รายงานข่าวระบบไฟฟ้าญี่ปุ่นและเกาหลี (East Asia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 27-Jun-2026 ถึง 03-Jul-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : เกาหลีใต้ประกาศแผนลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ 800 ล้านล้านวอน สร้างศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่ รับความต้องการพลังงานมหาศาลยุค AI
รายละเอียด:
- รัฐบาลเกาหลีใต้ นำโดยประธานาธิบดี Lee Jae Myung ประกาศแผนการลงทุนขนาดใหญ่ร่วมกับบริษัท Samsung Electronics และ SK hynix มูลค่ารวมกว่า 800 ล้านล้านวอน (ประมาณ 5.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อสร้างศูนย์กลางการผลิตเซมิคอนดักเตอร์แห่งที่สองของประเทศ
- โครงการนี้จะตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ (โฮนัม) เพื่อลดการกระจุกตัวจากคลัสเตอร์เดิมในจังหวัดคยองกีที่กำลังเผชิญข้อจำกัดด้านพื้นที่และพลังงาน โดยจะมีการสร้างโรงงานผลิตเมมโมรี่ชิปแห่งใหม่ 4 แห่ง พร้อมด้วยศูนย์ข้อมูล AI ระดับชาติ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง
- ผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองบริษัทได้กล่าวถึงความจำเป็นในการขยายกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล โดยระบุว่าคลัสเตอร์เดิมที่ยงอินเพียงแห่งเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป
ผลกระทบ:
การลงทุนขนาดมหึมานี้จะสร้างความต้องการใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งเป็นความท้าทายโดยตรงต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบโครงข่ายไฟฟ้าของเกาหลีใต้ โดยผู้บริหารของ Samsung ได้เรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์และส่งเสริมสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเอกชน (PPA) เพื่อรองรับความต้องการนี้
กรณีศึกษานี้สะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตของอุตสาหกรรม AI และศูนย์ข้อมูลได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการวางแผนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งเป็นบทเรียนสำหรับผู้กำหนดนโยบายและผู้ประกอบการกิจการไฟฟ้าทั่วโลกในการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับโหลดขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์
ที่มา: The Korea Herald, 30 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : SK Group จับมือ KKR จัดตั้งบริษัทพลังงานหมุนเวียนใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ มุ่งตอบสนองความต้องการไฟฟ้าจาก AI และเซมิคอนดักเตอร์
รายละเอียด:
- SK Inc. ประกาศความร่วมมือกับบริษัทจัดการการลงทุนระดับโลก KKR เพื่อก่อตั้งบริษัทพลังงานหมุนเวียนแบบครบวงจร (HoldCo) ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ภายในสิ้นปีนี้
- บริษัทใหม่นี้จะทำการรวบรวมสินทรัพย์ด้านพลังงานหมุนเวียนที่กระจายตัวอยู่ในบริษัทเครือ SK อาทิ SK Innovation, SK Ecoplant และ SK Discovery เข้าไว้ด้วยกัน ครอบคลุมทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม เซลล์เชื้อเพลิง และระบบกักเก็บพลังงาน
- ภายใต้ข้อตกลง KKR จะถือหุ้น 51% และมีอำนาจบริหารในช่วงแรก ในขณะที่ SK Inc. จะถือหุ้น 49% โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการขยายกำลังการผลิตติดตั้งจาก 1.7 กิกะวัตต์ในปัจจุบัน สู่ระดับ 10 กิกะวัตต์ภายในปี พ.ศ. 2574
ผลกระทบ:
การควบรวมกิจการครั้งประวัติศาสตร์นี้สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจของกลุ่มบริษัทพลังงานขนาดใหญ่ (Utility Transformation) เพื่อสร้างแพลตฟอร์มพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ที่สามารถตอบสนองความต้องการไฟฟ้าจากภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ศูนย์ข้อมูล AI และโรงงานผลิตชิป ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีความต้องการพลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน
โมเดลความร่วมมือระหว่างกลุ่มทุนอุตสาหกรรมกับกองทุนโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกเป็นกลยุทธ์ที่น่าจับตามองในการระดมทุนสำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และอาจกลายเป็นต้นแบบสำหรับตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาค
ที่มา: The Korea Herald, 1 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : ญี่ปุ่นปฏิเสธการให้การรับรองความปลอดภัยทางไซเบอร์แก่ผู้ผลิตแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานจากจีน
รายละเอียด:
- รัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่ให้การรับรองด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) แก่ผู้ผลิตแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (Storage Battery) จากประเทศจีน แม้กฎระเบียบใหม่ที่กำหนดให้อุปกรณ์ดังกล่าวต้องผ่านการรับรองจึงจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าได้ กำลังจะมีผลบังคับใช้
- กฎระเบียบดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่เข้มงวดขึ้นของญี่ปุ่น
- ผู้ผลิตจากจีนซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดในญี่ปุ่นแสดงความกังวลว่ามาตรการนี้อาจเป็นการกีดกันทางการค้าโดยพฤตินัย เนื่องจากยังไม่มีบริษัทจีนรายใดผ่านการรับรองดังกล่าวได้สำเร็จ
