รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศ EU & UK (EU&UK Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 13-Jun-2026 ถึง 19-Jun-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : ENTSO-E คาดการณ์ความต้องการไฟฟ้าในยุโรปจะพุ่งสูงขึ้น 20% ในทศวรรษหน้า จากการขยายตัวของ Electrification และ Data Center
รายละเอียด:
- เครือข่ายผู้ประกอบระบบส่งของยุโรป (ENTSO-E) และ ENTSOG ร่วมกับหน่วยงานเพื่อความร่วมมือของผู้กำกับดูแลพลังงานแห่งสหภาพยุโรป (ACER) ได้เผยแพร่ร่างสถานการณ์สำหรับแผนพัฒนาโครงข่ายระยะสิบปี (TYNDP) ปี 2026 ซึ่งคาดการณ์ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ในอีก 10 ปีข้างหน้า
- ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานในภาคส่วนต่างๆ (Electrification) ทั้งในภาคการขนส่ง การทำความร้อนภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรม การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Center) สำหรับ AI และการผลิตไฮโดรเจนผ่านกระบวนการ Electrolysis
- รายงานเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า (Flexibility) โดยระบุว่าระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) จะกลายเป็นเทคโนโลยีหลักสำหรับการสร้างสมดุลของระบบในระยะสั้น การจัดการความแออัดของสายส่ง และการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน
ผลกระทบ:
- การคาดการณ์นี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังผู้กำหนดนโยบายและผู้ประกอบการสายส่ง (TSO) ทั่วทั้งยุโรป ถึงความจำเป็นในการลงทุนขยายโครงข่ายไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาคอขวดของระบบส่ง (Grid Congestion) และการตัดทอนการผลิตไฟฟ้า (Curtailment) จากพลังงานหมุนเวียน
- แนวโน้มนี้จะผลักดันให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่สำหรับ Utility และผู้ให้บริการด้านพลังงาน โดยจะมุ่งเน้นไปที่การให้บริการด้านความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า เช่น บริการเสริมความมั่นคง (Ancillary Services) จากแบตเตอรี่และระบบ Demand Response นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีอย่าง Electrolyser สำหรับการผลิตไฮโดรเจน สามารถทำหน้าที่เป็นโหลดที่ยืดหยุ่น (Flexible Load) เพื่อช่วยสร้างสมดุลให้กับกริดได้
ที่มา: pv magazine Global, 18 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : โปรตุเกสเตรียมเปิดตัวตลาดคาปาซิตี้ (Capacity Market) พร้อมการประมูลสำหรับระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่โดยเฉพาะ
รายละเอียด:
- กระทรวงสิ่งแวดล้อมและพลังงานของโปรตุเกสประกาศแผนการพัฒนากลไกตลาดกำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง (Capacity Mechanism) เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ ท่ามกลางการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียนและความต้องการไฟฟ้าที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้น
- กลไกดังกล่าวจะเปิดให้ทรัพยากรที่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูงสุดเข้ามาแข่งขันเพื่อรับค่าตอบแทน ซึ่งรวมถึงโรงไฟฟ้าทั่วไป ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) และระบบการจัดการด้านความต้องการใช้ไฟฟ้า (Demand-side Flexibility)
- รัฐบาลโปรตุเกสได้ยืนยันแผนการจัดประมูลสำหรับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่โดยเฉพาะ (Dedicated Auction) ขนาด 750 MVA ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์นี้ เพื่อบริหารจัดการความผันผวนที่เพิ่มขึ้นจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม
ผลกระทบ:
- การสร้างตลาด Capacity ที่ให้ความสำคัญกับแบตเตอรี่โดยเฉพาะ เป็นการส่งสัญญาณเชิงนโยบายที่ชัดเจนว่าโปรตุเกสยอมรับบทบาทสำคัญของระบบกักเก็บพลังงานในการสร้างเสถียรภาพให้กับระบบไฟฟ้าในอนาคต ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในโครงการ BESS ขนาดใหญ่ และสร้างแหล่งรายได้ใหม่ที่นอกเหนือจากการซื้อขายไฟฟ้าในตลาดปกติ (Energy Arbitrage)
- รูปแบบตลาดนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศอื่นๆ ที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูง การมีกลไกที่ให้ผลตอบแทนสำหรับ ‘ความพร้อมจ่าย’ (Availability) จะช่วยให้เทคโนโลยีที่ให้ความยืดหยุ่นสูงอย่างแบตเตอรี่สามารถแข่งขันและมีรูปแบบธุรกิจที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าโดยรวม และลดการพึ่งพากำลังผลิตสำรองจากโรงไฟฟ้าฟอสซิลแบบดั้งเดิม
ที่มา: pv magazine Global, 18 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : FRV ผู้พัฒนาพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ ได้รับสิทธิ์เชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Capacity) 2.3 GW ในเยอรมนี สำหรับโครงการโซลาร์และแบตเตอรี่
รายละเอียด:
- บริษัท Fotowatio Renewable Ventures (FRV) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาพลังงานหมุนเวียนสัญชาติสเปน ได้รับการจัดสรรสิทธิ์ในการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้ากำลังรวม 2.3 กิกะวัตต์ สำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ทั่วประเทศเยอรมนี
- โครงการดังกล่าวประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (PV) ระบบ BESS แบบเดี่ยว (Standalone) และโครงการแบบผสมผสาน (Hybrid) โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาโครงการให้พร้อมก่อสร้าง (Ready-to-Build) ระหว่างปี พ.ศ. 2569 ถึง 2572
- โครงการสำคัญประกอบด้วยระบบ BESS ขนาด 750 MW ในรัฐบรันเดนบูร์ก, ระบบ BESS ขนาด 600 MW ในรัฐนีเดอร์ซัคเซิน และระบบ BESS ขนาด 900 MW/3,600 MWh ในรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย ซึ่งสะท้อนถึงการแข่งขันที่สูงขึ้นในการเข้าถึงโครงข่ายไฟฟ้าสำหรับโครงการขนาดใหญ่ในเยอรมนี
ผลกระทบ:
- การที่ผู้พัฒนารายใหญ่สามารถ securing grid capacity ขนาดใหญ่ได้ สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มสำคัญที่การพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดในยุโรปไม่ได้ถูกจำกัดด้วยเทคโนโลยีหรือเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่ ‘สิทธิ์ในการเข้าถึงโครงข่ายไฟฟ้า’ ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการขับเคลื่อนโครงการ การแข่งขันเพื่อแย่งชิงจุดเชื่อมต่อที่มีอยู่อย่างจำกัดจะทวีความรุนแรงขึ้น
- พอร์ตโฟลิโอของ FRV ที่เน้นโครงการ BESS และ Hybrid ขนาดใหญ่ในหลายรัฐของเยอรมนี แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์จากการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแบบเดี่ยว ไปสู่การพัฒนาระบบพลังงานที่ครบวงจร ซึ่งสามารถให้บริการด้านความยืดหยุ่น (Flexibility) และช่วยลดภาระของโครงข่ายไฟฟ้าได้ สิ่งนี้จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับโครงการพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ในอนาคต
ที่มา: Power Technology, 18 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : Mubadala เข้าลงทุน 200 ล้านดอลลาร์ในโครงการสายส่งไฟฟ้าเชื่อมโยงระหว่างประเทศ Greenlink ที่เชื่อมต่อไอร์แลนด์และสหราชอาณาจักร
รายละเอียด:
- บริษัท Mubadala Investment Company ซึ่งเป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของอาบูดาบี ได้เข้าซื้อหุ้นส่วนหนึ่งของ Equitix ในโครงการ Greenlink ซึ่งเป็นโครงการสายส่งไฟฟ้าเชื่อมโยงใต้ทะเล (Subsea Interconnector) ขนาด 504 เมกะวัตต์ ที่เชื่อมระหว่างไอร์แลนด์และบริเตนใหญ่ ด้วยมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์
- โครงการ Greenlink เป็นสายส่งไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูง (HVDC) ระยะทางประมาณ 190 กิโลเมตร ที่สร้างเสร็จและเปิดใช้งานในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 มีศักยภาพในการจ่ายไฟฟ้าให้กับบ้านเรือนได้ราว 380,000 หลัง
- โครงการนี้ถูกกำหนดให้เป็นโครงการผลประโยชน์ร่วมของสหภาพยุโรป (Project of Common Interest) และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลพลังงานของทั้งสองประเทศ (Ofgem และ CRU) ซึ่งให้ความแน่นอนด้านรายได้ในระยะยาว
ผลกระทบ:
- การลงทุนจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติขนาดใหญ่ในโครงการสายส่งไฟฟ้าข้ามประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบส่งไฟฟ้า (Transmission Infrastructure) โดยเฉพาะสายส่งเชื่อมโยงระหว่างประเทศ กลายเป็นสินทรัพย์ที่น่าดึงดูดอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนระยะยาว เนื่องจากเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างตลาดพลังงานที่เป็นหนึ่งเดียว (Single Energy Market) และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน
- โครงการ Interconnector เช่น Greenlink มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยช่วยให้สามารถส่งต่อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (โดยเฉพาะพลังงานลม) จากพื้นที่ที่มีการผลิตสูงไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการสูง ช่วยลดปัญหาการตัดทอนพลังงาน (Curtailment) และเพิ่มเสถียรภาพของกริดในระดับภูมิภาค การขยายตัวของโครงข่ายลักษณะนี้จะเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จของเป้าหมาย Net Zero ของยุโรป
ที่มา: Power Technology, 17 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : สเปนเผชิญปัญหาราคาไฟฟ้าติดลบกว่า 397 ชั่วโมงในไตรมาสแรก จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของพลังงานแสงอาทิตย์
รายละเอียด:
- ในช่วงสามเดือนแรกของปี พ.ศ. 2569 สเปนมีจำนวนชั่วโมงที่ราคาไฟฟ้าในตลาดค้าส่งติดลบรวมถึง 397 ชั่วโมง ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับ 48 ชั่วโมงในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้ายังคงทรงตัว
- สมาคมพลังงานแสงอาทิตย์แห่งสเปน (UNEF) ชี้ว่าสถานการณ์นี้เป็นเพียงภาวะชั่วคราว เนื่องจากคาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ๆ จากศูนย์ข้อมูล การเปลี่ยนผ่านในภาคอุตสาหกรรม และการผลิตไฮโดรเจน จะเข้ามาดูดซับกำลังการผลิตส่วนเกินได้ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า
- UNEF ได้เสนอมาตรการชั่วคราวต่อกระทรวงการเปลี่ยนผ่านเชิงนิเวศวิทยาของสเปนหลายประการเพื่อบรรเทาผลกระทบ เช่น การกำหนดราคาไฟฟ้าขั้นต่ำ, การยกเลิกภาษีการผลิตไฟฟ้า (IVPEE) สำหรับพลังงานหมุนเวียน และการจัดตั้งสินเชื่อระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ผลิตไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบ
ผลกระทบ:
- ปรากฏการณ์ราคาติดลบเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนถึงความท้าทายของการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระบบไฟฟ้าที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูงโดยขาดความยืดหยุ่นที่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโครงการที่ขายไฟฟ้าเข้าตลาดโดยตรง (Merchant Projects) ซึ่งมีความเสี่ยงด้านรายได้สูง และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดึงดูดการลงทุนในอนาคต
- สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการลงทุนระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) การปรับปรุงโครงข่ายสายส่ง และการสร้างโหลดที่ยืดหยุ่น (Flexible Loads) เช่น การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ และการผลิตไฮโดรเจน เพื่อดูดซับไฟฟ้าส่วนเกินในช่วงกลางวัน ซึ่งจะกลายเป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในโครงสร้างตลาดไฟฟ้าสมัยใหม่
ที่มา: pv magazine Global, 17 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศแผนริเริ่มด้านนวัตกรรมสำหรับพลังงานลมนอกชายฝั่งมูลค่า 20 ล้านดอลลาร์
รายละเอียด:
- รัฐบาลสหราชอาณาจักรผ่านหน่วยงาน Innovate UK ได้เปิดตัวชุดมาตรการริเริ่มมูลค่ารวม 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 20 ล้านดอลลาร์) เพื่อเร่งรัดนวัตกรรมทางเทคโนโลยีในภาคพลังงานลมนอกชายฝั่ง
- มาตรการหลักประกอบด้วยการจัดตั้งโครงการ Offshore Wind Innovation Programme ซึ่งมีการแข่งขันชิงทุนสนับสนุนเบื้องต้น 10 ล้านปอนด์สำหรับธุรกิจในสหราชอาณาจักรที่มีศักยภาพสูง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีกังหันลมขั้นสูง, ฐานรากและโครงสร้างรุ่นใหม่, และระบบไฟฟ้าและสายส่งแห่งอนาคต
- นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งศูนย์กลางนวัตกรรมพลังงานลม (Wind Innovation Hub) มูลค่า 5 ล้านปอนด์ เพื่อเป็นศูนย์กลางความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม, รัฐบาล, และหน่วยงานวิจัย เพื่อผลักดันการวิจัยและการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์
ผลกระทบ:
- การสนับสนุนเชิงนโยบายที่ชัดเจนนี้สะท้อนให้เห็นว่าสหราชอาณาจักรให้ความสำคัญกับการรักษาความเป็นผู้นำในตลาดพลังงานลมนอกชายฝั่งโลก โดยไม่ได้เน้นแค่การเพิ่มกำลังการผลิต แต่ยังมุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศผ่านการพัฒนานวัตกรรม
- การมุ่งเน้นที่เทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น ฐานรากสำหรับกังหันลมขนาดใหญ่ขึ้น และระบบสายส่งไฟฟ้า เป็นการเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับฟาร์มลมนอกชายฝั่งขนาดใหญ่ในทศวรรษหน้า ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการลดต้นทุนและเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบไฟฟ้าที่พึ่งพาพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก
ที่มา: Power Technology, 17 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : เยอรมนีทดสอบระบบกักเก็บพลังงานเชิงพาณิชย์แบบ DC-Coupled เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการโซลาร์
รายละเอียด:
- โครงการนำร่องในเมือง Widderstall ประเทศเยอรมนี กำลังทดสอบระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่เชิงพาณิชย์ที่เชื่อมต่อโดยตรงกับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ทางฝั่งไฟฟ้ากระแสตรง (DC-coupled) โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการใช้อุปกรณ์ ลดความซับซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ
- โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Sigenergy, EnBW และศูนย์วิจัยพลังงานแสงอาทิตย์และไฮโดรเจนแห่งบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก (ZSW) โดยใช้ระบบแบตเตอรี่ขนาด 252 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ร่วมกับอินเวอร์เตอร์แบบไฮบริดของ Sigenergy
- การเชื่อมต่อแบบ DC-coupled ช่วยให้ไฟฟ้าจากแผงโซลาร์สามารถชาร์จเข้าแบตเตอรี่ได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านการแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับก่อน ซึ่งช่วยลดการสูญเสียในการแปลงพลังงานและลดจำนวนอินเวอร์เตอร์ที่ต้องใช้ โดยเฉพาะในโครงการที่มีขนาดการผลิตไฟฟ้าโซลาร์เกินกว่าขนาดการเชื่อมต่อกับโครงข่าย (Oversized PV)
ผลกระทบ:
- แนวทาง DC-coupling กำลังกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับโครงการ Solar-plus-Storage เนื่องจากช่วยลดต้นทุนฮาร์ดแวร์ (CAPEX) และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของระบบ (Round-trip efficiency) การทดสอบนี้จะให้ข้อมูลเชิงประจักษ์ถึงประโยชน์ในเชิงเศรษฐศาสตร์และเทคนิค ซึ่งอาจผลักดันให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับโครงการเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม (C&I)
- โครงการนี้ยังมีความสำคัญต่อการกำหนดกฎระเบียบในอนาคต โดยเฉพาะกรอบการกำกับดูแล “MiSpeL” ของเยอรมนีที่เกี่ยวข้องกับการติดตามและจัดสรรไฟฟ้าที่เก็บในแบตเตอรี่ หากโครงการสามารถพิสูจน์ได้ว่าการวัดค่าฝั่ง DC สามารถแยกไฟฟ้าสีเขียวออกจากไฟฟ้าจากกริดได้อย่างแม่นยำ อาจส่งผลให้มีการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อให้ระบบ DC-coupled ได้รับประโยชน์จากกลไกตลาดที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
ที่มา: pv magazine Global, 18 มิถุนายน 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- โครงการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ขนาด 602 เมกะวัตต์-ชั่วโมงในเมือง Burgas ประเทศบัลแกเรีย โดย Solarpro Technology และ CATL ได้เริ่มดำเนินการแล้ว ซึ่งนับเป็นโรงเก็บพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันออก
- สำนักงานส่งเสริมชุมชนพลังงาน (OICE) ในจังหวัดบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนเทศบาลในการสร้างชุมชนพลังงานระดับท้องถิ่น โดยปัจจุบันให้การสนับสนุนแล้วกว่า 80 โครงการ
- กลุ่ม G7 ประกาศจัดตั้งพันธมิตรด้านแร่ธาตุสำคัญ (Critical Minerals Alliance) เพื่อลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากจีน และสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบสำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานและเทคโนโลยี AI
- คณะกรรมาธิการยุโรปได้เปิดตัวกลไกไบโอมีเทน (Biomethane Mechanism) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับเชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อเร่งการเติบโตของตลาดไบโอมีเทนในยุโรป
- รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมแก้ไขกฎระเบียบเพื่ออนุญาตให้ผู้บริโภคสามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์แบบเสียบปลั๊ก (Plug-in Solar) ได้ด้วยตนเอง โดยมีผู้ค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Amazon และ Currys ให้การสนับสนุน