รายงานข่าวพลังงานสหรัฐฯ (USA Weekly) ประจำสัปดาห์ 27-Jun-2026 ถึง 03-Jul-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : PJM เผชิญความต้องการไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ท่ามกลางคลื่นความร้อน DOE ออกคำสั่งฉุกเฉินให้โรงไฟฟ้าเดินเครื่องเต็มกำลังและเตรียมพร้อมลดโหลด Data Center
รายละเอียด:
- PJM Interconnection ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าความต้องการไฟฟ้าในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 จะทำลายสถิติสูงสุดเดิมที่ 165,563 เมกะวัตต์ ซึ่งเคยบันทึกไว้ในปี พ.ศ. 2549 เนื่องจากคลื่นความร้อนรุนแรงที่แผ่ปกคลุมภาคตะวันออกของประเทศ
- เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) นาย Chris Wright ได้ออกคำสั่งฉุกเฉินอนุญาตให้ PJM สั่งการให้โรงไฟฟ้าฟอสซิล (โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน) เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าสูงสุด แม้อาจส่งผลกระทบต่อมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมเป็นการชั่วคราว
- คำสั่งดังกล่าวยังให้อำนาจ PJM ในการสั่งการให้บริษัทสายส่ง (Transmission Owners) ประสานงานกับบริษัทจำหน่ายไฟฟ้า (Electric Distribution Companies) เพื่อลดโหลดของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่รายอื่นๆ ที่มีระบบผลิตไฟฟ้าสำรอง (Backup Generation) เป็นมาตรการสุดท้ายก่อนที่จะต้องลดแรงดันในระบบหรือตัดโหลดผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย
ผลกระทบ:
– เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเปราะบางของระบบไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อต้องเผชิญกับความต้องการไฟฟ้าที่พุ่งสูงจากสภาพอากาศสุดขั้วพร้อมๆ กับการเติบโตของโหลดขนาดใหญ่อย่าง Data Center การออกคำสั่งฉุกเฉินของ DOE ชี้ให้เห็นว่าแม้แต่ระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่าง PJM ก็ยังต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าฟอสซิลเป็นปราการด่านสุดท้ายเพื่อรักษาเสถียรภาพ และเริ่มพิจารณาการจัดการโหลดขนาดใหญ่เป็นเครื่องมือสำคัญ
– การระบุให้ Data Center เป็นเป้าหมายแรกในการลดโหลด (Curtailment) ก่อนผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย ถือเป็นทิศทางนโยบายที่สำคัญและเป็นบทเรียนสำหรับผู้ประกอบการระบบทั่วโลก สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ที่มีความยืดหยุ่น (Flexibility) และมีระบบผลิตไฟฟ้าสำรอง จะถูกคาดหวังให้มีส่วนร่วมในการรักษาเสถียรภาพของกริดมากขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ๆ เช่น Demand Response สำหรับโหลดขนาดใหญ่ หรือโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าที่จูงใจให้ Data Center ลงทุนในระบบพลังงานสะอาดและแบตเตอรี่สำรองที่สามารถตอบสนองต่อสัญญาณจากระบบได้
ที่มา:
Utility Dive, 2 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใน PJM เห็นชอบแผนจัดหาไฟฟ้าสำรองฉุกเฉินเพื่อรองรับ Data Center โดยให้ผู้ใช้ไฟรายใหญ่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
รายละเอียด:
- กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ PJM Interconnection ได้ลงมติเห็นชอบแผนการจัดหาไฟฟ้าสำรอง (Reliability Backstop Procurement) แบบสองส่วน เพื่อรับมือกับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากศูนย์ข้อมูล (Data Center) และความเสี่ยงที่กำลังการผลิตไฟฟ้าจะไม่เพียงพอในอีกสองปีข้างหน้า
- ภายใต้แผนนี้ ซึ่งนำเสนอโดยกลุ่ม Data Center Coalition และกลุ่มบริษัทสาธารณูปโภคชั้นนำ (เช่น Dominion, Duke, Exelon) จะเปิดให้บริษัทสาธารณูปโภคหรือแม้กระทั่ง Data Center เอง สามารถร้องขอให้ PJM จัดหากำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมผ่านการประมูลแบบครั้งเดียว (One-time Auction) โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจะถูกส่งต่อไปยังผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่โดยตรง และมีการกำหนดเพดานราคากลางไว้ที่ 555 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมกะวัตต์-วัน