ผลกระทบ:
ประเด็นนี้ชี้ให้เห็นว่าความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ได้กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยเฉพาะระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ซึ่งมีการควบคุมผ่านระบบดิจิทัลและอาจเป็นช่องโหว่ต่อการโจมตีได้
เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้าทั่วโลกในการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับเทคโนโลยีโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และอาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในห่วงโซ่อุปทานของอุปกรณ์ BESS ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผลิตจีนเป็นผู้เล่นหลักในตลาดโลก
ที่มา: Nikkei Asia, 1 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : Mitsubishi Heavy Industries ทุ่มลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตกังหันก๊าซเป็นสองเท่า รองรับความต้องการไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูล AI
รายละเอียด:
- บริษัท Mitsubishi Heavy Industries (MHI) ประกาศแผนลงทุนมูลค่ากว่า 1 แสนล้านเยน (ประมาณ 618 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อขยายกำลังการผลิตกังหันก๊าซขนาดใหญ่ให้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปีงบประมาณ 2573 เมื่อเทียบกับปี 2567
- การลงทุนนี้มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองต่อความต้องการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา อันเป็นผลมาจากการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดของศูนย์ข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI Data Center)
- MHI จะดำเนินการขยายโรงงานในเมืองทากาซาโงะ จังหวัดเฮียวโงะ และโรงงานในรัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา เพื่อรองรับการผลิตที่เพิ่มขึ้น
ผลกระทบ:
ข่าวดังกล่าวยืนยันแนวโน้มที่ว่า การเติบโตของอุตสาหกรรม AI กำลังสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อระบบพลังงาน ทำให้ความต้องการแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มั่นคงและตอบสนองได้รวดเร็ว (Dispatchable Power) เช่น โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ มีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อสร้างสมดุลให้กับพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน
แม้ทิศทางของโลกจะมุ่งสู่พลังงานสะอาด แต่การลงทุนในเทคโนโลยีกังหันก๊าซประสิทธิภาพสูงยังคงมีความสำคัญในระยะเปลี่ยนผ่าน เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานและรองรับโหลดขนาดใหญ่จากอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งถือเป็นความท้าทายเชิงนโยบายที่หลายประเทศต้องเผชิญ
ที่มา: Nikkei Asia, 28 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : HD Hyundai Electric บรรลุข้อตกลงมูลค่า 1.12 ล้านล้านวอน จัดหาอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ศูนย์ข้อมูลของบริษัท Big Tech
รายละเอียด:
- HD Hyundai Electric บริษัทในเครือ HD Hyundai Group เปิดเผยว่าได้ลงนามในข้อตกลงกรอบความร่วมมือ (Framework Agreement) มูลค่ารวม 1.12 ล้านล้านวอน (ประมาณ 721 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อจัดหาอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์จำหน่ายไฟฟ้าให้กับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลกแห่งหนึ่ง
- ข้อตกลงนี้เป็นการจัดหาอุปกรณ์ในรูปแบบแพ็กเกจครบวงจร ซึ่งครอบคลุมทั้งหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง (Power Transformer) และอุปกรณ์ในระบบจำหน่าย (Distribution Equipment) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทเน้นย้ำว่าช่วยเพิ่มความเข้ากันได้ของระบบและลดความเสี่ยงให้ลูกค้า
- บริษัทชี้ว่าความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูลกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในอเมริกาเหนือ โดยอ้างอิงข้อมูลจาก IEA ที่คาดการณ์ว่าการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าภายในปี พ.ศ. 2573
ผลกระทบ:
ข้อตกลงนี้สะท้อนโอกาสทางธุรกิจมหาศาลสำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าในยุค AI ซึ่งความต้องการสร้างศูนย์ข้อมูลกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการนำเสนอโซลูชันแบบครบวงจร (Package Solution) ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม
แนวโน้มดังกล่าวบ่งชี้ถึงการปรับตัวของผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าแบบดั้งเดิมเพื่อรุกเข้าสู่ตลาดใหม่ที่มีความต้องการเฉพาะทางสูง เช่น ศูนย์ข้อมูล ที่ต้องการความน่าเชื่อถือของระบบไฟฟ้าในระดับสูงสุด ซึ่งจะผลักดันให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีอุปกรณ์ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพและความชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น
ที่มา: The Korea Herald, 2 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : ญี่ปุ่นพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปไฮโดรเจนเป็นทางเลือกใหม่ที่ต้นทุนต่ำกว่าเซลล์เชื้อเพลิง
