รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 03 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 1 : กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ในพื้นที่กรุงเทพฯ-นนทบุรี-สมุทรปราการ

รายละเอียด:

  • การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้ประกาศแจ้งไฟฟ้าดับตามกำหนดการในวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ
  • การไฟฟ้าฯ ชี้แจงว่าการดับไฟฟ้าชั่วคราวมีวัตถุประสงค์เพื่อบำรุงรักษาและเสริมสร้างความมั่นคงของระบบจำหน่ายไฟฟ้าและบริการที่ดียิ่งขึ้น โดยมีหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นเวลาหลายชั่วโมง

ผลกระทบ:

  • ค่าครองชีพประชาชนและภาคธุรกิจ: ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากไฟฟ้าดับชั่วคราวจะเผชิญความไม่สะดวกและการหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียรายได้หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการต้องใช้แหล่งพลังงานสำรอง เช่น เครื่องปั่นไฟ
  • ผลต่อระบบไฟฟ้า: การดำเนินการนี้เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความเสถียรของระบบไฟฟ้าในระยะยาว แต่สะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานยังมีจุดที่ต้องปรับปรุงและบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการรักษาความน่าเชื่อถือของระบบส่งและจำหน่ายไฟฟ้า

ที่มา: Thairath.co.th, 2 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 2 : โบรกคาด GULF กำไร Q1/69 แกร่ง ทำสถิติสูงสุดใหม่ ลุ้น Q2/69 โตต่อจากเงินปันผล KBANK

รายละเอียด:

  • นักวิเคราะห์จาก บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คาดการณ์ว่า บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF จะมีกำไรปกติในไตรมาส 1/2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 9.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 71% จากปีก่อน
  • ปัจจัยสำคัญที่หนุนกำไร ได้แก่ การที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เรียกเดินเครื่องโรงไฟฟ้า IPP (GSRC, GPD) เต็มที่ ทำให้ Load factor เพิ่มจาก 53% เป็น 80% การเริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการโซลาร์ในไทย 354 MW ที่ทยอย COD ในไตรมาส 4/2568 และการบันทึกรายได้ค่าไฟฟ้าค้างรับจากโครงการพลังงานลม Mekong ที่เวียดนาม ประมาณ 600 ล้านบาท นอกจากนี้ยังคาดการณ์การเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 2/2569 จากเงินปันผลจาก KBANK และกำไรพิเศษจากการขายหุ้นโรงไฟฟ้าปากลาย

ผลกระทบ:

  • ผลต่อระบบไฟฟ้า: กำไรที่แข็งแกร่งของ GULF ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินและความสามารถในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานใหม่ๆ ซึ่งสำคัญต่อการรักษาความมั่นคงทางพลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
  • ความท้าทายของรัฐบาลไทย: การที่โรงไฟฟ้า IPP ถูกเรียกเดินเครื่องเต็มที่ บ่งชี้ถึงความต้องการไฟฟ้าที่สูง ซึ่งอาจเกิดจากภาวะสภาพอากาศที่ร้อนจัดหรือความต้องการทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลจึงต้องบริหารจัดการอุปทานเชื้อเพลิง (โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ) และราคาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพของประชาชน

ที่มา: bangkokbiznews, 2 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 3 : “อนุทิน” เปิดแผนโซลาร์รูฟ เปลี่ยนแสงแดดเป็นเงิน รับซื้อไฟส่วนเกิน-ชี้ค่าไฟขึ้นลงตามดีมานด์

รายละเอียด:

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงแนวทางปรับโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าใหม่ โดยรัฐบาลมีเป้าหมายผลักดันการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในภาคครัวเรือนผ่านระบบโซลาร์รูฟ
  • ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เอง และหากมีไฟฟ้าเหลือจากการใช้งาน รัฐจะรับซื้อคืนเพื่อนำไปบริหารจัดการในระบบภาพรวม นายอนุทินเชื่อว่าแนวโน้มค่าไฟฟ้าในระยะยาวจะลดลงตามกลไกตลาดและการพัฒนาเทคโนโลยี พร้อมยืนยันมาตรการระยะสั้นในการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกที่ 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งมาตรการเหล่านี้ต้องผ่านการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)

ผลกระทบ:

