รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 10 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : อดีตรัฐมนตรีพลังงานเสนอรัฐบาลเจรจาแก้ไขสัญญาโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ลดค่าความพร้อมจ่ายเพื่อบรรเทาค่าไฟประชาชน
รายละเอียด:
- นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เสนอแนะให้รัฐบาลเร่งเจรจาแก้ไขสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอกชนขนาดใหญ่ (IPP) โดยเฉพาะการลดค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment หรือ AP) ซึ่งมองว่าเป็นตัวการหลักที่สร้างภาระค่าครองชีพให้ประชาชนผ่านบิลค่าไฟฟ้า แม้ในช่วงที่ไม่มีการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าก็ตาม
- ข้อเสนอนี้อ้างอิงถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ที่เคยเห็นชอบให้กระทรวงพลังงานดำเนินการเจรจาแก้ไขสัญญาซื้อขายไฟฟ้าทั้งโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) และโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของภาครัฐและประชาชน
ผลกระทบ:
– การผลักดันเจรจาลดค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้า IPP ถือเป็นความท้าทายเชิงกฎหมายที่สำคัญ เนื่องจากคู่สัญญาอาจอ้างสิทธิตามสัญญาเดิมที่ผูกพันระยะยาว แต่หากรัฐบาลทำสำเร็จจะช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
– ประเด็นนี้สะท้อนแรงกดดันต่อระบบโครงสร้างการรับซื้อไฟฟ้าของไทย ที่จำเป็นต้องปรับปรุงความยืดหยุ่นของสัญญาพลังงาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงสร้างราคาพลังงานที่เป็นธรรมและสะท้อนต้นทุนจริงในยุค Net Zero
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงานและขับเคลื่อนพลังงานทดแทน
รายละเอียด:
- ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 วินิจฉัยว่าพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 172
- มติดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล สามารถเดินหน้าเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานทดแทนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพต่อไปได้
ผลกระทบ:
– ช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้ภาครัฐมีเม็ดเงินมาอุดหนุนราคาพลังงานและพยุงค่าครองชีพประชาชนในช่วงที่ราคาฟอสซิลโลกผันผวน ป้องกันการพุ่งสูงของหนี้สินในกองทุนน้ำมันและค่าไฟฟ้า
– สร้างโอกาสในการกระตุ้นการลงทุนระบบนิเวศพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำในระดับชุมชนและอุตสาหกรรม หนุนนโยบาย Net Zero ของประเทศให้เกิดความต่อเนื่องเร่งด่วน
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิต กฟผ. ระดับสูงสุด AAA สะท้อนสถานะการเงินที่มั่นคงและการขยายโครงข่ายพลังงานสะอาด
รายละเอียด:
- นางสาวสมจิตต์ ด่านศรีประเสริฐ รองผู้ว่าการการเงินและบัญชี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้ประกาศคงอันดับเครดิตของ กฟผ. ประจำปี 2569 ที่ระดับสูงสุด AAA ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต คงที่ (Stable) เป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน
- การจัดอันดับดังกล่าวสะท้อนสถานะความเป็นรัฐวิสาหกิจหลักที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าไทย และบทบาทสำคัญในการลงทุนพัฒนาโครงข่ายระบบส่งแรงสูงเพื่อรองรับการบูรณาการพลังงานหมุนเวียน
ผลกระทบ:
– การคงอันดับเครดิตสูงสุดช่วยสร้างความเชื่อมั่นอย่างสูงให้แก่นักลงทุนในพันธบัตรของ กฟผ. ทำให้มีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำในการระดมทุนเพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าและระบบส่งจ่ายไฟในอนาคต
– เพิ่มความพร้อมในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบกำลังไฟฟ้าของประเทศ
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : กบน. มีมติลดราคาน้ำมันดีเซล 2.56 บาทและเบนซิน 2.51 บาท บรรเทาผลกระทบค่าครองชีพตามมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาล
รายละเอียด:
- คณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ภายใต้การนำของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีมติปรับเปลี่ยนอัตราเงินส่งเข้าและชดเชยของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้ราคาน้ำมันกลุ่มดีเซลปรับลดลง 2.56 บาทต่อลิตร และกลุ่มเบนซิน/แก๊สโซฮอลปรับลดลง 2.51 บาทต่อลิตร
- การปรับลดราคาขายปลีกดังกล่าวเป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้สอดรับกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เริ่มชะลอตัวลงจากความผันผวนในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลงชั่วคราว
ผลกระทบ:
– ช่วยลดต้นทุนภาคการขนส่งและค่าครองชีพของประชาชนในทันที ส่งผลเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้ดำเนินต่อไปได้สะดวกขึ้น
– อย่างไรก็ตาม กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องแบกรับภาระรายจ่ายสุทธิเพิ่มขึ้นประมาณวันละ 213.91 ล้านบาท ซึ่งสร้างความท้าทายด้านเสถียรภาพทางการเงินของกองทุนในระยะยาวหากราคาน้ำมันโลกดีดกลับสูงขึ้นอีกครั้ง
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : ธนาคารแห่งประเทศไทยชี้แจงดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลชั่วคราวจากต้นทุนการนำเข้าพลังงานและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
รายละเอียด:
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานนโยบายการเงินระบุว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยขาดดุลสะสมรวม 1.28 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการขาดดุลเนื่องจากปัจจัยชั่วคราวด้านพลังงานจากการนำเข้าเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเชิงวัฏจักรจากการนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อรองรับการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของผู้ลงทุนต่างชาติ
ผลกระทบ:
– การนำเข้าพลังงานที่มูลค่าสูงกลายเป็นตัวกดดันเสถียรภาพด้านดุลการค้าของไทย ซึ่งสะท้อนความเปราะบางของประเทศที่ยังคงพึ่งพาพลังงานฟอสซิลจากต่างประเทศในระดับสูง
– ตอกย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับโครงสร้างพลังงานและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพิงการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในระยะยาว และสร้างความมั่นคงทางการเงินระหว่างประเทศ
ที่มา: Policy Watch วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : เหตุน้ำรั่วซึมอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ทำดินทรุดย่านวงเวียนใหญ่ กทม. สั่งอพยพประชาชนและใช้ระบบเตือนภัยเซลล์บรอดแคสต์เลี่ยงเส้นทาง
รายละเอียด:
- นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามเหตุน้ำรั่วซึมเข้าสู่บ่อรับน้ำใต้อุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ สัญญาที่ 4 (ช่วงสะพานพุทธ-ดาวคะนอง) บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ ส่งผลให้เกิดดินทรุดตัวบนถนนประชาธิปกและกระทบต่ออาคารข้างเคียงในรัศมี 30 เมตร
- ภาครัฐและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกันสั่งอพยพประชาชนในอาคารเสี่ยงภัย พร้อมส่งข้อความแจ้งเตือนฉุกเฉินผ่านระบบ Cell Broadcast Services (CBS) ไปยังมือถือประชาชนเพื่อแจ้งปิดการจราจรและแนะนำเส้นทางเลี่ยง
ผลกระทบ:
– เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลใจเรื่องความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารและระบบสาธารณูปโภคใต้ดินในย่านชุมชนเมืองเก่า และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการจราจรคอขวดบนถนนประชาธิปกที่มุ่งหน้าวงเวียนใหญ่
– สะท้อนความท้าทายของเทคนิควิศวกรรมงานขุดเจาะใต้ดินลึกในฤดูฝนที่มีมรสุมรุนแรง ส่งผลต่อกำหนดเวลาเสร็จสิ้นและการควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยของโครงการเมกะโปรเจกต์ภาครัฐ
ที่มา: ไทยพีบีเอส และ ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : การไฟฟ้านครหลวงแจ้งแผนดับกระแสไฟฟ้าชั่วคราวเพื่อบำรุงรักษาระบบส่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ
รายละเอียด:
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน. หรือ MEA) ประกาศแผนการดับกระแสไฟฟ้าชั่วคราวในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เพื่อดำเนินการซ่อมบำรุงรักษาและพัฒนาประสิทธิภาพระบบจำหน่ายไฟฟ้าให้มีความมั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้น
- พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมบางส่วนของกรุงเทพมหานคร เช่น ถนนราชพฤกษ์ ถนนเอกชัย และถนนโครงการย่านพระราม 9 รวมถึงพื้นที่ในจังหวัดนนทบุรี (ซอยบางกรวย-ไทรน้อย 54) และจังหวัดสมุทรปราการ (ถนนเทพารักษ์) ตามช่วงเวลาที่กำหนดในแต่ละพื้นที่
ผลกระทบ:
– ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่เป้าหมายจำเป็นต้องวางแผนเตรียมความพร้อมรองรับไฟดับชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบการทำงาน
– แม้จะเป็นการดับไฟเพื่อบำรุงรักษาตามปกติ แต่เป็นขั้นตอนสำคัญในการลดความเสี่ยงการเกิดเหตุไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง (Blackout) และเสริมความมั่นคงทางพลังงานให้กับพื้นที่เศรษฐกิจหลัก
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- ตำรวจสืบสวนภาค 1 บุกทลายเหมืองขุดบิทคอยน์เถื่อนในอาคารพาณิชย์ร้างย่านปทุมธานี ตรวจยึดเครื่องขุด 11 เครื่อง หลังพบพฤติการณ์ลักลอบต่อตรงวงจรไฟไม่ผ่านมิเตอร์ ทำบิลค่าไฟเหลือเพียงเดือนละ 35 บาท สร้างความเสียหายมูลค่าหลายล้านบาท
- ดีเอสไอออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมัน พี.ซี.สยามปิโตรเลียม มารับทราบข้อกล่าวหากรณีกักตุนและเก็งกำไรน้ำมันช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ถือเป็นคดีที่ 3 ในมาตรการกวาดล้างและปราบปรามขบวนการค้าน้ำมันนอกระบบของกระทรวงพลังงาน
- รมช.คมนาคม สั่งระงับการทำงานก่อสร้างจุดกลับรถถนนพระราม 2 ชั่วคราว หลังเกิดอุบัติเหตุปั้นจั่นล้มทับคนงานขับเครื่องจักรเสียชีวิต 1 ราย พร้อมสั่งเยียวยาผู้สูญเสียอย่างเร่งด่วนและสั่งปูพรมตรวจมาตรการความปลอดภัยเครื่องจักรหนักทั่วประเทศ
- รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการยกระดับมาตรฐานสนามบินสังกัด AOT ทั้ง 6 แห่ง มุ่งปรับปรุงการบริการและความปลอดภัยสู่ระดับสากล เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค
- นิตยสารฟอร์บส์เผยผลจัดอันดับมหาเศรษฐีไทยปี 2569 ตระกูลอยู่วิทยายังคงครองแชมป์ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ขณะที่นายสารัชถ์ รัตนาวะดี เจ้าพ่อพลังงานแห่งกัลฟ์ เป็นผู้ที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากที่สุดจากการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารกสิกรไทยเกือบ 10%