ประเด็นประเด็นข่าวที่ 1 : เกาหลีใต้: องค์กรตรวจสอบภาครัฐชี้ KEPCO และ KHNP ขาดความร่วมมือในการส่งออกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ สร้างความไร้ประสิทธิภาพและกระทบความน่าเชื่อถือของประเทศ
รายละเอียด:
- คณะกรรมการตรวจสอบและกำกับดูแลของเกาหลีใต้ (Board of Audit and Inspection – BAI) เปิดเผยผลการตรวจสอบรอบปกติ พบว่าสองรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานที่สำคัญคือ Korea Electric Power Corp. (KEPCO) และ Korea Hydro & Nuclear Power Co. (KHNP) ขาดการประสานงานและความร่วมมืออย่างเหมาะสมในโครงการส่งออกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
- BAI พบว่าทั้งสองหน่วยงานมีการทำงานที่ทับซ้อนกัน โดยแต่ละแห่งมีทีมงานขนาดใหญ่ที่รับผิดชอบด้านการส่งออกนิวเคลียร์ (KEPCO มี 567 คนใน 10 แผนก, KHNP มี 216 คนใน 6 แผนก) แต่กลับไม่มีการแบ่งปันข้อมูล เทคโนโลยี หรือบุคลากรระหว่างกัน ซึ่งนำไปสู่ความไร้ประสิทธิภาพในการประมูลและการเจรจาโครงการในต่างประเทศ
- ตัวอย่างของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นคือ KEPCO ปฏิเสธที่จะแบ่งปันข้อมูลต้นทุนโครงการในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แก่ KHNP ขณะที่ KHNP กำลังดำเนินโครงการในสาธารณรัฐเช็ก ในทางกลับกัน KHNP ได้ถอนบุคลากรที่ให้ยืมตัวในโครงการของ KEPCO และไม่ให้ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีในโครงการที่ซาอุดีอาระเบีย
- BAI ได้เสนอแนะให้ทั้งสองบริษัทลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อกำหนดเกณฑ์ความร่วมมือที่ชัดเจน และเสริมสร้างการประสานงานผ่านสภาส่งออกพลังงานนิวเคลียร์ร่วม
ผลกระทบ:
– ประเด็นนี้สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างและธรรมาภิบาลของรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ ที่แม้จะเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน (KHNP เป็นบริษัทลูกของ KEPCO) แต่การแข่งขันภายในหรือการขาดกลไกการบูรณาการที่มีประสิทธิภาพ สามารถบั่นทอนยุทธศาสตร์ระดับชาติได้ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยการผนึกกำลังเพื่อแข่งขันในตลาดโลกเช่นพลังงานนิวเคลียร์
– ความไร้ประสิทธิภาพและค่าใช้จ่ายที่ทับซ้อนไม่เพียงแต่ลดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของเกาหลีใต้ แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศผู้ซื้อ ที่มองว่าทีมงานของเกาหลีขาดความเป็นเอกภาพ ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศอื่นๆ ที่มีโครงสร้างรัฐวิสาหกิจคล้ายคลึงกันในการผลักดันโครงการพลังงานขนาดใหญ่ในต่างประเทศ
ที่มา:
Yonhap News, 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 2 : ญี่ปุ่น: อุตสาหกรรมนิวเคลียร์เร่งแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรหลังยุคฟุกุชิมะ เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้ามหาศาลจาก AI Data Center
รายละเอียด:
- บริษัทผู้ผลิตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รายใหญ่ของญี่ปุ่น เช่น IHI และ Mitsubishi Heavy Industries (MHI) กำลังเร่งรัดโครงการฝึกอบรมบุคลากรด้านการผลิตและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและความจริงเสมือน (Virtual Reality) เข้ามาช่วย
- การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มที่ญี่ปุ่นอาจกลับมาพิจารณาสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใหม่ หลังจากหยุดชะงักไปนานนับตั้งแต่ภัยพิบัติฟุกุชิมะในปี พ.ศ. 2554 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญคือความต้องการใช้ไฟฟ้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI Data Center)
- ญี่ปุ่นเผชิญกับภาวะขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์อย่างรุนแรง เนื่องจากไม่มีการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่มานานกว่าทศวรรษ ทำให้บุคลากรที่มีประสบการณ์เริ่มเข้าสู่วัยเกษียณและไม่มีการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่
ผลกระทบ:
– การขาดแคลนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญกลายเป็นความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์และเป็นคอขวดที่สำคัญที่สุดต่อการฟื้นฟูหรือขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น การสร้างแรงงานทักษะสูงในอุตสาหกรรมที่มีความปลอดภัยเป็นเดิมพันสูงสุดเช่นนี้ต้องใช้เวลาหลายปี และไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการลงทุนทางการเงินเพียงอย่างเดียว
– ประเด็นนี้สะท้อนภาพความท้าทายระดับโลกสำหรับประเทศที่ต้องการฟื้นฟูพลังงานนิวเคลียร์เพื่อเป้าหมาย Net Zero และความมั่นคงทางพลังงาน โดยเฉพาะเมื่อต้องรองรับโหลดขนาดใหญ่อย่าง AI Data Center การวางแผนด้านกำลังคนและสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ต้องดำเนินควบคู่ไปกับนโยบายด้านพลังงานอย่างแยกไม่ออก มิฉะนั้นแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอาจสะดุดลงเพราะขาดผู้ปฏิบัติงานที่มีคุณภาพ
ที่มา:
Nikkei Asia, 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 3 : ญี่ปุ่น: SoftBank เจรจา Nvidia และ Foxconn เตรียมสร้าง AI Server ของตนเองในประเทศ รับกระแส Sovereign AI ที่จะสร้างความต้องการไฟฟ้ามหาศาล
รายละเอียด:
- SoftBank Corp. ของญี่ปุ่น กำลังเจรจาความร่วมมือกับ Nvidia และ Foxconn เพื่อพัฒนาและผลิตเซิร์ฟเวอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI Server) ภายในประเทศญี่ปุ่น โดยตั้งเป้าหมายที่จะเริ่มออกแบบและประกอบชิ้นส่วนได้ภายในสิ้นทศวรรษนี้
- แผนการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับแนวคิด “Sovereign AI” หรือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่เป็นอิสระและอยู่ภายใต้อธิปไตยของประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานจากต่างประเทศ
- SoftBank จะเข้าสู่ธุรกิจเซิร์ฟเวอร์ประสิทธิภาพสูงที่สามารถรองรับหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ที่ล้ำสมัยด้วยความเร็วสูง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของศูนย์ข้อมูล AI
ผลกระทบ:
– การสร้างระบบนิเวศ “Sovereign AI” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นประเด็นความมั่นคงทางพลังงานที่สำคัญอย่างยิ่ง การสร้างและดำเนินการ AI Data Center ขนาดใหญ่ภายในประเทศ จะก่อให้เกิดความต้องการใช้ไฟฟ้ามหาศาลและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะกลายเป็นภาระใหญ่หลวงต่อระบบไฟฟ้าและนโยบายพลังงานของญี่ปุ่น
– แนวโน้มนี้จะบีบให้ผู้กำหนดนโยบายพลังงานของญี่ปุ่นต้องทบทวนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ครั้งใหญ่ เพื่อหาแหล่งผลิตไฟฟ้าฐาน (Baseload Power) ที่มีเสถียรภาพและเพียงพอ ซึ่งมีแนวโน้มสูงที่จะผลักดันให้เกิดการกลับมาพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์มากขึ้น รวมถึงการลงทุนขนานใหญ่ในโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าเพื่อรองรับโหลดที่กระจุกตัวในพื้นที่ตั้งของศูนย์ข้อมูล
ที่มา:
Nikkei Asia, 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 4 : เกาหลีใต้: HD Hyundai Electric คว้าสัญญามูลค่า 173,000 ล้านวอน จัดหาหม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูงพิเศษให้สหรัฐฯ รองรับการขยายโครงข่ายพลังงานลม
รายละเอียด:
- บริษัท HD Hyundai Electric ของเกาหลีใต้ ประกาศว่าได้ลงนามในสัญญาจัดหาหม้อแปลงไฟฟ้าและเตาปฏิกรณ์ (Reactor) แรงดันสูงพิเศษระดับ 765 กิโลโวลต์ (kV) มูลค่า 173,000 ล้านวอน (ประมาณ 119 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ให้กับโครงการในสหรัฐอเมริกา
- อุปกรณ์ดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในโครงการสายส่งหลัก (Backbone Project) ระดับ 765 kV ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของแผนแม่บทการส่งไฟฟ้าในระยะยาวของ Southwest Power Pool (SPP) ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมมากที่สุดในสหรัฐฯ
- ภายในงาน IEEE PES T&D 2026 บริษัทยังได้นำเสนอเทคโนโลยียุคถัดไป เช่น สวิตช์เกียร์ฉนวนก๊าซที่ไม่ใช้ SF6 (SF6-free Gas-Insulated Switchgear) และเซอร์กิตเบรกเกอร์กระแสตรง (DC Circuit Breaker) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญสำหรับระบบไฟฟ้าในอนาคต
ผลกระทบ:
– ข้อตกลงนี้ตอกย้ำบทบาทของบริษัทเกาหลีใต้ในฐานะผู้เล่นคนสำคัญในห่วงโซ่อุปทานระดับโลกสำหรับการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย (Grid Modernization) โดยความต้องการอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงพิเศษได้รับแรงหนุนโดยตรงจากการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียน ซึ่งต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งเพื่อส่งไฟฟ้าจากแหล่งผลิตไปยังศูนย์กลางความต้องการ
– การมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น SF6-free GIS สะท้อนถึงทิศทางของอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนตลอดทั้งวงจรชีวิตของอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันในตลาดโลก และเป็นบทเรียนให้ผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้าต้องปรับตัวตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น
ที่มา:
The Korea Herald, 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 5 : ญี่ปุ่น: บริษัท AGC ระงับแผนก่อสร้างโรงงานผลิตวัสดุสำหรับไฮโดรเจนสีเขียว สะท้อนความท้าทายของตลาดโลกที่เติบโตช้ากว่าคาด
รายละเอียด:
- บริษัท AGC ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัสดุรายใหญ่ของญี่ปุ่น ได้ตัดสินใจระงับการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่สำหรับผลิตส่วนประกอบสำคัญในการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen)
- สาเหตุหลักของการตัดสินใจครั้งนี้มาจากการชะลอตัวของโครงการไฮโดรเจนสีเขียวทั่วโลก ซึ่งทำให้ความต้องการส่วนประกอบดังกล่าวเติบโตช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก
- AGC ชี้แจงว่าการชะลอการลงทุนนี้เป็นการปรับกลยุทธ์ตามสภาวะตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อหลีกเลี่ยงการลงทุนในกำลังการผลิตที่อาจเกินความต้องการในระยะสั้น
ผลกระทบ:
– การตัดสินใจของ AGC ซึ่งเป็นผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงของตลาดไฮโดรเจนสีเขียวที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แม้ว่ารัฐบาลหลายประเทศรวมถึงญี่ปุ่นจะให้การสนับสนุนและตั้งเป้าหมายที่สูง แต่การพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ยังคงเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน
– กรณีนี้เป็นสัญญาณเตือนสำหรับผู้กำหนดนโยบายและนักลงทุนว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจไฮโดรเจนอาจใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้ การสร้างอุปสงค์ที่แท้จริงและกลไกตลาดที่สนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งจำเป็น ควบคู่ไปกับการผลักดันด้านอุปทาน มิเช่นนั้น อาจเกิดความไม่สมดุลระหว่างกำลังการผลิตในห่วงโซ่อุปทานกับความต้องการใช้งานจริง ซึ่งจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว
ที่มา:
Nikkei Asia, 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 6 : บทวิเคราะห์: นโยบายที่มองการณ์ไกลเบื้องหลังความสำเร็จของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์เกาหลีใต้ในเวทีโลก
รายละเอียด:
- บทความเชิงวิเคราะห์จาก The Korea Herald ชี้ว่าความสำเร็จของอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์เกาหลีใต้ เป็นผลมาจากวิสัยทัศน์ของผู้นำทางการเมืองในอดีตที่ผลักดันโครงการนิวเคลียร์เพื่อความมั่นคงทางพลังงานตั้งแต่ช่วงแรกๆ
- ปัจจัยสำคัญคือการกำหนดนโยบายที่เฉียบขาด โดยกำหนดให้ “การถ่ายทอดเทคโนโลยี” (Technology Transfer) เป็นเงื่อนไขหลักในการทำสัญญากับซัพพลายเออร์ต่างชาติ ทำให้บริษัทเกาหลีต้องเป็นผู้รับเหมาหลัก และบริษัทต่างชาติเป็นผู้รับเหมาช่วง ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยีจนสามารถพึ่งพาตนเองได้
- ปัจจุบัน เกาหลีใต้มีความสามารถทางเทคโนโลยีทัดเทียมกับผู้นำในตลาดโลก และมีความได้เปรียบด้านชื่อเสียงในการส่งมอบโครงการที่ซับซ้อนได้ตรงต่อเวลาและอยู่ในงบประมาณ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชนะการประมูลโครงการมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในสาธารณรัฐเช็ก
ผลกระทบ:
– กลยุทธ์การพัฒนาอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ของเกาหลีใต้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับการสร้างขีดความสามารถทางเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงและมีความซับซ้อน การบังคับใช้เงื่อนไขการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างจริงจัง ทำให้เกิดการสร้างระบบนิเวศของซัพพลายเชนและบุคลากรภายในประเทศที่แข็งแกร่ง
– แม้จะประสบความสำเร็จ แต่ความท้าทายในอนาคตคือข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP) กับบริษัทเจ้าของเทคโนโลยีดั้งเดิม เช่น กรณีกับ Westinghouse ก่อนการประมูลในเช็ก ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการส่งออกเทคโนโลยีนิวเคลียร์ยังคงเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและต้องอาศัยการเจรจาทางการทูตควบคู่ไปกับการแข่งขันทางธุรกิจ
ที่มา:
The Korea Herald, 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 7 : การเติบโตของระบบกักเก็บพลังงาน: Pylontech ได้รับการจัดอันดับ BNEF Tier 1 ตอกย้ำความน่าเชื่อถือทางการเงินสำหรับโครงการ BESS ขนาดใหญ่
รายละเอียด:
- Pylontech ผู้ให้บริการระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System – ESS) ได้รับการยอมรับให้อยู่ในรายชื่อผู้ผลิตระดับ Tier 1 ของ BloombergNEF (BNEF) สำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี พ.ศ. 2569 ซึ่งสะท้อนถึงความน่าเชื่อถือทางการเงิน (Bankability) และความสามารถในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่
- การจัดอันดับ Tier 1 ของ BNEF ถือเป็นหนึ่งในมาตรฐานการประเมินที่เข้มงวดที่สุดในอุตสาหกรรม โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความสามารถทางเทคโนโลยี ความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ ประวัติการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ และความน่าเชื่อถือทางการเงิน
- ข่าวดังกล่าวได้ยกตัวอย่างโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ขนาดใหญ่ที่บริษัทได้ส่งมอบ เช่น โครงการขนาด 200 เมกะวัตต์ / 400 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ในหนิงเซี่ย และโครงการขนาด 120 เมกะวัตต์ / 240 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ในเจียงซู ประเทศจีน
ผลกระทบ:
– การได้รับการจัดอันดับ BNEF Tier 1 เป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงถึงการเติบโตและวุฒิภาวะของอุตสาหกรรมระบบกักเก็บพลังงาน บ่งชี้ว่าเทคโนโลยี BESS มีความน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับจากสถาบันการเงิน ทำให้การระดมทุนสำหรับโครงการขนาดใหญ่ (Utility-scale) ทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
– ขนาดของโครงการที่ระบุในข่าว (หลายร้อยเมกะวัตต์-ชั่วโมง) แสดงให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ BESS ในการให้บริการเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า (Ancillary Services) เช่น การรักษาเสถียรภาพความถี่ การบริหารจัดการความแออัดของสายส่ง และการเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนที่ผันผวน ซึ่งเป็นแนวทางที่ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้กำลังมุ่งไป
ที่มา:
Yonhap News, 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- บริษัท LS Electric ของเกาหลีใต้ตั้งเป้าขยายตลาดในอเมริกาเหนือ โดยนำเสนอโซลูชันระบบไฟฟ้าที่ออกแบบเฉพาะสำหรับตลาดดังกล่าว โดยเน้นระบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และระบบสายส่งแรงสูงพิเศษ เพื่อตอบสนองความต้องการของศูนย์ข้อมูล
- ธนาคาร Woori Bank ของเกาหลีใต้ เป็นแกนนำในการจัดหาเงินทุนรีไฟแนนซ์มูลค่า 825 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ ขนาด 950 เมกะวัตต์ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากศูนย์ข้อมูล AI
- กระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ได้ประชุมร่วมกับกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ เพื่อหารือแนวทางการกระจายความเสี่ยงด้านการนำเข้าน้ำมันดิบ โดยพิจารณาขยายการนำเข้าจากภูมิภาคละตินอเมริกาและแคริบเบียน เพื่อลดการพึ่งพิงตะวันออกกลาง
- บริษัท Osaka Gas ของญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จในการสาธิตเทคโนโลยีเปลี่ยนภาชนะพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) ที่ใช้แล้วให้เป็นพลังงานในรูปแบบก๊าซชีวภาพ (Biogas) โดยตั้งเป้าหมายนำไปใช้งานจริงได้ภายในปี พ.ศ. 2573 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดการปล่อยคาร์บอน
- การลงทุนเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนทั่วโลกทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี พ.ศ. 2568 โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่นซึ่งมีการเติบโตของการลงทุนถึง 44%