  • ผลต่อระบบไฟฟ้าและค่าไฟ: การส่งเสริมโซลาร์รูฟและการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากประชาชน จะเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในระบบ ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และมีศักยภาพในการลดค่าไฟฟ้าในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการโครงข่ายเพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายตัวและรักษาความเสถียรของระบบจะเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับ กฟผ. และ กฟน./กฟภ.
  • ค่าครองชีพประชาชนและภาคธุรกิจ: นโยบายนี้เป็นโอกาสให้ประชาชนและภาคธุรกิจลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว และสร้างแรงจูงใจในการลงทุนพลังงานสะอาดด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องทำให้การเข้าถึงการลงทุนโซลาร์รูฟเป็นไปได้ง่ายขึ้นสำหรับทุกกลุ่ม

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 2 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 4 : วุฒิสภาเปิดเวทีถก “วิกฤตพลังงานไทย” ระดมสมองรัฐ-เอกชน-นักวิชาการร่วมวิเคราะห์เสนอทางออกเชิงนโยบายต่อรัฐบาล

รายละเอียด:

  • นายชิบ จิตนิยม ประธานคณะอนุกรรมการด้านการต่างประเทศและการประชาสัมพันธ์ฯ วุฒิสภา เปิดเผยว่า วุฒิสภาเตรียมจัดเสวนา “วุฒิสภา… ไขปัญหา วิกฤตพลังงานไทย” เพื่อระดมความคิดเห็นจากผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิชาการ
  • ผู้เข้าร่วมสำคัญ ได้แก่ นายสมภพ พัฒนอริยางกูล รองปลัดกระทรวงพลังงาน, นายศิริวัฒน์ เจ็ดสี รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน กฟผ., ดร.ชญาน์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลยุทธ์องค์กร ปตท. และ ดร.คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย (PTIT) เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์พลังงานและเสนอแนวทางรับมือผลกระทบในระดับประเทศ

ผลกระทบ:

  • ความท้าทายของรัฐบาลไทย: เวทีเสวนาแสดงให้เห็นถึงความตระหนักในวิกฤตพลังงานและเป็นโอกาสในการรวบรวมข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากผู้เชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การแปลงข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม
  • ผลต่อระบบไฟฟ้าและเศรษฐกิจ: การหารือครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น พลังงานหมุนเวียนและมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางการลงทุนในภาคพลังงาน การปรับโครงสร้างราคา และการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมและประชาชนในการรับมือกับต้นทุนพลังงานที่ผันผวน ทั้งในมิติของการผลิตและลดการใช้พลังงาน

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 2 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 5 : แนวคิดโครงการลดใช้ไฟ-ใช้น้ำ แลกพอยต์-ลดค่าครองชีพครัวเรือน / ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ

รายละเอียด:

  • ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ประธานสถาบันไทยพัฒน์ เสนอแนวคิดโครงการ “ลดใช้ไฟ-ใช้น้ำ แลกพอยต์” เพื่อลดค่าครองชีพและกระตุ้นการอนุรักษ์พลังงานในครัวเรือน
  • แนวคิดนี้เสนอให้การไฟฟ้าและการประปาเปรียบเทียบการใช้งานปัจจุบันกับเดือนก่อนหน้า หากครัวเรือนใดลดการใช้พลังงานได้ จะได้รับแต้มสะสมเพื่อแลกเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือส่วนลดสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการแข่งขัน “Top Saver” ระดับชุมชน เพื่อสร้างแรงจูงใจในการประหยัดพลังงานในภาพรวม

ผลกระทบ:

  • ค่าไฟ ค่าพลังงาน ค่าครองชีพประชาชน: หากโครงการนี้ได้รับการดำเนินการ จะเป็นมาตรการสำคัญในการช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานเป็นมูลค่าที่จับต้องได้ ส่งเสริมให้เกิดการประหยัดพลังงานอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณอุดหนุนมหาศาลจากรัฐบาล
  • ผลต่อระบบไฟฟ้าและ Net Zero: การลดความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคครัวเรือน (Demand-side Management) จะช่วยลดภาระการผลิตไฟฟ้า ลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 2 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 6 : เทียบค่าไฟอาเซียน ไทยจ่ายถูก-แพงกว่า ? – Thai PBS

