Skip to content
  • Facebook
  • Youtube
ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP
ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP
  • KYP Insights
    • Think Tank
    • Grid Watch
    • Shock Circuit
  • Thailand Energy
    • Daily News
    • Weekly Analysis
  • Global Weekly
    • ASEAN
    • Australia
    • China
    • EU & UK
    • Japan & Korea
    • USA
  • Active Public Hearings
  • About Us
  • KYP Insights
    • Think Tank
    • Grid Watch
    • Shock Circuit
  • Thailand Energy
    • Daily News
    • Weekly Analysis
  • Global Weekly
    • ASEAN
    • Australia
    • China
    • EU & UK
    • Japan & Korea
    • USA
  • Active Public Hearings
  • About Us
Subscribe
Close

Search

ASEAN

รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 27-Jun-2026 ถึง 03-Jul-2026

By KYP-Editorial
July 3, 2026 3 Min Read
0

ประเด็นข่าวที่ 1 : สิงคโปร์ประกาศขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับภาคครัวเรือน 17% สะท้อนต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูง

รายละเอียด:

  • หน่วยงานกำกับดูแลตลาดพลังงาน (Energy Market Authority – EMA) ของสิงคโปร์ ประกาศปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับภาคครัวเรือนในไตรมาสที่ 3 ของปี (กรกฎาคม-กันยายน) เพิ่มขึ้น 17% หรือ 4.64 เซนต์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าใหม่ปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 31.91 เซนต์ต่อ kWh (ก่อนรวมภาษี GST) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  • การปรับขึ้นค่าไฟฟ้าครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากราคาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของสิงคโปร์ที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักถึง 95% ขณะเดียวกัน ค่าก๊าซหุงต้มสำหรับครัวเรือน (Town Gas) ก็ปรับขึ้น 7.1% เช่นกัน
  • เพื่อบรรเทาผลกระทบ กระทรวงการคลัง (Ministry of Finance – MOF) ได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือผ่านโครงการ U-Save rebates โดยครัวเรือนที่อาศัยในแฟลตของรัฐ (HDB) มากกว่าหนึ่งล้านครัวเรือน จะได้รับเงินช่วยเหลือค่าสาธารณูปโภคสูงสุดถึง 190 ดอลลาร์สิงคโปร์ในเดือนกรกฎาคม

ผลกระทบ:

  • การปรับขึ้นค่าไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญนี้สะท้อนถึงความเปราะบางของโครงสร้างระบบไฟฟ้าสิงคโปร์ที่พึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศเป็นหลัก ทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าผันผวนโดยตรงตามราคาพลังงานในตลาดโลกและปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นความท้าทายด้านความมั่นคงทางพลังงานที่หลายประเทศในอาเซียนกำลังเผชิญ
  • แนวโน้มดังกล่าวผลักดันให้ผู้บริโภคในสิงคโปร์หันมาเลือกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบราคาคงที่ (fixed-price plans) กับผู้ค้าปลีกไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในอนาคต ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่น่าจับตา และอาจเป็นโมเดลธุรกิจใหม่สำหรับผู้ให้บริการสาธารณูปโภค (Utility) ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน
  • แม้รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม แต่ความผันผวนของราคาพลังงานในระยะยาวจะเป็นแรงกดดันให้สิงคโปร์ต้องเร่งรัดนโยบายการเปลี่ยนผ่านพลังงานให้เร็วขึ้น โดยเฉพาะการแสวงหาแหล่งพลังงานสะอาดข้ามพรมแดนผ่านโครงการ ASEAN Power Grid และการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกอื่น ๆ เพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาตินำเข้า

ที่มา:

The Straits Times, 30 มิถุนายน 2569

ประเด็นข่าวที่ 2 : มาเลเซียคาดการณ์ความต้องการไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูล (Data Center) จะพุ่งสูงถึงหนึ่งในสามของประเทศภายในปี 2578

รายละเอียด:

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเปลี่ยนผ่านพลังงานและการปฏิรูปน้ำของมาเลเซีย Datuk Seri Fadillah Yusof เปิดเผยข้อมูลคาดการณ์ว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากปัจจุบันที่คิดเป็น 7% ของอุปทานไฟฟ้าทั้งประเทศ (10,544 GWh) ไปเป็นประมาณหนึ่งในสาม หรือ 73,274 GWh ภายในปี 2578
  • ความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล ส่งผลให้ความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (peak demand) ในคาบสมุทรมลายูคาดว่าจะเติบโตในอัตราเฉลี่ย 5.1% ต่อปี (CAGR) จาก 21.3 กิกะวัตต์ ในปี 2569 เป็น 33.5 กิกะวัตต์ ในปี 2578
  • เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ รัฐบาลมาเลเซียและคณะกรรมการพลังงาน (Energy Commission) ได้ออกมาตรการหลายด้าน ได้แก่ การขยายอายุการใช้งานโรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่มีอยู่เดิม, การเปิดประมูลเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ, และการส่งเสริมให้ศูนย์ข้อมูลซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนโดยตรงผ่านโครงการ Corporate Renewable Energy Supply Scheme (CRESS) และโครงการโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ (LSS)

ผลกระทบ:

  • ประเด็นนี้สะท้อนถึงความท้าทายครั้งใหญ่ต่อการวางแผนระบบไฟฟ้า (Power System Planning) ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งกำลังกลายเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านดิจิทัล การเติบโตของโหลดไฟฟ้าขนาดใหญ่และมีความต้องการความเสถียรสูงจากศูนย์ข้อมูล AI จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
  • นโยบายของมาเลเซียที่สนับสนุนให้ศูนย์ข้อมูลจัดหาพลังงานหมุนเวียนด้วยตนเองหรือผ่าน CRESS ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจในการผลักภาระการลงทุนด้านกำลังการผลิตบางส่วนไปยังภาคเอกชน ซึ่งอาจเป็นบทเรียนให้กับประเทศอื่น ๆ ในการออกแบบกลไกตลาดและโครงสร้างราคาพลังงานสะอาดสำหรับลูกค้ารายใหญ่โดยเฉพาะ
  • การขยายอายุโรงไฟฟ้าฟอสซิลเดิมควบคู่ไปกับการเร่งพลังงานหมุนเวียน แสดงให้เห็นถึงแนวทางการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เน้นความสมดุลระหว่างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและการลดคาร์บอน ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่เกิดขึ้นจริงในหลายประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบไฟฟ้าจะสามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลได้ในระยะสั้นถึงกลาง

ที่มา:

The Edge Malaysia, 1 กรกฎาคม 2569

ประเด็นข่าวที่ 3 : มาเลเซียวางกรอบนโยบายเปลี่ยนพื้นที่โรงไฟฟ้าถ่านหินที่ปลดระวางให้เป็นศูนย์กลางพลังงานสะอาด

รายละเอียด:

  • Datuk Seri Fadillah Yusof รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการเปลี่ยนผ่านพลังงานและการปฏิรูปน้ำของมาเลเซีย ประกาศแผนการจัดทำกรอบนโยบายแห่งชาติว่าด้วยการใช้ประโยชน์พื้นที่โรงไฟฟ้าถ่านหินที่ปลดระวาง (National Coal Site Repurposing Framework)
  • ภายใต้กรอบนโยบายนี้ พื้นที่ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเดิม ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอยู่แล้ว เช่น ระบบสายส่งไฟฟ้า ที่ดิน และสิ่งอำนวยความสะดวกทางอุตสาหกรรม จะถูกเปลี่ยนให้เป็นศูนย์กลางพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Hubs) ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และโครงการพลังงานสะอาดอื่น ๆ
  • แผนดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายของมาเลเซียที่จะไม่สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ และจะทยอยปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมดภายในปี 2587 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการมีสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 70% ภายในปี 2593

ผลกระทบ:

  • แนวคิดการเปลี่ยนผ่านสินทรัพย์ (Asset Transition) จากโรงไฟฟ้าฟอสซิลเป็นโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด เป็นยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาดและกำลังเป็นที่สนใจในระดับสากล การใช้ประโยชน์จากโครงข่ายสายส่งเดิมช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการเชื่อมต่อโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่เข้ากับระบบ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการพัฒนาพลังงานสะอาดในหลายประเทศ
  • การเปลี่ยนพื้นที่โรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นศูนย์ BESS จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาเสถียรภาพของระบบโครงข่ายไฟฟ้าในอนาคตที่ต้องรองรับพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนสูง การดำเนินการดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการวางแผนเชิงรุกเพื่อเตรียมความพร้อมของระบบไฟฟ้าสำหรับอนาคต
  • รูปแบบธุรกิจของ Utility จะต้องปรับเปลี่ยนจากการเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิม ไปสู่การเป็นผู้พัฒนาและบริหารจัดการสินทรัพย์พลังงานที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงโซลาร์ฟาร์ม วินด์ฟาร์ม และระบบ BESS ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นโอกาสและความท้าทายในการปรับตัวของกิจการไฟฟ้าในภูมิภาค

ที่มา:

The Edge Malaysia, 2 กรกฎาคม 2569

ประเด็นข่าวที่ 4 : ฟิลิปปินส์เปิดเสรีกิจการไฟฟ้ามากขึ้น ลดเกณฑ์ขั้นต่ำให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยเลือกผู้ค้าปลีกได้

รายละเอียด:

  • คณะกรรมการกำกับดูแลพลังงาน (Energy Regulatory Commission – ERC) ของฟิลิปปินส์ ได้ประกาศบังคับใช้เกณฑ์ใหม่สำหรับโครงการ Retail Competition and Open Access (RCOA) และโครงการ Retail Aggregation Program (RAP) โดยปรับลดเกณฑ์การใช้ไฟฟ้าขั้นต่ำจาก 500 กิโลวัตต์ (kW) ลงเหลือเพียง 100 kW มีผลตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2569
  • การเปลี่ยนแปลงนี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล หรือแม้กระทั่งกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน สามารถเลือกทำสัญญาซื้อไฟฟ้าโดยตรงกับผู้ค้าปลีกไฟฟ้า (Retail Electricity Supplier – RES) ที่ตนเองต้องการได้ แทนที่จะต้องซื้อจากบริษัทจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่ (Distribution Utility) เพียงรายเดียว
  • โครงการ RAP ยังอนุญาตให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายเล็ก ๆ สามารถรวมกลุ่มกัน (Aggregation) เพื่อให้มีปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวมกันถึงเกณฑ์ 100 kW ได้ ซึ่งล่าสุดมีกลุ่มครัวเรือนในเมืองซานฮวนและเกซอนซิตี้ประสบความสำเร็จในการรวมกลุ่มและเปลี่ยนไปใช้ผู้ค้าปลีกรายใหม่แล้ว โดยมีบริษัท EvoEnergi เป็นผู้ดำเนินการ

ผลกระทบ:

  • การลดเกณฑ์ RCOA เป็นก้าวสำคัญของการเปิดเสรีกิจการไฟฟ้าในฟิลิปปินส์ ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันในภาคการค้าปลีกไฟฟ้าอย่างแท้จริง ผู้ค้าปลีกจะต้องนำเสนอราคาและบริการที่แข่งขันได้เพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้บริโภคในระยะยาว
  • โมเดล Retail Aggregation ถือเป็นรูปแบบธุรกิจใหม่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง สำหรับ Utility ในประเทศที่กำลังพิจารณาเปิดเสรีตลาดไฟฟ้า การเกิดขึ้นของ Aggregator (ผู้รวบรวมโหลด) จะเปลี่ยนพลวัตของอุตสาหกรรม โดย Utility อาจต้องปรับบทบาทเป็นเพียงผู้ให้บริการโครงข่าย (Network Provider) ขณะที่ Aggregator จะเข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการลูกค้าและจัดหาพลังงาน
  • บทเรียนจากฟิลิปปินส์ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการเพิ่มอำนาจให้ผู้บริโภค (Consumer Empowerment) ในการเข้าถึงพลังงานสะอาดและจัดการต้นทุนพลังงานของตนเอง ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่ระบบที่กระจายศูนย์และแข่งขันได้มากขึ้น

ที่มา:

The Philippine Star, 1 กรกฎาคม 2569 และ Inquirer, 29 มิถุนายน 2569

ประเด็นข่าวที่ 5 : AboitizPower เดินหน้าโครงการแบตเตอรี่ 60 MW ในเซบู เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในภูมิภาควิซายัส

รายละเอียด:

  • บริษัท Aboitiz Power Corp. (AboitizPower) ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System – BESS) ขนาด 60 เมกะวัตต์ ที่เมืองนากา จังหวัดเซบู โดยโครงการนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ของโรงไฟฟ้าเก่า Naga Power Plant Complex
  • โครงการ BESS ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการสำรองไฟฟ้าฉุกเฉิน (Contingency Reserve) และบริการควบคุมความถี่ (Regulating Reserve) เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและรักษาเสถียรภาพของระบบโครงข่ายไฟฟ้าในภูมิภาควิซายัส ซึ่งประสบปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพออยู่บ่อยครั้ง
  • การพัฒนาโครงการนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านการใช้ประโยชน์ที่ดินจากโรงไฟฟ้าถ่านหินและดีเซลเดิมที่ถูกปลดระวาง ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดสมัยใหม่ โดยโครงการมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570
  • Mario Marasigan ปลัดกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ ได้กล่าวชื่นชมการลงทุนของ AboitizPower ว่าเป็นการแสดงความเชื่อมั่นต่ออนาคตพลังงานของประเทศ และเป็นเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการสร้างระบบไฟฟ้าที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพเพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียน

ผลกระทบ:

  • การลงทุนในโครงการ BESS ขนาดใหญ่โดยบริษัทพลังงานชั้นนำของประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการนำเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานมาใช้เพื่อแก้ปัญหาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะหรือพื้นที่ที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูงขึ้น
  • การตัดสินใจของ AboitizPower ในการรื้อถอนโรงไฟฟ้าถ่านหินและดีเซลเดิมเพื่อสร้าง BESS เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระดับองค์กร และเป็นตัวอย่างของการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจของ Utility จากผู้ผลิตไฟฟ้าฟอสซิลไปสู่ผู้ให้บริการโซลูชันด้านความยืดหยุ่นของกริด (Grid Flexibility)
  • บทเรียนสำคัญสำหรับภูมิภาคอาเซียนคือ BESS ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีเสริม แต่เป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ (indispensable component) สำหรับการสร้างระบบไฟฟ้าที่ทันสมัยและยั่งยืน การลงทุนใน BESS จะช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากปัญหาไฟฟ้าดับและไฟฟ้าตกได้อย่างมีนัยสำคัญ

ที่มา:

Inquirer, 2 กรกฎาคม 2569

ประเด็นข่าวที่ 6 : กระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ขู่ขึ้นบัญชีดำบริษัทโรงไฟฟ้า 175 แห่งที่ไม่สามารถรักษาประสิทธิภาพการผลิต

รายละเอียด:

  • Sharon Garin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (Department of Energy – DOE) ของฟิลิปปินส์ ประกาศเตรียมออกคำสั่งให้ชี้แจง (show-cause orders) ต่อบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้า (gencos) จำนวน 175 แห่ง (164 แห่งในระบบโครงข่ายหลัก และ 11 แห่งในพื้นที่นอกโครงข่าย) เนื่องจากมีประสิทธิภาพการผลิตต่ำกว่าเกณฑ์และไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ตามที่คาดหวัง
  • การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามหนังสือเวียนฉบับใหม่ที่มุ่งเพิ่มความรับผิดชอบของผู้ผลิตไฟฟ้าต่อปัญหาการหยุดเดินเครื่องนอกแผน (Forced Outages) การลดกำลังการผลิตเป็นเวลานาน (Prolonged Deratings) และการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดการสำรองเชื้อเพลิงขั้นต่ำ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับและค่าไฟฟ้าสูงขึ้น
  • รัฐมนตรี Garin ระบุว่าบทลงโทษอาจรวมถึงการขึ้นบัญชีดำบริษัทเหล่านี้จากการเข้าร่วมประมูลจัดหาไฟฟ้า (Competitive Selection Process) หรือแม้กระทั่งการเพิกถอนใบอนุญาต โดยให้เหตุผลว่าผู้ผลิตไฟฟ้าเป็นผู้ให้บริการสาธารณะที่มีภาระผูกพันในการจ่ายไฟฟ้าที่มั่นคงให้กับผู้บริโภค

ผลกระทบ:

  • มาตรการขั้นเด็ดขาดของ DOE ฟิลิปปินส์สะท้อนถึงปัญหารากลึกด้านความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในประเทศ ซึ่งเกิดจากความไม่พร้อมของโรงไฟฟ้าจำนวนมาก การบังคับใช้กฎระเบียบอย่างจริงจังเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของอุปทานไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
  • ความท้าทายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในฟิลิปปินส์ แต่เป็นภาพสะท้อนของหลายประเทศในภูมิภาคที่กำลังเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งโรงไฟฟ้าเก่าเริ่มมีปัญหาด้านความพร้อมจ่าย (Availability) ขณะที่โรงไฟฟ้าใหม่โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียนยังไม่สามารถให้ความมั่นคงได้เท่าที่ควร
  • ประเด็นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการออกแบบตลาดไฟฟ้าและสัญญาระยะยาวที่ต้องมีบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับผู้ผลิตที่ไม่สามารถรักษาประสิทธิภาพได้ ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนในการบำรุงรักษาและการปรับปรุงโรงไฟฟ้าอย่างสม่เสมอ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าโดยรวม

ที่มา:

Inquirer, 29 มิถุนายน 2569

ประเด็นข่าวที่ 7 : ฟิลิปปินส์ส่งเสริมไฟฟ้าในพื้นที่ห่างไกลผ่านโครงการไฮบริดไมโครกริดในปาลาวัน

รายละเอียด:

  • ธนาคาร Land Bank of the Philippines (Landbank) ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐ ได้อนุมัติสินเชื่อมูลค่า 800 ล้านเปโซ ให้กับบริษัท Archipelago Renewables Corp. (ARC) เพื่อพัฒนาโครงการไฮบริดไมโครกริดในพื้นที่นอกระบบโครงข่ายไฟฟ้า (off-grid) ในจังหวัดปาลาวัน
  • โครงการดังกล่าวจะประกอบด้วยการสร้างไมโครกริดจำนวน 16 แห่ง และเครือข่ายระบบจำหน่ายระยะทาง 175 กิโลเมตร เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับกว่า 7,100 ครัวเรือน และธุรกิจกว่า 300 แห่ง โดยระบบจะใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลัก ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ และมีเครื่องยนต์ดีเซลเป็นระบบสำรอง
  • Lynette Ortiz ประธานและซีอีโอของ Landbank กล่าวว่าโครงการนี้เป็นมากกว่าการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นการสร้างโอกาสโดยผสมผสานพลังงานสะอาดเข้ากับการสนับสนุนทางการเงิน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนและขับเคลื่อนการเติบโตในพื้นที่ด้อยโอกาส

ผลกระทบ:

  • โครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้เทคโนโลยีไมโครกริดเพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงไฟฟ้าในพื้นที่เกาะและพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นความท้าทายร่วมกันของหลายประเทศในอาเซียน เช่น อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ การใช้ระบบไฮบริดช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของไฟฟ้าและลดการพึ่งพาน้ำมันดีเซลซึ่งมีราคาสูงและสร้างมลภาวะ
  • โมเดลทางการเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารของรัฐเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการลักษณะนี้เกิดขึ้นได้จริง เนื่องจากโครงการในพื้นที่ห่างไกลมักมีความเสี่ยงสูงและให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ไม่จูงใจภาคเอกชนเพียงลำพัง บทบาทของสถาบันการเงินของรัฐจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรลุเป้าหมายการเข้าถึงพลังงานอย่างทั่วถึง (Universal Access)
  • การพัฒนาไมโครกริดจะนำไปสู่การสร้างระบบไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Energy System) ที่มีความยืดหยุ่นและทนทานต่อภัยพิบัติได้ดีกว่าระบบโครงข่ายขนาดใหญ่แบบรวมศูนย์ ซึ่งเป็นแนวโน้มสำคัญของการพัฒนาระบบไฟฟ้าสมัยใหม่ทั่วโลก

ที่มา:

Inquirer, 30 มิถุนายน 2569 และ The Philippine Star, 1 กรกฎาคม 2569

ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ

  • อินโดนีเซียเตรียมบังคับใช้ไบโอดีเซล B50 ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล
  • รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังพิจารณาให้แรงจูงใจด้านคาร์บอนแก่ท่าเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Ports) ภายใต้กลไกมูลค่าทางเศรษฐกิจของคาร์บอน (NEK) เพื่อส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการขนส่งทางทะเล
  • Pertamina NRE ของอินโดนีเซียประสบความสำเร็จในการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในบริษัท Citicore Renewable Energy Corporation (CREC) ของฟิลิปปินส์ สะท้อนถึงการขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในระดับภูมิภาคอาเซียน
  • ธนาคารโลกอนุมัติเงินกู้ 1.02 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่ฟิลิปปินส์ เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปภาคพลังงานและน้ำ รวมถึงการเปิดประมูลโครงการลมนอกชายฝั่งครั้งแรกของประเทศ
  • กลุ่มบริษัท LT Group ของฟิลิปปินส์ โดย Lucio Tan ได้ทำสัญญารับซื้อไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพจากบริษัท First Gen Corp. ขนาดรวมกว่า 21 เมกะวัตต์ เพื่อใช้ในธุรกิจต่างๆ ซึ่งรวมถึงสายการบิน Philippine Airlines (PAL)

Tags:

data centerกระทรวงพลังงานการไฟฟ้านายกรัฐมนตรีอาเซียน
Author

KYP-Editorial

Follow Me
Other Articles
Previous

รายงานข่าวระบบไฟฟ้าญี่ปุ่นและเกาหลี (East Asia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 27-Jun-2026 ถึง 03-Jul-2026

Next

รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศ EU & UK (EU&UK Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 27-Jun-2026 ถึง 03-Jul-2026

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

  • July 8, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 08 กรกฎาคม 2569
  • July 7, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 07 กรกฎาคม 2569
  • July 6, 2026 by Dr.Nawat GridWatch EP.12. พายุอุปสงค์ AI และ Data Center เขย่ากริดไฟฟ้าโลก: บทเรียนสำคัญถึงไทยในการเตรียมเสถียรภาพพลังงานฐาน
  • July 6, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 06 กรกฎาคม 2569
  • July 5, 2026 by KYP-Editorial รายงานวิเคราะห์ข่าวพลังงานรายสัปดาห์ (Weekly Digest) ประจำวันที่ 29 มิถุนายน 2569 - 5 กรกฎาคม 2569

ใหม่! รวม ร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างช่วงแสดงความคิดเห็น (Click ใน Active Public Hearings)

ใหม่! บทความเปลี่ยนค่าไฟเป็นทุน: ข้อเสนอเชิงนโยบาย “On-Bill Repayment” ปลดล็อกโซลาร์เซลล์ให้คนไทย (Click ใน KYP Insights)

Copyright 2026 — ENERGY NEWS BY KYP sponsored by Foundation of Ecological Recovery. All rights reserved.