- คณะกรรมการของ PJM จะนำข้อเสนอนี้ไปพิจารณาเพื่อยื่นขออนุมัติจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานแห่งชาติ (FERC) ภายในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 โดยตั้งเป้าหมายจะจัดการประมูลให้ได้ในเดือนกันยายนปีเดียวกัน
ผลกระทบ:
– การอนุมัติแผนนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนเชิงนโยบายที่สำคัญในตลาดไฟฟ้าสหรัฐฯ โดยเปลี่ยนจากการกระจายต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าทุกราย มาเป็นการใช้หลักการ “ผู้ก่อให้เกิดต้นทุนเป็นผู้จ่าย” (Cost Causation) อย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้ Data Center และผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดหากำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของตนเอง
– รูปแบบการประมูลสำรองฉุกเฉินนี้เป็นกลไกตลาดใหม่ที่น่าจับตามอง อาจเป็นต้นแบบให้ตลาดไฟฟ้าอื่นๆ นำไปปรับใช้เพื่อแก้ปัญหาคอขวดในการเชื่อมต่อโหลดขนาดใหญ่ (เช่น AI Data Center) เข้ากับระบบไฟฟ้า โดยไม่สร้างภาระทางการเงินให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย อีกทั้งยังส่งเสริมให้เกิดการทำสัญญาทวิภาคี (Bilateral Contract) ระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้าและผู้ใช้ไฟรายใหญ่โดยตรง ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพด้านรายได้และกระตุ้นการลงทุนในโรงไฟฟ้าใหม่ๆ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
ที่มา:
Utility Dive, 2 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : การสิ้นสุดมาตรการลดหย่อนภาษีพลังงานสะอาดจากกฎหมายใหม่ ส่งผลให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคา PPA จะพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
รายละเอียด:
- กฎหมาย One Big Beautiful Bill Act (OBBBA) ซึ่งลงนามโดยประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ได้ยกเลิกมาตรการลดหย่อนภาษีการลงทุน (ITC) และการผลิต (PTC) จากกฎหมาย Inflation Reduction Act (IRA) สำหรับโครงการพลังงานลมและแสงอาทิตย์ใหม่ โดยกำหนดเส้นตายให้โครงการต้องเริ่มก่อสร้างภายในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 หรือจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบภายในสิ้นปี พ.ศ. 2570 จึงจะมีสิทธิ์ได้รับเครดิตภาษี
- นักวิเคราะห์จาก Crux และ Camelot Energy Group คาดการณ์ว่าการสิ้นสุดมาตรการทางภาษีนี้จะส่งผลโดยตรงให้ราคาซื้อขายไฟฟ้าในสัญญาซื้อขายระยะยาว (PPA) สำหรับโครงการใหม่ๆ สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากผู้พัฒนาโครงการจะต้องหารายได้จากแหล่งอื่นมาทดแทนเงินสนับสนุนที่หายไป
- การวิเคราะห์โดย Camelot Energy Group พบว่าโครงการโซลาร์ฟาร์มขนาด 200 เมกะวัตต์ที่ไม่ได้รับ ITC อาจต้องตั้งราคา PPA สูงถึงระดับ 60 ดอลลาร์กลางๆ ต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งเพิ่มขึ้นราว 50% เมื่อเทียบกับโครงการที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีซึ่งมีราคา PPA อยู่ที่ 40-45 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง
ผลกระทบ:
– การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายนี้จะส่งผลให้ต้นทุนการจัดหาพลังงานสะอาดในสหรัฐฯ สูงขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งภาระดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังผู้รับซื้อไฟฟ้า ทั้งที่เป็นบริษัทสาธารณูปโภคและภาคเอกชน และท้ายที่สุดอาจกระทบต่ออัตราค่าไฟฟ้าของผู้บริโภคทั่วไป เป็นการย้ายภาระจากผู้เสียภาษี (Taxpayer) ไปสู่ผู้จ่ายค่าไฟฟ้า (Ratepayer)
– แม้ว่าจะมีโครงการจำนวนมากที่สามารถดำเนินการภายใต้เงื่อนไข Safe Harbor (เริ่มก่อสร้างทันเส้นตาย) ซึ่งจะช่วยพยุงตลาดไปอีก 4-5 ปี แต่ในระยะยาว ต้นทุนพลังงานสะอาดที่สูงขึ้นอาจชะลอการเปลี่ยนผ่านพลังงานและบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของพลังงานหมุนเวียนเมื่อเทียบกับก๊าซธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ยังคงอยู่ ซึ่งจะยิ่งผลักดันให้โครงการ BESS และโครงการไฮบริด (Solar-plus-Storage) มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์มากขึ้น เพื่อใช้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการต้นทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มในตลาดไฟฟ้า
ที่มา:
Utility Dive, 2 กรกฎาคม 2569 และ Canary Media, 2 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : Tesla ประกาศติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานรวม 13.5 GWh ในไตรมาสที่ 2 สะท้อนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดและบทบาทของโรงไฟฟ้าเสมือน (VPP)
รายละเอียด:
- บริษัท Tesla ประกาศผลการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ทั่วโลกในไตรมาสที่ 2 ของปี พ.ศ. 2569 สูงถึง 13.5 GWh ซึ่งเพิ่มขึ้น 53% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นสถิติการติดตั้งรายไตรมาสที่สูงเป็นอันดับสองของบริษัท
- การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้สอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดระบบกักเก็บพลังงานในสหรัฐฯ โดยรวม ซึ่งรายงานจาก SEIA และ Wood Mackenzie ชี้ว่าตลาดได้เข้าสู่ “ช่วงใหม่ของการติดตั้งในปริมาณสูงอย่างยั่งยืน” โดยในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569 สหรัฐฯ มีการติดตั้ง BESS รวมทุกภาคส่วนถึง 8.4 GWh
- นักลงทุนกำลังจับตามองความคืบหน้าของความร่วมมือล่าสุดระหว่าง Tesla, Sunrun และ Renew Home ในการนำเสนอโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant – VPP) ขนาด 16.8 GW ให้แก่ผู้ให้บริการระบบโครงข่ายและกลุ่ม Hyperscaler (เช่น Data Center)
ผลกระทบ:
– การติดตั้ง BESS ในระดับหลายกิกะวัตต์-ชั่วโมงต่อไตรมาสโดยผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Tesla ยืนยันว่าระบบกักเก็บพลังงานได้กลายเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าสมัยใหม่แล้ว ไม่ใช่เป็นเพียงเทคโนโลยีทางเลือกอีกต่อไป ขนาดของตลาดที่ใหญ่ขึ้นจะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการประหยัดจากขนาด (Economies of Scale) ลดต้นทุน และเร่งการยอมรับเทคโนโลยีให้เร็วขึ้น
– การรุกเข้าสู่ธุรกิจ VPP ของ Tesla ร่วมกับพันธมิตร บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์จากการพึ่งพาทรัพยากรฝั่งผลิต (Supply-side) แบบรวมศูนย์ ไปสู่การใช้ทรัพยากรพลังงานแบบกระจายตัว (Distributed Energy Resources – DERs) ที่อยู่ฝั่งผู้ใช้ไฟฟ้า (Demand-side) การรวมแบตเตอรี่ตามบ้านเรือนนับล้านหน่วยให้ทำงานร่วมกันเปรียบเสมือนโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สามารถให้บริการเสริมความมั่นคงแก่ระบบไฟฟ้าได้อย่างยืดหยุ่นและรวดเร็ว ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่สำคัญอย่างยิ่งในการรับมือกับความต้องการไฟฟ้าที่ผันผวนและเพิ่มสูงขึ้น
ที่มา:
pv magazine USA, 2 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : NRC เสนอร่างกฎหมายปฏิรูปกระบวนการออกใบอนุญาตเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ครั้งใหญ่ มุ่งสู่แนวทาง Risk-Informed เพื่อเร่งรัดการใช้งานเทคโนโลยีใหม่
รายละเอียด:
- คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ (NRC) ได้เสนอร่างกฎหมาย “Modernizing Reactor Licensing, Safety Oversight, and Siting Practices” ซึ่งเป็นการปฏิรูปกรอบการกำกับดูแลและกระบวนการออกใบอนุญาตสำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชิงพาณิชย์ครั้งสำคัญ
- ร่างกฎหมายนี้มีความยาว 553 หน้า รวบรวมมาตรการปรับปรุงกว่า 17 ประเด็น ครอบคลุมตั้งแต่การอนุญาตก่อสร้าง การออกแบบ การเลือกสถานที่ตั้ง การเตรียมความพร้อมกรณีฉุกเฉิน ไปจนถึงการต่ออายุใบอนุญาต โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงกฎระเบียบให้ทันสมัย สอดคล้องกับเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขั้นสูง (Advanced Reactor) และกรอบการกำกับดูแลแบบอิงความเสี่ยง (Risk-Informed Framework)
- ประธาน NRC นาย Ho Nieh ระบุว่าการปฏิรูปนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ “ขจัดกรอบการทำงานที่ตายตัวและความอนุรักษ์นิยมที่ไม่จำเป็น” เพื่อเร่งรัดการติดตั้งใช้งานเครื่องปฏิกรณ์ใหม่ๆ อย่างปลอดภัย และสนับสนุนการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าให้แก่ระบบโครงข่าย
ผลกระทบ:
– การปฏิรูปนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปลดล็อกอุปสรรคด้านกฎระเบียบที่ขัดขวางการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน การเปลี่ยนไปใช้แนวทางที่ยืดหยุ่นและอิงตามความเสี่ยงทางวิทยาศาสตร์ (Risk-Informed) แทนกฎเกณฑ์ที่ตายตัว (Prescriptive) จะช่วยลดระยะเวลาและความซับซ้อนในการขอใบอนุญาตสำหรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Small Modular Reactors (SMRs) ซึ่งเป็นที่คาดหวังว่าจะเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่มั่นคง (Firm, Clean Power) เพื่อรองรับโหลดขนาดใหญ่อย่าง AI Data Center
– การเปลี่ยนแปลงนี้จะสร้างความแน่นอนในการลงทุนมากขึ้น และอาจกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานนิวเคลียร์ภายในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายความมั่นคงทางพลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ที่ต้องการแหล่งพลังงานที่หลากหลายและปราศจากคาร์บอน อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการปฏิรูปนี้จะขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าหน้าที่ NRC ในการนำกรอบการทำงานใหม่ไปปฏิบัติให้เกิดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา:
POWER Magazine, 2 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : ความซับซ้อนในการคำนวณสถานะการประจุ (SOC) ของระบบ BESS และผลกระทบต่อประสิทธิภาพและรายได้
รายละเอียด:
- บทความวิเคราะห์เชิงเทคนิคชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการคำนวณค่าสถานะการประจุ (State of Charge – SOC) ของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ให้มีความแม่นยำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์แบตเตอรี่และการสร้างรายได้จากบริการเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า
- การคำนวณ SOC ที่ผิดพลาด แม้เพียงเล็กน้อย เช่น 5% ในระบบขนาดใหญ่ อาจนำไปสู่การสูญเสียรายได้มหาศาล การไม่สามารถส่งมอบพลังงานตามสัญญาในตลาดไฟฟ้า และการถูกลงโทษจากผู้ดำเนินการระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ยังส่งผลต่อความปลอดภัยจากการประจุไฟเกิน (Overcharging) หรือการคายประจุลึกเกินไป (Deep Discharging) ซึ่งเร่งการเสื่อมสภาพและเพิ่มความเสี่ยงด้านอัคคีภัย
- เทคนิคดั้งเดิมอย่าง Coulomb counting และการวัดแรงดัน (Voltage method) มีข้อจำกัด โดยเฉพาะกับแบตเตอรี่ชนิด LFP ที่มีกราฟแรงดันไฟฟ้าค่อนข้างคงที่ ทำให้ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น AI-driven methods, Adaptive Coulomb counting และ Kalman filtering มาใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการประเมิน SOC สำหรับ BESS ขนาดใหญ่
ผลกระทบ:
– ประเด็นนี้เน้นย้ำว่าการลงทุนใน BESS ไม่ได้จบที่การติดตั้งฮาร์ดแวร์ แต่หัวใจสำคัญของความสามารถในการทำกำไรและความน่าเชื่อถือของระบบอยู่ที่ซอฟต์แวร์การจัดการแบตเตอรี่ (BMS) และอัลกอริทึมที่ใช้ในการควบคุมและประเมินสถานะของแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ลงทุนและผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญ
– ในขณะที่อุตสาหกรรม BESS ทั่วโลกกำลังเติบโต การพัฒนาเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลแบตเตอรี่ (Battery Analytics) จะกลายเป็นสมรภูมิต่อไปในการแข่งขัน ผู้ให้บริการที่มีโซลูชันที่แม่นยำและสามารถคาดการณ์สถานะของแบตเตอรี่ได้ดีกว่า จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรสูงสุด ลดความเสี่ยงในการปฏิบัติการ และยืดอายุการใช้งานของสินทรัพย์ได้ ซึ่งจะสร้างความได้เปรียบในระยะยาว