รายละเอียด:
- กลุ่มบริษัทในญี่ปุ่น นำโดย Kawasaki Heavy Industries และ Toyota Motor กำลังให้ความสนใจกับการพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปที่ใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงโดยตรง เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cells) ซึ่งยังมีต้นทุนสูง
- แนวคิดหลักคือการดัดแปลงเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีอยู่เดิมให้สามารถใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงได้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและเร่งการนำไปใช้งานได้เร็วกว่า โดย Kawasaki Heavy กำลังพัฒนาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็ก ในขณะที่ Toyota ได้นำรถยนต์ต้นแบบไปทดสอบในการแข่งขัน
- แม้ว่าเครื่องยนต์สันดาปไฮโดรเจนยังมีการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) แต่ไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยตรงจากการเผาไหม้
ผลกระทบ:
การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจไฮโดรเจนที่มีความหลากหลาย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจเป็นแนวทางที่เหมาะสมสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการลดคาร์บอนแต่ยังจำเป็นต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานและห่วงโซ่อุปทานเดิม
เทคโนโลยีนี้อาจทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมที่สำคัญในระยะเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะในภาคการขนส่งหนักและการผลิตไฟฟ้าสำรอง ก่อนที่เทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงและไฮโดรเจนสีเขียวจะมีราคาที่สามารถแข่งขันได้ในเชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลาย
ที่มา: Nikkei Asia, 3 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : เกิดเหตุน้ำมวลหนักรั่วไหล 208 กิโลกรัมจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ Wolsong-4 ในเกาหลีใต้
รายละเอียด:
- บริษัท Korea Hydro & Nuclear Power Co. (KHNP) ผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของรัฐบาลเกาหลีใต้ รายงานต่อคณะกรรมการความปลอดภัยและมั่นคงทางนิวเคลียร์ (NSSC) ว่าตรวจพบการรั่วไหลของน้ำมวลหนัก (Heavy Water) ปริมาณ 208 กิโลกรัม จากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ Wolsong-4 ในเมืองคยองจู
- เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่เตาปฏิกรณ์เครื่องนี้กำลังอยู่ในช่วงปิดซ่อมบำรุงตามวาระปกติ โดยทาง KHNP ได้ดำเนินการปิดปั๊มที่เกี่ยวข้องทันทีหลังตรวจพบการรั่วไหล
- หน่วยงานกำกับดูแลยืนยันว่าน้ำที่รั่วไหลยังคงอยู่ภายในอาคารของโรงไฟฟ้าและไม่มีการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก โดยจะมีการส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบสถานที่เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป
ผลกระทบ:
แม้เหตุการณ์จะถูกควบคุมได้และไม่มีผลกระทบต่อสาธารณชน แต่ก็เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญสูงสุดของมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงานและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวสูง
ในบริบทที่พลังงานนิวเคลียร์ยังคงมีบทบาทสำคัญในแผนพลังงานชาติของหลายประเทศ รวมถึงเกาหลีใต้และญี่ปุ่น เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ความโปร่งใสในการรายงานและการจัดการเหตุการณ์ลักษณะนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการสร้างความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อความปลอดภัยของเทคโนโลยีนิวเคลียร์
ที่มา: Yonhap News, 2 กรกฎาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- บริษัท Trinasolar สร้างสถิติโลกใหม่สำหรับแผงโซลาร์เซลล์แบบ Perovskite/Crystalline Silicon Tandem โดยมีกำลังการผลิตสูงสุด 907 วัตต์ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ยุคถัดไป
- อีกาถูกระบุว่าเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุสายไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าเกาหลี (KEPCO) ขาดและตกลงบนรถโม่ปูน ทำให้เกิดการเรียกร้องให้มีการพิจารณานำสายไฟฟ้าลงดินเพิ่มขึ้นเพื่อความปลอดภัย
- ผู้บริหารสูงสุดของ Samsung SDI คาดการณ์ว่าผลประกอบการของบริษัทจะฟื้นตัวในปีนี้ โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการเติบโตของธุรกิจระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) และแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ากลุ่มพรีเมียม
- รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมให้เงินอุดหนุนมูลค่า 1.5 แสนล้านเยนแก่กลุ่มบริษัทที่นำโดย Rakuten Group เพื่อพัฒนาเครือข่ายสื่อสารผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ ซึ่งเป็นโครงการที่ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งของ Starlink และมีความสำคัญต่อความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐาน
- องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) เตือนว่าเกาหลีใต้จำเป็นต้องปฏิรูปโครงสร้างภาษีและขยายฐานภาษี เพื่อรับมือกับต้นทุนทางการคลังที่เพิ่มสูงขึ้นจากสังคมผู้สูงอายุ