไป แต่ความต้องการยังคงสูงอยู่ ทำให้ต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งมีต้นทุนสูง
- สถานการณ์นี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการลงทุนระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) เพื่อกักเก็บพลังงานไฟฟ้าส่วนเกินในช่วงกลางวันที่มีแสงแดดจัด ไปใช้ในช่วงเย็นเพื่อลดความผันผวนของราคาและเสริมความมั่นคงของระบบ
ที่มา:
pv magazine Global, 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : คณะกรรมาธิการยุโรปอนุมัติเงินทุนสนับสนุนโครงการเชื่อมต่อสายส่งไฟฟ้าใต้ทะเลในกรีซ
รายละเอียด:
- คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) อนุมัติเงินช่วยเหลือ (Grant) รวม 351 ล้านยูโร แก่ 7 โครงการใหม่ ภายใต้กลไกเงินกู้สำหรับภาครัฐในแผนการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (Just Transition Mechanism’s Public Sector Loan Facility – PSLF)
- โครงการที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนสูงสุดด้วยงบประมาณ 228.9 ล้านยูโร คือโครงการเชื่อมต่อสายส่งไฟฟ้าใต้ทะเลแบบไฟฟ้ากระแสตรงแรงสูง (HVDC submarine electricity interconnector) ระหว่างกลุ่มเกาะ Dodecanese กับแผ่นดินใหญ่ของประเทศกรีซ
- โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนบนหมู่เกาะ และช่วยบูรณาการตลาดไฟฟ้าให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ทำให้สามารถส่งผ่านพลังงานสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลกระทบ:
- การลงทุนในโครงการสายส่ง HVDC สะท้อนถึงยุทธศาสตร์สำคัญในการปลดล็อกศักยภาพพลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ห่างไกลหรือเกาะต่างๆ ซึ่งมักมีข้อจำกัดด้านโครงข่ายไฟฟ้าแต่มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เช่น แสงแดดและลม
- โครงการนี้เป็นตัวอย่างของการใช้เครื่องมือทางการเงินแบบผสมผสาน (Blended Finance) ระหว่างเงินกู้จากธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป (EIB) และเงินช่วยเหลือจาก EC ซึ่งเป็นโมเดลสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง
- การเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าที่แข็งแกร่งขึ้นจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าโดยรวม ลดการพึ่งพาโรงไฟฟ้าดีเซลบนเกาะซึ่งมีต้นทุนสูงและปล่อยมลพิษมาก และเป็นก้าวสำคัญสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน
ที่มา:
European Commission, 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : เดนมาร์กเผชิญการเติบโตของระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ที่ขับเคลื่อนโดยกลไกตลาดไม่ใช่เงินอุดหนุน
รายละเอียด:
- ตลาดพลังงานของเดนมาร์กกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตหลัก แทนที่โครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบดั้งเดิม
- ผู้แทนจากสมาคมพลังงานแสงอาทิตย์เดนมาร์ก (Dansk Solcelleforening) เปิดเผยว่า ความต้องการติดตั้ง BESS เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงโครงการขนาดใหญ่ระดับสาธารณูปโภค ภายในระยะเวลาเพียง 12 เดือน
- ปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดคือสัญญาณจากตลาดไฟฟ้าและความผันผวนของราคาไฟฟ้าที่สูงขึ้น ซึ่งสร้างโอกาสในการทำกำไรจากการซื้อขายไฟฟ้า (Arbitrage) และการให้บริการเสริมความมั่นคงแก่ระบบไฟฟ้า (Ancillary Services) โดยไม่ได้พึ่งพาเงินอุดหนุนจากภาครัฐ
ผลกระทบ:
- เดนมาร์กกลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับการพัฒนาตลาด BESS ที่ยั่งยืนโดยอาศัยกลไกตลาดเป็นตัวนำ ซึ่งเป็นโมเดลที่สามารถนำไปปรับใช้ในประเทศอื่นที่กำลังพิจารณาลดการอุดหนุน
- รูปแบบการลงทุนกำลังเปลี่ยนไปสู่โครงการแบบผสมผสาน (Hybrid Projects) ที่รวมเอาพลังงานแสงอาทิตย์ ลม และแบตเตอรี่ไว้ด้วยกัน เพื่อลดความเสี่ยงด้านราคาและเพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการพลังงาน ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น
- ความท้าทายหลักที่ตามมาคือข้อจำกัดด้านขีดความสามารถของโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Capacity) ซึ่งทำให้ผู้กำกับดูแลระบบส่ง (TSO) ต้องพิจารณาอนุมัติโครงการขนาดใหญ่ด้วยความระมัดระวัง และเกิดความต้องการรูปแบบการเชื่อมต่อที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
ที่มา:
pv magazine Global, 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : Balfour Beatty ได้รับสัญญาขยายสถานีไฟฟ้าแรงสูง Bramford ส่วนหนึ่งของโครงการ The Great Grid Upgrade ในสหราชอาณาจักร
รายละเอียด:
- บริษัท Balfour Beatty ซึ่งเป็นบริษัทโครงสร้างพื้นฐานชั้นนำของสหราชอาณาจักร ได้รับสัญญาจาก National Grid มูลค่า 121 ล้านปอนด์ (ประมาณ 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อดำเนินการขยายสถานีไฟฟ้าแรงสูง (Substation) ขนาด 400kV ที่ Bramford ในแคว้น Suffolk
- โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ ‘The Great Grid Upgrade’ ซึ่งเป็นการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อปรับปรุงและเสริมความแข็งแกร่งของโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าทั่วประเทศอังกฤษและเวลส์
- ขอบเขตของงานประกอบด้วยการออกแบบและติดตั้งส่วนขยายเพื่อเพิ่มการเชื่อมต่อวงจรไฟฟ้าอีก 4 วงจร, สร้างจุดจ่ายไฟใหม่ (Grid Supply Points) และติดตั้งอุปกรณ์ปรับแรงดัน (Shunt Reactors) เพื่อเพิ่มเสถียรภาพของระบบ
ผลกระทบ:
- โครงการนี้เป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการลงทุนที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดในการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย (Grid Modernization) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาค East Anglia
- การขยายสถานีไฟฟ้าแรงสูงเป็นหัวใจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการส่งจ่ายพลังงานสะอาดจากแหล่งผลิตไปยังศูนย์กลางความต้องการใช้ไฟฟ้า ลดปัญหาความแออัดของสายส่ง (Grid Congestion) และการสูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ (Curtailment)
- โครงการขนาดใหญ่นี้สะท้อนถึงโอกาสทางธุรกิจและการจ้างงานสำหรับบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมระบบไฟฟ้ากำลัง และเป็นสัญญาณบวกต่อการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้า
ที่มา:
Power Technology, 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- คณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมบังคับใช้กฎหมายเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy Act) โดยมีเป้าหมายเพิ่มอัตราการหมุนเวียนวัสดุเป็นสองเท่าภายในปี 2573 เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดรับสมัครโครงการโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในหมวดไฮโดรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อขอรับสถานะโครงการที่มีความสำคัญร่วมกัน (PCI/PMI) ซึ่งจะช่วยเร่งรัดกระบวนการอนุมัติและเข้าถึงแหล่งเงินทุน
- อิตาลีกำลังกลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมด้านเกษตรกรรมโซลาร์ (Agrivoltaics) โดยมีโครงการนำร่องจำนวนมากที่มุ่งศึกษาแนวทางการใช้ที่ดินร่วมกันระหว่างการผลิตไฟฟ้าและการเกษตร แม้จะมีความท้าทายด้านกฎระเบียบ
- โรมาเนียมีแนวโน้มสร้างสถิติใหม่ในการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ในปี 2569 โดยมีโครงการขนาดใหญ่และตลาดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภาคเอกชน (PPA) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
- ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในสหราชอาณาจักรช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา แซงหน้ายอดขายรถยนต์เบนซินเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในภาคการขนส่ง