ที่มา:
Energy Storage News, 2 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : คณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ (ITC) มีคำสั่งห้ามนำเข้าสินค้าบางรายการในข้อพิพาทสิทธิบัตรระหว่าง Shoals และ Voltage
รายละเอียด:
- คณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (ITC) ได้มีคำตัดสินชี้ขาดในข้อพิพาทด้านสิทธิบัตรระหว่างบริษัท Shoals Technologies Group และบริษัท Voltage โดยยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ชุดสายเคเบิล (Trunk Bus Cable Assemblies) สำหรับโครงการโซลาร์ฟาร์มบางรายการที่นำเข้าโดย Voltage ได้ละเมิดสิทธิบัตรของ Shoals
- ผลของคำตัดสินนี้คือ ITC ได้ออกคำสั่งจำกัดการยกเว้น (Limited Exclusion Order) เพื่อห้ามการนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ละเมิดสิทธิบัตรดังกล่าวเข้าสู่สหรัฐอเมริกา และกำหนดให้วางหลักทรัพย์ค้ำประกัน 100% สำหรับการนำเข้าในช่วง 60 วันของการพิจารณาโดยประธานาธิบดี
- อย่างไรก็ตาม ITC ยังตัดสินว่าผลิตภัณฑ์ออกแบบทางเลือกบางรุ่นของ Voltage (next-generation trunk bus solutions “LYNX PLUS”) ไม่ได้ละเมิดสิทธิบัตร ทำให้ทั้งสองบริษัทต่างออกมาประกาศชัยชนะในมุมของตนเอง
ผลกระทบ:
– ข้อพิพาทนี้สะท้อนถึงการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดส่วนประกอบย่อยของระบบโซลาร์ฟาร์ม (Balance of System – BoS) ในสหรัฐฯ โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนและเวลาในการติดตั้ง เช่น Trunk Bus Cable คำตัดสินของ ITC ที่ปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของ Shoals ซึ่งเป็นบริษัทในสหรัฐฯ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการแข่งขันและอาจทำให้ Shoals ได้ส่วนแบ่งการตลาดกลับคืนมา
– ในทางกลับกัน การที่ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของ Voltage ไม่ถูกตัดสินว่าละเมิดสิทธิบัตร หมายความว่าการแข่งขันในตลาดยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้พัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มที่จะมีทางเลือกในการจัดหาสินค้ามากขึ้น กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาดที่ต้องให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน
ที่มา:
pv magazine USA, 2 กรกฎาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- วุฒิสภารัฐแมสซาชูเซตส์ผ่านร่างกฎหมายพลังงานฉบับใหม่ ที่จะบังคับให้ทุกเทศบาลต้องใช้ระบบขออนุญาตติดตั้งโซลาร์และแบตเตอรี่สำหรับบ้านพักอาศัยแบบอัตโนมัติผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อลดขั้นตอนและต้นทุน
- บริษัท EVelution Energy เริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 28 เมกะวัตต์ในรัฐแอริโซนา เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับโรงงานแปรรูปโคบอลต์แห่งแรกของสหรัฐฯ ที่ใช้พลังงานสะอาดเป็นหลักในการดำเนินงาน
- สภาผู้แทนราษฎรของรัฐนอร์ทแคโรไลนาเสนอร่างกฎหมายเพื่อยกเลิกการยกเว้นภาษีทรัพย์สิน 80% สำหรับโครงการโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่โครงการใหม่ๆ ที่จะเริ่มดำเนินการหลังเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2570 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความคุ้มค่าในการลงทุน
- รายงานจาก Solar Energy Industries Association (SEIA) ชี้ว่าการใช้ที่ดินเพื่อทำโซลาร์ฟาร์มในรัฐโอไฮโอมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการสูญเสียพื้นที่เกษตรกรรมจากการขยายตัวของเมืองและสนามกอล์ฟ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญเพื่อลดความขัดแย้งด้านการใช้ที่ดิน
- กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) เสนอกฎใหม่เพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีการกำหนดมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งนักวิจารณ์มองว่าเป็นการสร้างอุปสรรคและอาจนำไปสู่การยกเลิกข้อบังคับด้านประสิทธิภาพในระยะยาว