รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศทวีปออสเตรเลีย (Australia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 20-Jun-2026 ถึง 26-Jun-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : รัฐแทสเมเนียกำหนดนโยบายให้ศูนย์ข้อมูล AI ต้องลงทุนสร้างแหล่งผลิตไฟฟ้าใหม่เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
รายละเอียด:
- นายนิค ดูแกน รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของรัฐแทสเมเนีย ประกาศว่าบริษัทที่ต้องการจัดตั้งศูนย์ข้อมูล (Data Centers) หรือ ‘โรงงาน AI’ ขนาดใหญ่ในพื้นที่จะต้องมีภาระผูกพันในการลงทุนสร้างแหล่งผลิตไฟฟ้าใหม่ (New Generation) เพื่อรองรับปริมาณความต้องการไฟฟ้ามหาศาลของตนเอง
- นโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่าความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากศูนย์ข้อมูล อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า แผนการส่งออกไฟฟ้าไปยังแผ่นดินใหญ่ผ่านโครงการ Marinus Link และกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้ารายเดิม รวมถึงภาคอุตสาหกรรมหนักที่กำลังประสบปัญหาต้นทุนพลังงาน
- กรณีของบริษัท Firmus ที่กำลังก่อสร้างศูนย์ข้อมูลในเมืองลอนเซสตัน และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะสั้น 3 ปี ขนาด 100 เมกะวัตต์กับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้า Aurora ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นกรณีศึกษา โดยรัฐบาลยืนยันว่าสำหรับความต้องการไฟฟ้าระยะยาวที่คาดว่าจะสูงถึง 400 เมกะวัตต์ บริษัทจะต้องลงทุนสร้างแหล่งผลิตไฟฟ้าใหม่มารองรับ
ผลกระทบ:
– การกำหนดเงื่อนไขให้โหลดขนาดใหญ่ (Substantial New Load) นำแหล่งผลิตไฟฟ้าใหม่มาด้วย เป็นการสร้างบรรทัดฐานเชิงนโยบายที่สำคัญเพื่อจัดการผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าจากอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น เช่น ศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองทั่วโลก หลักการนี้ช่วยลดภาระการลงทุนของภาครัฐในการขยายกำลังการผลิตและโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหม่เพียงไม่กี่ราย
– บทเรียนสำหรับกิจการไฟฟ้าคือ การวางแผนระบบไฟฟ้าในอนาคตจำเป็นต้องพิจารณาความต้องการไฟฟ้าที่อาจเติบโตแบบไม่เป็นเส้นตรง (Non-linear Growth) จากอุตสาหกรรมใหม่ๆ การปรับปรุงกระบวนการเชื่อมต่อกับโครงข่าย (Grid Connection) และการออกแบบโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของการรองรับโหลดขนาดใหญ่ จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาเสถียรภาพของระบบและความเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้าทุกภาคส่วน
ที่มา: ABC News, 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : สภาท้องถิ่นในรัฐนิวเซาท์เวลส์ปฏิเสธการจัดสรรน้ำสำหรับก่อสร้างเขตพลังงานหมุนเวียน (REZ) สะท้อนความท้าทายด้านทรัพยากร
รายละเอียด:
- สภาท้องถิ่นหลายแห่งในภูมิภาค New England รัฐนิวเซาท์เวลส์ ได้ลงมติปฏิเสธที่จะจัดสรรน้ำประปาให้กับโครงการก่อสร้างเขตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Zone – REZ) ที่ดำเนินการโดยหน่วยงาน EnergyCo ของรัฐบาล
- รายงานการศึกษาของ EnergyCo ระบุว่าการก่อสร้างโครงการ REZ ในช่วงปี 2571-2575 อาจต้องการน้ำปริมาณมหาศาลสูงถึง 11.8 ล้านลิตรต่อวันในบางพื้นที่ ซึ่งเกินกว่าขีดความสามารถของระบบประปาของสภาท้องถิ่น เช่น Uralla และ Walcha โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนหรือภาวะภัยแล้ง
- นายกเทศมนตรีเมือง Armidale นายแซม คูแพลนด์ ระบุว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับโครงการพลังงานมากกว่าความมั่นคงทางทรัพยากรน้ำของประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำก่อนที่จะดำเนินโครงการ REZ ต่อไป
ผลกระทบ:
– ประเด็นนี้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่ซับซ้อนในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องเทคโนโลยีไฟฟ้าและโครงข่าย แต่ยังเชื่อมโยงกับทรัพยากรพื้นฐานอื่นๆ เช่น ที่ดินและน้ำ การพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดขนาดใหญ่จำเป็นต้องมีการวางแผนแบบบูรณาการที่คำนึงถึงผลกระทบต่อทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างรอบด้าน
– บทเรียนสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายและผู้พัฒนาโครงการคือ การสร้างการยอมรับจากชุมชน (Social License) ไม่ใช่แค่การให้ผลประโยชน์ทางการเงิน แต่ยังรวมถึงการจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรอย่างยั่งยืน ความขัดแย้งนี้อาจนำไปสู่ความล่าช้าของโครงการและเพิ่มความเสี่ยงในการบรรลุเป้าหมายพลังงานสะอาดและ Net Zero หากไม่มีการวางแผนและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
ที่มา: ABC News, 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : AEMO เผยแผน ISP 2026 ชี้การเติบโตของแบตเตอรี่ช่วยลดความจำเป็นในการสร้างสายส่งใหม่ แต่โครงการลมยังน่าเป็นห่วง
รายละเอียด:
- องค์กรผู้บริหารตลาดพลังงานออสเตรเลีย (AEMO) ได้เผยแพร่แผนพัฒนาระบบไฟฟ้าแบบบูรณาการฉบับล่าสุด (Integrated System Plan – ISP 2026) ซึ่งเป็นพิมพ์เขียวสำหรับการพัฒนาระบบไฟฟ้าของออสเตรเลียจนถึงปี พ.ศ. 2593
- แผนดังกล่าวระบุว่า การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ทั้งในระดับครัวเรือน (ปัจจุบันมีกว่า 600,000 ระบบ) และระดับโครงข่าย (มีโครงการในไปป์ไลน์ถึง 45 GW) ได้ช่วยลดแรงกดดันและความจำเป็นในการสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูงใหม่ โดยปรับลดความยาวสายส่งที่ต้องสร้างใหม่ลง 1,500 กิโลเมตรจากแผนฉบับก่อนหน้า เหลือ 6,000 กิโลเมตร
- นายแดเนียล เวสเตอร์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ AEMO ยืนยันว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานยังคงต้องอาศัยพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงสำรอง โดยมีมูลค่าการลงทุนที่คาดการณ์ไว้ที่ 106 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลียจนถึงปี 2593
ผลกระทบ:
– การเปลี่ยนแปลงในแผน ISP สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานแบบกระจายศูนย์ (Distributed Energy Resources – DERs) และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กำลังมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบไฟฟ้า ซึ่งอาจช่วยลดความจำเป็นในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีต้นทุนสูงและมักเผชิญกับการต่อต้านจากชุมชน
– อย่างไรก็ตาม รายงานยังคงเตือนถึงความท้าทายในการพัฒนาโครงการพลังงานลมที่ยังคงล่าช้ากว่าเป้าหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 82% ภายในปี 2573 ประเด็นนี้เป็นบทเรียนสำคัญว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานต้องอาศัยเทคโนโลยีที่หลากหลาย และการพึ่งพาเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่งมากเกินไปอาจสร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงของระบบในระยะยาว
ที่มา: ABC News, 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : แผน ISP 2026 คาดการณ์ระบบไฟฟ้าออสเตรเลียต้องการกำลังผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์และแบตเตอรี่รวมกว่า 308 GW ภายในปี 2593
รายละเอียด:
- แผนพัฒนาระบบไฟฟ้าแบบบูรณาการ (ISP 2026) ของ AEMO ได้ฉายภาพอนาคตของระบบไฟฟ้าในตลาดไฟฟ้าแห่งชาติ (NEM) โดยคาดการณ์ว่ากำลังการผลิตและระบบกักเก็บพลังงานทั้งหมดจะต้องเพิ่มขึ้นจาก 99 GW ในปัจจุบัน เป็น 308 GW ภายในปี พ.ศ. 2593
- กำลังการผลิตส่วนใหญ่จะมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในระดับโครงข่าย (Grid-scale Solar) ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 117 GW และระดับครัวเรือน (Distributed Solar) อีก 87 GW นอกจากนี้ ระบบกักเก็บพลังงานที่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ (Dispatchable Storage) เช่น แบตเตอรี่และโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ จะต้องเพิ่มขึ้น 11 เท่า เป็น 64 GW
- การลงทุนจากภาคครัวเรือนในโซลาร์รูฟท็อปและแบตเตอรี่จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยคาดว่าจะมีสัดส่วนถึง 28% ของกำลังการผลิตทั้งหมดในระบบไฟฟ้าภายในปี 2593 ซึ่งจะช่วยลดความต้องการไฟฟ้าจากโครงข่ายในช่วงกลางวันและเสริมความมั่นคงในช่วงค่ำ
ผลกระทบ:
– ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวตอกย้ำทิศทางการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่พึ่งพาพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานเป็นแกนหลัก ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนเทคโนโลยีที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง กิจการไฟฟ้าและผู้กำหนดนโยบายต้องเตรียมพร้อมรองรับระบบไฟฟ้าที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนแบบผันผวน (Variable Renewable Energy) ในระดับสูงมาก
– การเติบโตอย่างมหาศาลของทรัพยากรพลังงานแบบกระจายศูนย์ (DERs) จากภาคครัวเรือน ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้างตลาดไฟฟ้าและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถนำทรัพยากรเหล่านี้มาใช้ประโยชน์สูงสุดในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า เช่น การให้บริการเสริมความมั่นคง (Ancillary Services) และการสร้างโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plants – VPP)
ที่มา: PV Magazine Australia, 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : พรรคฝ่ายค้านรัฐนิวเซาท์เวลส์เสนอเปลี่ยนนโยบายพลังงาน ยกเลิก REZ ในภูมิภาค หันมาสร้าง ‘City REZ’ ในเมืองใหญ่
รายละเอียด:
- พรรคแนวร่วม (Coalition) ซึ่งเป็นฝ่ายค้านในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ได้เสนอแผนนโยบายพลังงานใหม่ โดยเสนอให้ยกเลิกการพัฒนาโครงการ New England REZ ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าเขตพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ในพื้นที่ชนบท และหันมาจัดตั้ง ‘City Renewable Energy Zone’ ในเมืองใหญ่ เช่น ซิดนีย์ นิวคาสเซิล และวูลลองกองแทน
- นายเจมส์ กริฟฟิน รัฐมนตรีเงาด้านพลังงาน ให้เหตุผลว่าการผลิตไฟฟ้าใกล้แหล่งความต้องการในเมืองใหญ่จะช่วยลดแรงกดดันต่อระบบสายส่ง และสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่หลังคาอาคารอุตสาหกรรมและที่พักอาศัยในการติดตั้งโซลาร์และแบตเตอรี่ได้มากขึ้น
- ข้อเสนอดังกล่าวถือเป็นการฉีกแนวทางเดิมที่เคยเป็นฉันทามติร่วมกันระหว่างสองพรรคใหญ่ โดยนายคริส มินส์ มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ ได้ปฏิเสธแผนนี้และชี้ว่าจะสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายและอาจทำให้การลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ต้องหยุดชะงัก
ผลกระทบ:
– การเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานครั้งใหญ่นี้สะท้อนถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อการลงทุนในโครงการพลังงานสะอาด ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานในการพัฒนาและต้องการความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐ การยกเลิกโครงการที่อยู่ในแผนแล้วอาจทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างรุนแรง
– แนวคิด ‘City REZ’ แม้จะมีข้อดีในการลดปัญหาการสร้างสายส่งระยะไกล แต่ก็มีข้อจำกัดในทางปฏิบัติ เนื่องจากพื้นที่ในเมืองมีจำกัดและศักยภาพลมไม่สูงพอ ทำให้ไม่สามารถทดแทนกำลังการผลิตขนาดใหญ่จากฟาร์มกังหันลมและโซลาร์ฟาร์มในพื้นที่ชนบทได้ทั้งหมด ประเด็นนี้จึงอาจเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ทางการเมืองมากกว่าการแก้ปัญหาทางเทคนิคอย่างแท้จริง
ที่มา: ABC News, 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : Transgrid เตือนระบบสายส่งในซิดนีย์ตะวันตกใกล้เต็มขีดความสามารถจากความต้องการไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
รายละเอียด:
- Transgrid ผู้ดำเนินการระบบสายส่งไฟฟ้าของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ได้แจ้งเตือนผู้ที่ยื่นขอเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าว่า โครงข่ายสายส่งระดับ 330 กิโลโวลต์ในพื้นที่ซิดนีย์ตะวันตกใกล้ถึงขีดจำกัดความสามารถในการรองรับแล้ว หลังจากการลงนามสัญญาเชื่อมต่อกับศูนย์ข้อมูลใหม่ๆ รวมกว่า 1.5 GW
- Transgrid เปิดเผยว่ากำลังมีการเจรจาขั้นสูงกับผู้พัฒนาศูนย์ข้อมูลอีกหลายราย ซึ่งมีความต้องการไฟฟ้ารวมกันมากกว่า 8 GW ซึ่งเทียบเท่ากับความต้องการไฟฟ้าเฉลี่ยในแต่ละวันของทั้งรัฐนิวเซาท์เวลส์
- ผู้พัฒนาศูนย์ข้อมูลรายใหม่ที่ต้องการเชื่อมต่อกับโครงข่ายในพื้นที่ดังกล่าวจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเสริมความแข็งแกร่งของระบบสายส่ง (Network Augmentations) เองล่วงหน้า เนื่องจากโครงข่ายปัจจุบันมีขีดความสามารถเหลืออยู่อย่างจำกัด
ผลกระทบ:
– สถานการณ์นี้สะท้อนภาพความท้าทายระดับโลกที่ระบบไฟฟ้ากำลังเผชิญจากการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI ซึ่งสร้าง ‘โหลดกระจุกตัว’ ขนาดมหาศาลในพื้นที่จำกัด ทำให้โครงข่ายไฟฟ้าที่มีอยู่เดิมไม่สามารถรองรับได้ และนำไปสู่ ‘คอขวด’ ในการเชื่อมต่อระบบ
– ปัญหานี้บังคับให้ผู้ให้บริการระบบโครงข่าย (Network Service Providers) และหน่วยงานกำกับดูแลต้องทบทวนกฎระเบียบการเข้าถึงและใช้งานโครงข่าย (Open Access Regime) ซึ่งเดิมออกแบบมาสำหรับระบบไฟฟ้าที่มีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ไม่กี่แห่งและโหลดที่กระจายตัว รูปแบบธุรกิจของ Utility ในอนาคตอาจต้องเปลี่ยนไปสู่การวางแผนเชิงรุกร่วมกับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่เพื่อสร้างโครงข่ายเฉพาะพื้นที่ (Dedicated Infrastructure) แทนการรอให้เกิดปัญหาคอขวด
ที่มา: RenewEconomy, 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : รัฐบาลกลางออสเตรเลียประกาศผลประมูลโครงการ CIS อนุมัติแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 15 โครงการ รวม 16.2 GWh
