รายงานข่าวพลังงานสหรัฐฯ (USA Weekly) ประจำสัปดาห์ 04-Jul-2026 ถึง 10-Jul-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ อนุมัติเงินกู้ 3.26 พันล้านดอลลาร์ให้แก่ AEP Texas เพื่อเร่งยกระดับสายส่งรองรับความต้องการไฟฟ้ามหาศาล
รายละเอียด:
- กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) ได้อนุมัติสินเชื่อมูลค่าสูงสุด 3.26 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับ AEP Texas ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ American Electric Power (AEP) ผ่านโครงการ Energy Dominance Financing ของรัฐบาล
- เงินทุนดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในโครงการปรับปรุงและสร้างโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าใหม่ประมาณ 100 โครงการ ครอบคลุมระยะทางราว 2,800 ไมล์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการส่งไฟฟ้าของโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิมให้เป็นสองเท่า
- โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากศูนย์ข้อมูล (Data Centers), ภาคการผลิตขั้นสูง และอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซในแถบ Permian Basin โดย AEP Texas ระบุว่ามีข้อตกลงรองรับโหลดใหม่ที่อาจเกิดขึ้นสูงถึง 41 GW ภายในปี 2030
ผลกระทบ:
– การดำเนินการนี้สะท้อนถึงการใช้เครื่องมือทางการเงินของรัฐบาลกลาง (DOE) เพื่อแก้ไขปัญหาคอขวดของระบบส่งไฟฟ้า (Transmission Bottleneck) โดยตรง ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดประการหนึ่งในการเปลี่ยนผ่านพลังงานและการรองรับโหลดขนาดใหญ่ (Large Loads) ที่เกิดขึ้นใหม่
– กรณีศึกษานี้เป็นบทเรียนสำคัญว่าการลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าไม่ได้จำเป็นเพียงเพื่อการเชื่อมต่อพลังงานหมุนเวียนเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยุคใหม่ เช่น AI Data Center ซึ่งหากโครงข่ายไม่พร้อม อาจกลายเป็นข้อจำกัดในการเติบโตของประเทศและทำให้สูญเสียโอกาสในการลงทุน
ที่มา: Utility Dive วันที่ 9 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : กรรมาธิการ FERC ชี้ “สถานะที่เป็นอยู่ของ PJM ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้” ส่งสัญญาณการปฏิรูปธรรมาภิบาลของตลาดไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ
รายละเอียด:
- นาย David LaCerte กรรมาธิการจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานแห่งชาติ (FERC) ได้แสดงความคิดเห็นอย่างหนักแน่นว่ากระบวนการตัดสินใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Process) ของ PJM Interconnection ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการระบบและตลาดไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับภาวะชะงักงัน (Gridlock)
- เขาวิจารณ์ว่ากลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียบางกลุ่มใช้กระบวนการดังกล่าวเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจของตนเอง ซึ่งส่งผลเสียต่อเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของระบบไฟฟ้าในภาพรวมของทั้งภูมิภาค และเน้นย้ำว่าสถานะที่เป็นอยู่ (Status Quo) นั้นไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ (Untenable)
- FERC มีกำหนดจะจัดประชุมทางเทคนิคในวันที่ 23 กรกฎาคม เพื่อหารือถึงแนวทางการปฏิรูปธรรมาภิบาลของ PJM อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งรวมถึงการสร้างกระบวนการพิจารณาประเด็นสำคัญต่างๆ ที่รวดเร็วและมีกรอบเวลาชัดเจน
ผลกระทบ:
– การส่งสัญญาณโดยตรงจากกรรมาธิการ FERC อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการตัดสินใจและธรรมาภิบาลขององค์กรผู้ดูแลระบบโครงข่ายไฟฟ้า (RTO/ISO) ซึ่งอาจลดอิทธิพลของกลุ่มผลประโยชน์ดั้งเดิม และเปิดทางให้การเชื่อมต่อพลังงานสะอาด การปรับปรุงตลาดเพื่อรองรับ BESS หรือการวางแผนสายส่งเพื่อรองรับโหลดใหม่ๆ เกิดขึ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
– ประเด็นนี้สะท้อนถึงความท้าทายในระดับสากลของการปฏิรูปตลาดไฟฟ้า ที่โครงสร้างการกำกับดูแลเดิมอาจไม่ทันต่อพลวัตของเทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลระดับชาติต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตลาดสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา: Utility Dive วันที่ 9 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : Sunrun เปิดตัวโครงการนำร่อง “Distributed AI Computing” พลิกโฉมแบตเตอรี่บ้านพักอาศัยสู่โครงข่ายประมวลผล AI แบบกระจายศูนย์
รายละเอียด:
- Sunrun ผู้นำด้านการติดตั้งระบบโซลาร์และแบตเตอรี่สำหรับที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ ประกาศเปิดตัวโครงการนำร่องที่จะติดตั้ง “Compute Nodes” หรือหน่วยประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขนาดเล็กในบ้านของลูกค้าที่มีระบบโซลาร์และแบตเตอรี่อยู่แล้ว
- แนวคิดหลักคือการเปลี่ยนจากการพึ่งพาศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Centralized Data Center) ไปสู่การประมวลผลแบบกระจายศูนย์ (Distributed Edge Computing) โดยใช้พลังงานสะอาดจากหลังคาเรือนและไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในการทำงาน ซึ่งจะช่วยลดภาระต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลักได้อย่างมีนัยสำคัญ
- Sunrun จะทำหน้าที่ขายขีดความสามารถในการประมวลผล (Inference Capacity) ให้กับบริษัท AI และลูกค้าเจ้าของบ้านที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับค่าตอบแทน เป็นการสร้างโมเดลธุรกิจและแหล่งรายได้ใหม่จากสินทรัพย์พลังงานที่มีอยู่เดิม
ผลกระทบ:
– เป็นการสร้างโมเดลธุรกิจที่ทลายกรอบเดิมระหว่างภาคพลังงานและภาคเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเปลี่ยนสินทรัพย์พลังงานแบบกระจายศูนย์ (DERs) ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ซึ่งอาจเป็นต้นแบบของโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant – VPP) ในยุคถัดไปที่ไม่เพียงแต่ให้บริการด้านพลังงาน แต่ยังสามารถให้บริการด้านการประมวลผลได้อีกด้วย
– แนวคิดนี้เป็นทางออกที่น่าสนใจในการแก้ปัญหาความต้องการไฟฟ้ามหาศาลจากอุตสาหกรรม AI โดยไม่ต้องเร่งสร้างโรงไฟฟ้าและสายส่งขนาดใหญ่เพิ่มเติม แต่เป็นการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าที่มีอยู่เดิมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับประเทศที่กำลังเผชิญความท้าทายจากความต้องการไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น
ที่มา: Energy Storage News, pv magazine USA วันที่ 9 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : คณะกรรมการกำกับกิจการนิวเคลียร์สหรัฐฯ (NRC) เสนอปฏิรูปกฎเกณฑ์ครั้งใหญ่ หวังเร่งกระบวนการออกใบอนุญาตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
รายละเอียด:
- คณะกรรมการกำกับกิจการนิวเคลียร์สหรัฐฯ (NRC) ได้เสนอร่างกฎหมายเพื่อปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับ National Environmental Policy Act (NEPA) ซึ่งเป็นกรอบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมด
- การเปลี่ยนแปลงหลักคือ การจำกัดขอบเขตการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้แคบลง โดยจะมุ่งเน้นเฉพาะผลกระทบที่ NRC มีอำนาจกำกับดูแลโดยตรง เช่น ผลกระทบทางรังสี และลดการพิจารณาผลกระทบที่ไม่ใช่รังสี (เช่น เสียง ฝุ่น คุณภาพน้ำ) หากอยู่นอกเหนือขอบเขตอำนาจของ NRC
- นอกจากนี้ ข้อเสนอยังรวมถึงการกำหนดกรอบเวลาการพิจารณาที่ชัดเจนและรวดเร็วขึ้น (1 ปีสำหรับ Environmental Assessment และ 2 ปีสำหรับ Environmental Impact Statement) การจำกัดจำนวนหน้าของรายงาน และขยายการใช้ข้อยกเว้นการประเมินในบางกรณี
ผลกระทบ:
– การปฏิรูปนี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อลดอุปสรรคและเร่งรัดกระบวนการอนุมัติโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นใหม่ (Advanced Reactors) ซึ่งถือเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่มีความมั่นคง (Firm, Clean Power) เพื่อตอบสนองต่อความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากศูนย์ข้อมูล AI และเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
– แนวทางของ NRC สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลกลางในการปรับสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมกับความจำเป็นในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน โดยการปรับปรุงกระบวนการ NEPA ให้มีประสิทธิภาพและคาดการณ์ได้มากขึ้น ซึ่งอาจเป็นต้นแบบให้กับการปฏิรูปกฎระเบียบสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อื่นๆ ในอนาคต
ที่มา: POWER Magazine วันที่ 9 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : รัฐนิวเจอร์ซีย์ออกกฎหมายใหม่ เพิ่มการกำกับดูแลโครงการสายส่งและสร้างพิกัดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูลโดยเฉพาะ
รายละเอียด:
- ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ได้ลงนามในชุดกฎหมาย 3 ฉบับ เพื่อควบคุมค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น โดยฉบับที่สำคัญคือการเพิ่มอำนาจให้หน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ (Board of Public Utilities) ในการตรวจสอบและอนุมัติโครงการสายส่งประเภท “Supplemental Projects” ซึ่งก่อนหน้านี้มักไม่ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดและเป็นสาเหตุของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
- กฎหมายอีกฉบับหนึ่งกำหนดให้บริษัทสาธารณูปโภค (Utility) ต้องเป็นสมาชิกของ PJM อย่างเป็นทางการ เพื่อตัดสิทธิ์ในการรับผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (ROE Adder) 0.5% ที่ FERC เคยให้สำหรับการเป็นสมาชิกโดยสมัครใจ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคโดยตรง
- ประเด็นสำคัญที่สุดคือการออกกฎหมายเพื่อสร้างโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า (Tariff) สำหรับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (มากกว่า 50 MW) โดยเฉพาะ ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องรับประกันการใช้ไฟฟ้าขั้นต่ำเป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปี และสร้างแรงจูงใจให้ลงทุนในพลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงานของตนเอง
ผลกระทบ:
– การสร้าง Tariff สำหรับ Data Center โดยเฉพาะถือเป็นแนวทางเชิงรุกในการบริหารจัดการโหลดขนาดใหญ่ เป็นการส่งสัญญาณให้ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่สร้างขึ้นต่อระบบไฟฟ้า และป้องกันการผลักภาระต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานไปยังผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย ซึ่งเป็นโมเดลที่รัฐอื่น ๆ กำลังจับตามอง
– การเพิ่มการกำกับดูแล “Supplemental Projects” เป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดเกี่ยวกับต้นทุนสายส่งที่มักถูกผลักภาระมาให้ผู้บริโภคโดยขาดการตรวจสอบที่เหมาะสม ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับหน่วยงานกำกับดูแลในการสร้างความโปร่งใสในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของ Utility
ที่มา: Utility Dive วันที่ 8 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : Duke Energy ลดคำขอขึ้นค่าไฟฟ้าในนอร์ทแคโรไลนา แต่ยังเผชิญแรงกดดันประเด็นการจัดสรรต้นทุนให้ศูนย์ข้อมูล
รายละเอียด:
- บริษัท Duke Energy ได้ปรับลดคำขอขึ้นอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านพักอาศัยในรัฐนอร์ทแคโรไลนาจากเดิมที่เสนอไว้ 18% เหลือ 11.6% หลังจากเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากกลุ่มผู้บริโภคและอัยการสูงสุดของรัฐ
- ระหว่างการพิจารณาคำร้อง (Rate Case Hearing) คณะกรรมการกำกับดูแลของรัฐ (NCUC) ได้ตั้งคำถามอย่างละเอียดถึงแผนการลงทุนมูลค่ากว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ของ Duke และประเด็นที่ว่าผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไปจำเป็นต้องแบกรับต้นทุนการยกระดับโครงข่ายเพื่อรองรับศูนย์ข้อมูล AI ที่กำลังเติบโตอย่างมหาศาลหรือไม่
- ผู้แทนจาก Duke Energy ให้เหตุผลว่าการรักษาระดับผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่เหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้บริโภคในระยะยาวผ่านต้นทุนการกู้ยืมที่ต่ำลงเมื่อต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใหม่
ผลกระทบ:
– กรณีศึกษานี้สะท้อนถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนระหว่างความจำเป็นของ Utility ในการลงทุนมหาศาลเพื่อปรับปรุงโครงข่ายให้ทันสมัยและรองรับโหลดใหม่ กับความสามารถในการจ่ายของผู้บริโภค (Affordability) ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญทางการเมืองและสังคม
– การถกเถียงในหัวข้อ “ใครควรเป็นผู้จ่าย” สำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเฉพาะทาง (เช่น Data Center) กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบอัตราค่าไฟฟ้าในอนาคต ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างโครงสร้างราคาที่ซับซ้อนขึ้นเพื่อจัดสรรต้นทุนอย่างเป็นธรรม และเป็นประเด็นที่ทุกประเทศต้องเผชิญ
ที่มา: Utility Dive วันที่ 9 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : ผู้พัฒนาโครงการ BESS ในแคลิฟอร์เนียเลือกใช้ช่องทางด่วนของรัฐ (CEC) เพื่อเลี่ยงอุปสรรคจากกฎระเบียบท้องถิ่น
รายละเอียด:
- บริษัท New Leaf Energy ได้ถอนคำขออนุมัติโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ออกจากหน่วยงานท้องถิ่นใน Santa Cruz County และยื่นขออนุมัติโดยตรงผ่าน California Energy Commission (CEC) ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับรัฐแทน
- การตัดสินใจนี้มีขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์จาก “Opt-in Certification Program” ซึ่งเป็นกฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนียที่ให้อำนาจ CEC ในการอนุมัติโครงการพลังงานขนาดใหญ่ (BESS ที่มีขนาดเกิน 200 MWh) แทนหน่วยงานท้องถิ่นได้ เพื่อเร่งรัดกระบวนการให้รวดเร็วขึ้น
- การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากโครงการเผชิญกับความกังวลและแนวโน้มการต่อต้านจากชุมชนในพื้นที่ ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลจากเหตุการณ์ไฟไหม้ที่โรงเก็บแบตเตอรี่ Moss Landing ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ทำให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัย
ผลกระทบ:
– ประเด็นนี้สะท้อนถึงความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นระหว่างเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระดับรัฐ ที่ต้องการความรวดเร็วในการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานใหม่ กับอำนาจในการควบคุมการใช้ที่ดินและความกังวลของชุมชนในระดับท้องถิ่น (State vs. Local Control) ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดทั่วโลก
– การมีกลไกการอนุมัติแบบเร่งด่วน (Fast-track) ในระดับรัฐหรือระดับชาติ กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่อาจช่วยปลดล็อกโครงการพลังงานสะอาดที่ติดหล่มอยู่กับการต่อต้านในพื้นที่ (NIMBYism – Not In My Backyard) ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศที่ตั้งเป้าหมาย Net Zero และต้องการเร่งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
ที่มา: Energy Storage News วันที่ 8 กรกฎาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- รายงานจาก MIT ชี้ว่า แม้กฎหมาย OBBBA จะลดทอนมาตรการสนับสนุนบางส่วนจาก IRA แต่ตลาดโซลาร์และระบบกักเก็บพลังงานในสหรัฐฯ ยังคงมีความยืดหยุ่นสูง โดยอุปสรรคที่แท้จริงในปัจจุบันคือปัญหาการขออนุญาตและการขยายสายส่งที่ล่าช้า
- บริษัท Frontier Power USA ได้เลือกพื้นที่ 4 แห่งในเท็กซัส เพื่อติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว (LDES) ขนาดรวม 920 MWh โดยใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่สังกะสีไฮบริดแคโทด (Zinc Hybrid-Cathode) จากบริษัท Eos Energy Enterprises
- การร่วมทุนระหว่าง Honda และ LG Energy Solution ได้เริ่มการผลิตเซลล์แบตเตอรี่สำหรับระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ที่โรงงานในรัฐโอไฮโอ ซึ่งเดิมทีตั้งเป้าผลิตเพื่อยานยนต์ไฟฟ้า สะท้อนแนวโน้มการปรับตัวของห่วงโซ่อุปทานเพื่อตอบสนองตลาด BESS ที่เติบโต
- สาธารณูปโภคในรัฐแมสซาชูเซตส์ได้ลงนามในสัญญาจัดหาระบบกักเก็บพลังงานรวมกว่า 4.5 GWh จาก 3 โครงการใหญ่ เพื่อเพิ่มเสถียรภาพให้ระบบไฟฟ้าและรองรับเป้าหมายพลังงานสะอาดของรัฐ
- คดีความในรัฐโอไฮโอที่คณะกรรมการพิจารณาการตั้งโรงไฟฟ้า (Ohio Power Siting Board) ขอให้ศาลยกฟ้องคดีที่เกี่ยวข้องกับการปฏิเสธใบอนุญาตโครงการโซลาร์ สะท้อนความไม่แน่นอนทางกฎหมายที่นักพัฒนาพลังงานหมุนเวียนต้องเผชิญจากการต่อต้านในระดับท้องถิ่น