รายละเอียด:

  • รายการไทยพีบีเอส ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าในกลุ่มประเทศอาเซียน ภายหลังการเผชิญวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง
  • นักวิชาการนโยบายพลังงานจาก TDRI (สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย) ได้ให้ความเห็นว่า การเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าแค่ตัวเลขเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสรุปได้ว่าประเทศไทยใช้ไฟฟ้าถูกหรือแพงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากต้นทุนการผลิตและแหล่งพลังงานที่ใช้ของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

ผลกระทบ:

  • ค่าไฟ ค่าพลังงาน ค่าครองชีพประชาชนและภาคธุรกิจ: การทำความเข้าใจโครงสร้างต้นทุนและปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าไฟฟ้าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดนโยบายพลังงานที่เหมาะสมของไทย การเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านต้องทำอย่างรอบด้านเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดและสามารถสื่อสารกับประชาชนได้อย่างมีเหตุผลและโปร่งใส
  • ความท้าทายของรัฐบาลไทย: รัฐบาลต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการราคาพลังงานให้เป็นธรรม สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และมีความสามารถในการแข่งขัน พร้อมทั้งต้องสื่อสารข้อมูลที่ซับซ้อนนี้ให้ประชาชนเข้าใจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่แหล่งที่ยั่งยืนมากขึ้นในระยะยาว

ที่มา: Thai PBS, 2 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 7 : อว. หนุน บพข. เดินหน้าโครงการ “PMUC Zero Burn to Earn : เลิกเผา เป๋าตุง” ใช้นวัตกรรมแก้วิกฤตพลังงาน – PM 2.5 และปัญหาปากท้อง เริ่ม 5 พ.ค.นี้

รายละเอียด:

  • กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) เปิดตัวโครงการ “PMUC Zero Burn to Earn: เลิกเผา เป๋าตุง” โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธาน
  • โครงการนี้มีเป้าหมายในการพลิกวิกฤตซ้อนวิกฤต โดยเปลี่ยนเศษวัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตรที่เคยเป็นต้นตอของมลพิษจากการเผาทำลาย ให้กลายเป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่มีมูลค่า พร้อมส่งต่อสู่นวัตกรรมพลังงานทดแทน เช่น เยื่อชีวมวล ถ่านชีวภาพไบโอชาร์ และน้ำมันไพโรไลซิส โดยจะนำร่องในพื้นที่ภาคเหนือ เริ่มวันที่ 5 พฤษภาคม 2569

ผลกระทบ:

  • ผลต่อระบบไฟฟ้า พลังงานสะอาด และ Net Zero: โครงการนี้ส่งเสริมการใช้ชีวมวลเป็นพลังงานทดแทน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero และความยั่งยืนในระยะยาว ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรกรรม
  • ค่าครองชีพประชาชนและภาคธุรกิจ: การสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรไม่เพียงช่วยลดปัญหามลพิษ PM2.5 เท่านั้น แต่ยังสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรและอาจลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 2 พฤษภาคม 2569

ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ

  • MG เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า IM LS8 และ MG4 URBAN ที่งาน Beijing Auto Show 2026 ตอกย้ำนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่และแผนขยายตลาด EV ในอนาคต
  • เอปสันจัดแคมเปญ Back to School พร้อมนำเสนอเครื่องพิมพ์ EcoTank ที่มีเทคโนโลยี Heat-Free ช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าไฟ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีอุตสาหกรรม เสนอให้โครงการแลนด์บริดจ์เน้นบทบาทด้านโลจิสติกส์และคลังสินค้า มากกว่าการตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคใต้ โดยคำนึงถึงสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
  • การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) แจ้งปิดถนน 1 เลน ซอยพัฒนาการ 20 เพื่อปรับปรุงระบบไฟฟ้าและงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราว 3 วัน (2-4 พ.ค. 69) ส่งผลกระทบต่อการจราจรและชีวิตประจำวันของชาวสวนหลวง
  • กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเดินหน้าความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้ง FTA อาเซียน-EU และ “ยุทธศาสตร์ฟ้าใส” กับ สปป.ลาว เพื่อแก้ปัญหา PM2.5 ข้ามแดนและส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *