รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 19 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : กระทรวงพลังงานเบรกแผนขึ้นค่าไฟขั้นบันได เล็งคลอดอัตราค่าไฟประเภทใหม่สำหรับ Data Center เพื่อช่วยอุ้มกลุ่มผู้ใช้ไฟต่ำกว่า 200 หน่วยแรก
รายละเอียด:
- นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สั่งชะลอแนวทางการปรับขึ้นค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าเกิน 400 หน่วยต่อเดือนออกไปก่อน โดยให้คงอัตราค่าไฟเฉลี่ยงวดเดือนพฤษภาคม ถึง สิงหาคม 2569 ไว้ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย หลังได้รับกระแสสะท้อนว่าผู้ใช้ไฟสูงไม่ได้เป็นผู้มีรายได้สูงเสมอไป
- กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทใหม่ (ประเภทที่ 9) สำหรับกลุ่ม Data Center โดยเฉพาะ เพื่อให้กลุ่มนี้ร่วมรับภาระต้นทุนพลังงานนำเข้า แทนการผลักภาระให้ประชาชนทั่วไป
ผลกระทบ:
- ช่วยลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน 15 ล้านครัวเรือนที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน โดยตั้งเป้าลดค่าไฟกลุ่มนี้ลงเหลือ 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะเจรจาให้ 3 การไฟฟ้ารับภาระไปก่อนระยะแรก
- เพิ่มความท้าทายในการบริหารจัดการต้นทุนเชิงโครงสร้างของระบบไฟฟ้า โดยภาครัฐต้องเร่งทบทวนเงินส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) และค่าความพร้อมจ่าย (AP) ของโรงไฟฟ้า ซึ่งอาจสร้างความไม่แน่นอนและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของกลุ่มโรงไฟฟ้าเอกชนในระยะสั้น
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ และผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : ครม. ไฟเขียวงบ 2,150 ล้านบาท ให้ กฟผ. พัฒนาระบบไฟฟ้า 4 ปี รองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนตากและมุกดาหาร
รายละเอียด:
- นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 1 วงเงินลงทุน 2,150 ล้านบาท
- โครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2572 ครอบคลุมพื้นที่สำคัญสองจุดคือ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และอำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร
ผลกระทบ:
- เพิ่มความมั่นคงในการจ่ายกระแสไฟฟ้าและลดความเสี่ยงไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในพื้นที่อุตสาหกรรมชายแดน ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนรายใหม่ที่เข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
- รองรับระบบโครงข่ายเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าและการซื้อขายพลังงานหมุนเวียนกับประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต แต่ต้องระมัดระวังเรื่องแนวสายส่งที่ต้องพาดผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และป่าอนุรักษ์อย่างเคร่งครัดตามมาตรการสิ่งแวดล้อม
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : จับตานายกรัฐมนตรีดึงโครงการ EEC กลับมาดูแลเอง พร้อมดันศูนย์กลาง Data Center ท่ามกลางความกังวลแย่งชิงทรัพยากรพลังงานและน้ำ
รายละเอียด:
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกคำสั่งยกเลิกการมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลสำนักงาน EEC และประธานบอร์ด กพอ. โดยนายกรัฐมนตรีดึงโครงการกลับมาบริหารจัดการด้วยตัวเอง เพื่อเร่งดึงดูดการลงทุน Data Center และศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหาร
- ภาคประชาชนนำโดยนางสาวสุภาภรณ์ มาลัยลอย เลขาธิการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) และนายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการ ก.ล.ต. แสดงความห่วงกังวลต่อการขยายตัวของ Data Center ซึ่งเป็นกิจการที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและทรัพยากรน้ำมหาศาล สวนทางกับวิกฤตแย่งน้ำในพื้นที่ตะวันออก
ผลกระทบ:
- เกิดความเสี่ยงคอขวดด้านทรัพยากรและการจัดการพลังงานสะอาดในพื้นที่ EEC เนื่องจากความต้องการกำลังผลิตไฟฟ้าและระบบโครงข่ายสายส่งที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เพื่อรองรับนโยบายจัดหาไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและ Direct PPA
- เสนอแนวทางนโยบาย 4 ด้านเพื่อแก้ไขปัญหา ได้แก่ การวางแผนโครงข่ายสายส่งสีเขียวรองรับ Carbon Neutrality การสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมต่อเนื่อง การป้องกันความขาดแคลนทรัพยากรในพื้นที่ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มที่แท้จริงให้แก่คนไทย
ที่มา: เดอะ แอคทีฟ และไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : กฟภ. ประกาศหั่นค่าธรรมเนียมติดตั้งมิเตอร์ TOU ใหม่ เริ่มต้นเพียง 3,300 บาท หนุนกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและผู้ใช้ไฟฟ้าระยะ Off-Peak
รายละเอียด:
- นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ลงนามในประกาศปรับอัตราค่าบริการติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าตามช่วงเวลาของการใช้ (TOU) อัตราใหม่เหลือ 3,300 – 19,000 บาท ตามขนาดและประเภทของมิเตอร์
- อัตราค่าบริการใหม่นี้ได้รับการเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาและให้มีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป เพื่อปรับปรุงอัตราค่าบริการเดิมที่ใช้งานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562
ผลกระทบ:
- ช่วยลดต้นทุนเริ่มต้นสำหรับประชาชนที่ต้องการติดตั้งระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในบ้านเรือน ซึ่งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไปสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและช่วยบริหารการใช้ไฟฟ้าในช่วง Off-Peak (22.00 – 09.00 น.) ที่มีอัตราค่าไฟฐานต่ำกว่าปกติถึง 2.2 เท่า
- ส่งผลดีต่อระบบจำหน่ายไฟฟ้าโดยรวมจากการช่วยกระจายและลดปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในช่วง On-Peak ช่วยสร้างความยืดหยุ่นและเสถียรภาพให้กับระบบโครงข่ายไฟฟ้ากำลังของประเทศ
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกดิ่งตัวแรงรับข่าวสหรัฐฯ-อิหร่าน บรรลุสันติภาพ ปลดล็อกช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ภาคประชาชนจี้รัฐบาลลดราคาขายปลีกแบบสุดซอย
รายละเอียด:
- ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับลดลงอย่างรวดเร็วมาอยู่ที่ระดับ 73 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือประมาณ 15 บาทต่อลิตร หลังมีกระแสข่าวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บรรลุข้อตกลงและเตรียมลงนามหย่าศึกกับอิหร่านเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบ
- นางสาวรสนา โตสิตระกูล กรรมการนโยบายสภาผู้บริโภค เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเร่งทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมันขายปลีก โดยเสนอให้ชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันและลดภาษีสรรพสามิตดีเซลเพื่อสะท้อนต้นทุนจริงของตลาดโลก
ผลกระทบ:
- ลดความตึงเครียดด้านต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพของประชาชนและภาคขนส่งอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้บริษัทน้ำมันในไทยปรับลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ลง 1.50 บาทต่อลิตร และดีเซล 1.30 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569
- กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันในประเทศต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน (Stock Loss) อย่างรุนแรงในไตรมาสที่ 2 เนื่องจากราคาน้ำมันดิบดิ่งลงเกือบ 30% จากระดับเดือนก่อนหน้า ทำให้มูลค่าของน้ำมันดิบสำรองตามกฎหมายลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ และไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : สหพันธ์การขนส่งทางบกฯ บุกยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าคดีน้ำมันล่องหนกว่า 700 ล้านลิตร จี้กระทรวงพลังงานเร่งผ่าตัดโครงสร้างพลังงานไทย
รายละเอียด:
- นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เข้าพบนางสาวอรุณศรี วิชชาวุธ ผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีการกักตุนน้ำมันและปัญหาน้ำมันหายไปกว่า 700 ล้านลิตร
- ทางดีเอสไอระบุว่ากำลังเร่งดำเนินการสอบสวน 10 สำนวนคดี รวมถึงคดีเรือบรรทุกน้ำมันล่องหนกลางทะเลและใบกำกับขนส่งน้ำมันไม่สมบูรณ์ แต่เผชิญอุปสรรคจากความล่าช้าในการส่งข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงานและคลังน้ำมันเอกชนบางแห่ง
ผลกระทบ:
- สะท้อนความโปร่งใสในระบบการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศ ซึ่งมีภาระหนี้สินคงค้างสูงถึง 50,000 ล้านบาท กระทบต่อเสถียรภาพความมั่นคงทางการเงินและต้นทุนราคาขายปลีกพลังงานที่แท้จริงของประชาชน
- กระตุ้นให้กระทรวงพลังงานต้องเร่งแก้ปัญหากลุ่มทุนกักตุนพลังงาน พร้อมทบทวนโครงสร้างราคาทั้งระบบเพื่อเพิ่มความเป็นธรรม และลดโอกาสเกิดช่องโหว่ในการทุจริตนำน้ำมันนอกระบบมาสวมสิทธิ์เงินชดเชย
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : กฟน. แจ้งปรับปรุงระบบไฟฟ้างดจ่ายไฟชั่วคราวบางจุดใน กทม.-สมุทรปราการ วันที่ 19 มิถุนายน 2569 เพื่อบำรุงรักษาระบบและเปลี่ยนสายไฟฟ้าแรงต่ำ
รายละเอียด:
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศแจ้งเตือนความจำเป็นในการงดจ่ายกระแสไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวในพื้นที่กรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ รวมจำนวน 6 จุด ในวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569
- วัตถุประสงค์ของการดำเนินงานเพื่อพัฒนา บำรุงรักษาระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้า ติดตั้งและเปลี่ยนเพิ่มหม้อแปลงไฟฟ้าใหม่ รวมถึงดำเนินการเปลี่ยนถ่ายจากระบบสายอากาศมาเป็นสายไฟใต้ดินเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้งานที่ดียิ่งขึ้น
ผลกระทบ:
- ส่งผลกระทบระยะสั้นต่อการใช้ชีวิตและการสัญจรของประชาชนในบริเวณถนนพัฒนาการ ซอยพัฒนาการ 94 ถนนเชิดวุฒากาศ และพื้นที่ริมถนนเลียบคลองชวดพร้าวรวมถึงซอยเทศบาลบางปู 100 จังหวัดสมุทรปราการ ในช่วงเวลาปฏิบัติงาน
- เพิ่มความแข็งแกร่งและลดความเสี่ยงการเกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจรหรือกระแสไฟฟ้าขัดข้องในระยะยาวของโครงข่ายระบบจำหน่ายไฟฟ้านครหลวง
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- ธอส. เตรียมเปิดตัวโครงการสินเชื่อพลังงานสะอาดดอกเบี้ยต่ำ หนุนประชาชนเปลี่ยนหลังคาบ้านติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ หวังช่วยแบ่งเบาภาระค่าไฟฟ้าในครัวเรือนยุควิกฤตพลังงาน
- กนอ. ลุยศึกษาแนวทางตั้งนิคมอุตสาหกรรมเกษตรมูลค่าสูงจังหวัดสุพรรณบุรี มุ่งเน้นการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพและการใช้เทคโนโลยีอุตสาหกรรมสีเขียวเพื่อพึ่งพาตนเอง
- เอ็มจี เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ NEW MG URBAN ผลิตในไทยราคาเริ่มต้น 529,900 บาท ชูระบบช่วยจอดอัจฉริยะและการจ่ายไฟสู่อุปกรณ์ภายนอกสูงสุด 3.3 กิโลวัตต์
- รัฐบาลสรุปตัวเลข พ.ร.บ. โอนงบประมาณปี 2569 เข้าสู่งบกลางรวมกว่า 10,300 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเครื่องมือรองรับเหตุฉุกเฉินและฟื้นฟูผลกระทบทางเศรษฐกิจช่วงท้ายปี