[Public Hearing] การรับฟังความคิดเห็นระเบียบพาดสาย/ติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารฯบนเสาไฟฟ้า
🏢 หน่วยงานรับผิดชอบ: กฟภ.
⏳ ระยะเวลารับฟังความเห็น: 2026-05-18 ถึง 2026-06-15
🎯 ผู้ได้รับผลกระทบ: 1. หน่วยงานของรัฐ ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมตามกฎหมายว่าด้วย การประกอบกิจการโทรคมนาคม 2. นิติบุคคล ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมตามกฎหมายว่าด้วย การประกอบกิจการโทรคมนาคม
📝 สรุปสาระสำคัญ (Executive Summary):
– ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงอัคคีภัย: กำหนดให้สายสื่อสารทั้งหมดทั้งสายหลักและสายกระจาย ต้องเปลี่ยนไปใช้วัสดุแบบไม่ลามไฟ ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนการลงทุนจัดหาอุปกรณ์ (CAPEX) ที่สูงขึ้นทันที
– จำกัดการพาดสายบนดินและเร่งผลักดันลงใต้ดิน: กฟภ. สงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้พาดสายในเส้นทางที่มีแผนนำสายลงใต้ดิน และบังคับให้ผู้ประกอบการต้องใช้ทางเลือกการลงท่อร้อยสายใต้ดินเป็นลำดับแรก ซึ่งจะส่งผลต่อโครงสร้างต้นทุนค่าเช่าช่องสัญญาณใต้ดินในระยะยาว
– บังคับระบุตัวตนและคัดแยกสาย: ผู้ประกอบการทุกรายต้องจัดทำสัญลักษณ์แสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน ทั้งป้ายสถานะ แถบสี และสติกเกอร์ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบและรื้อถอนสายที่ไม่ได้สิทธิ์ ส่งผลให้มีต้นทุนการจัดการระบบ (Operation Cost) เพิ่มขึ้น
– ปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมใหม่: กฟภ. จะจัดเก็บค่าบริการรายปี ค่าดำเนินการแรกเข้า และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามจริง โดยยกเลิกการจัดเก็บค่าสมทบ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถคำนวณและวางแผนงบประมาณค่าเช่าเสาไฟได้ชัดเจนขึ้น
– บทลงโทษขั้นรุนแรงกรณีลักลอบพาดสายโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับปรุงโทษปรับสำหรับการละเมิดสูงถึง 3 เท่าของค่าบริการรายปี คิดดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระครบ และต้องรื้อถอนเองทันที หากพ้นกำหนด กฟภ. จะรื้อถอนให้โดยคิดค่าใช้จ่ายทั้งหมดและไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ เพิ่มความเสี่ยงด้านการดำเนินงานและกฎหมาย (Compliance Risk) แก่ผู้ประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ
– นัยสำคัญต่อนักลงทุน: ในระยะสั้น กลุ่มผู้ประกอบการโทรคมนาคมจะมีภาระค่าใช้จ่ายทั้ง CAPEX และ OPEX ที่สูงขึ้นจากการปรับปรุงสายส่งให้ได้มาตรฐานและการถูกบังคับลงดิน แต่ในระยะยาวจะช่วยลดความเสี่ยงเชิงโครงข่ายและการหยุดชะงักของบริการจากอุบัติภัยต่างๆ ได้ดีขึ้น
—
📥 ดาวน์โหลดเอกสารต้นฉบับ: คลิกเพื่อดาวน์โหลด PDF
📢 ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านระบบ DGA: คลิกเพื่อแสดงความเห็น