รายละเอียด:
- รัฐบาลกลางออสเตรเลียได้ประกาศผลการประมูลรอบล่าสุดภายใต้โครงการ Capacity Investment Scheme (CIS) ซึ่งเป็นการประมูลสำหรับระบบกักเก็บพลังงานโดยเฉพาะ โดยมีโครงการแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ (BESS) ได้รับการคัดเลือกจำนวน 15 โครงการ
- โครงการที่ได้รับคัดเลือกมีกำลังการผลิตรวม 4.2 GW และความจุรวม 16.2 GWh ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบตเตอรี่แบบ 4 ชั่วโมง โดยมีโครงการตั้งอยู่ในรัฐควีนส์แลนด์มากที่สุด (7 โครงการ) ตามด้วยนิวเซาท์เวลส์และวิกตอเรีย (รัฐละ 3 โครงการ) และเซาท์ออสเตรเลีย (2 โครงการ)
- นายคริส โบเวน รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของรัฐบาลกลาง ระบุว่าโครงการเหล่านี้จะช่วยดูดซับพลังงานหมุนเวียนราคาถูกในช่วงกลางวันและจ่ายไฟฟ้ากลับเข้าระบบในช่วงที่มีความต้องการสูงสุด ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบและลดค่าไฟฟ้าให้แก่ประชาชน
ผลกระทบ:
– การอนุมัติโครงการ BESS จำนวนมากพร้อมกันสะท้อนให้เห็นว่านโยบายภาครัฐมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการกระตุ้นการลงทุนในเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบไฟฟ้าที่พึ่งพาพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก กลไก CIS ช่วยลดความเสี่ยงด้านรายได้ให้กับผู้พัฒนาโครงการและทำให้โครงการมีความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์มากขึ้น
– การกระจายตัวของโครงการในหลายรัฐแสดงให้เห็นถึงความต้องการระบบกักเก็บพลังงานทั่วทั้งตลาดไฟฟ้าแห่งชาติ (NEM) เพื่อแก้ไขปัญหาความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนในระดับภูมิภาค และช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าโดยรวม ลดการพึ่งพากำลังผลิตสำรองจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่มีต้นทุนสูง
ที่มา: RenewEconomy, 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- Goldwind ผู้ผลิตกังหันลมรายใหญ่เสนอแผนพัฒนาโครงการลมแบบไฮบริดในรัฐนิวเซาท์เวลส์ โดยมีแนวคิดติดตั้งแบตเตอรี่คู่กับกังหันลมแต่ละต้น (DC-coupled) เพื่อลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน
- ทีมนักวิจัยนานาชาติซึ่งรวมถึงนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแอดิเลด ประสบความสำเร็จในการพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาอิริเดียมขนาดเล็ก ซึ่งอาจช่วยเร่งกระบวนการผลิตไฮโดรเจนสีเขียวให้มีประสิทธิภาพและราคาถูกลง
- เหมืองทองคำ Bellevue ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียซึ่งเป็นระบบไฟฟ้าแบบ Off-grid สามารถดำเนินงานโดยใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ต่อเนื่องเป็นเวลา 155 ชั่วโมง ถือเป็นต้นแบบสำคัญของการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่
- บริษัท Allume Energy เปิดตัวเทคโนโลยี SolShare 2 ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้อาคารอพาร์ตเมนต์สามารถแบ่งปันการใช้ไฟฟ้าจากระบบโซลาร์และแบตเตอรี่ส่วนกลางร่วมกันได้ แก้ปัญหาสำหรับผู้ที่ติดตั้งโซลาร์เองไม่ได้
- นายซอล เอสเลค นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง ออกรายงานสนับสนุนโครงการสายส่งไฟฟ้า Marinus Link โดยชี้ว่าเป็นโครงการที่สำคัญต่อผลประโยชน์ของชาติและอนาคตด้านพลังงานของรัฐแทสเมเนีย แม้จะมีต้นทุนสูงและเป็นที่ถกเถียง