รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 30-May-2026 ถึง 05-Jun-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : มาเลเซียเตรียมบังคับใช้ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ (LSS) รอบใหม่
รายละเอียด:
- ดาตุก เซอรี ฟาดิลละห์ ยูซอฟ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเปลี่ยนผ่านพลังงานและน้ำของมาเลเซีย เปิดเผยว่าการยื่นข้อเสนอสำหรับโครงการ Large-Scale Solar (LSS) รอบที่ 6 (LSS6) คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ภายในปีนี้
- นโยบายใหม่ที่สำคัญคือ โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในอนาคตทั้งหมดภายใต้ LSS6 จะต้องมีการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ควบคู่ไปด้วย เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบโครงข่ายไฟฟ้าควบคู่ไปกับการขยายกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียน
- รัฐบาลมาเลเซียกำลังเร่งรัดโครงการนี้เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายด้านพลังงานระดับโลก โดยมองว่าการจับคู่โซลาร์ฟาร์มกับ BESS เป็นกุญแจสำคัญในการจัดการความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนและสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าของประเทศ
ผลกระทบ:
– การบังคับให้โครงการ LSS ต้องมี BESS เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่สำคัญ ซึ่งจะสร้างตลาดใหม่ขนาดใหญ่สำหรับเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานในมาเลเซียและภูมิภาคอาเซียน สิ่งนี้จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนโครงการ (CAPEX) และรูปแบบการประมูลราคาพลังงาน ซึ่งนักลงทุนจะต้องคำนวณผลตอบแทนจากการให้บริการเสริมความมั่นคง (Ancillary Services) เพิ่มเติมนอกเหนือจากการขายไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
– นโยบายนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญต่อกิจการไฟฟ้าและหน่วยงานกำกับดูแลในภูมิภาค สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าให้พร้อมรับมือกับพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนที่สูงขึ้น การกำหนดให้ BESS เป็นส่วนหนึ่งของโครงการผลิตไฟฟ้าเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นทาง แทนที่จะรอให้เกิดปัญหาเสถียรภาพของกริดแล้วจึงค่อยแก้ไขในภายหลัง ซึ่งอาจเป็นแนวทางที่ประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนพิจารณานำไปปรับใช้
ที่มา:
The Edge Malaysia, 3 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : เหตุการณ์ไฟฟ้าดับวงกว้างในสุมาตราสร้างความกังวลต่อการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในอินโดนีเซีย
รายละเอียด:
- เหตุการณ์ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในหลายจังหวัดบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้สร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อนักลงทุนในอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องการความเชื่อถือได้ของแหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าสูงสุด
- Fabby Tumiwa ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจาก The Jakarta Post ชี้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากความผิดพลาดเพียงจุดเดียวในสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 275 กิโลโวลต์ แต่กลับส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่จนทำให้ระบบไฟฟ้าล่มทั้งเกาะ สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบส่งไฟฟ้าที่ขาดความซ้ำซ้อน (Redundancy) และความยืดหยุ่น (Flexibility)
- นักวิเคราะห์และผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์มองว่า หากปัญหาความน่าเชื่อถือของระบบไฟฟ้าไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน อาจทำให้นักลงทุนหันไปพิจารณาประเทศอื่นในภูมิภาคที่มีความเสี่ยงด้านพลังงานต่ำกว่า เช่น มาเลเซียหรือไทย สำหรับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในอนาคต
ผลกระทบ:
– ประเด็นนี้ตอกย้ำความเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า (Grid Reliability) กับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ซึ่งมีการใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาลและไม่สามารถทนต่อเหตุการณ์ไฟฟ้าดับได้เลย การลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความมั่นคงทางพลังงาน แต่เป็นปัจจัยพื้นฐานในการดึงดูดการลงทุนที่มีมูลค่าสูง
– เหตุการณ์นี้เป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนสำหรับกิจการไฟฟ้า (Utility) ทั่วทั้งอาเซียนว่า แผนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) จะต้องไม่มุ่งเน้นแค่การสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับการลงทุนปรับปรุงและสร้างความทันสมัยให้กับระบบสายส่งและสายจำหน่าย (Grid Modernization) ไปพร้อมกัน เพื่อรองรับทั้งโรงไฟฟ้าใหม่และโหลดใหม่ ๆ ที่มีความอ่อนไหวสูง เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์
ที่มา:
The Jakarta Post, 4 มิถุนายน 2569 และ 28 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : ADB สนับสนุนแผนพัฒนาเศรษฐกิจเวียดนาม พร้อมผลักดันการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid)
รายละเอียด:
- นาย Masato Kanda ประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้เข้าพบและแสดงความยินดีกับประธานาธิบดีโต เลิม ของเวียดนาม พร้อมแสดงการสนับสนุนแผนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมของเวียดนาม
- ADB กำลังพัฒนาแผนงานโครงการสำหรับปี 2569-2572 มูลค่ารวม 5-6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และการเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคของเวียดนาม
- หนึ่งในโครงการสำคัญคือการสนับสนุนการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าภายใต้กรอบ ASEAN Power Grid โดย ADB กำลังช่วยเหลือเวียดนามและลาวในการพัฒนาสายส่งไฟฟ้าข้ามพรมแดนเพื่อรองรับแผนการนำเข้าไฟฟ้า 8 GW จากลาว และกำลังอยู่ระหว่างการหารือเบื้องต้นเพื่อสนับสนุนโครงการเชื่อมโยงสายส่งระหว่างเวียดนาม-มาเลเซีย-สิงคโปร์
ผลกระทบ:
– การเข้ามามีบทบาทของสถาบันการเงินระหว่างประเทศเช่น ADB เป็นปัจจัยเร่งที่สำคัญในการทำให้โครงการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) เกิดขึ้นได้จริง โดยทำหน้าที่ลดความเสี่ยงด้านการเงินและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนภาคเอกชนในการลงทุนโครงการสายส่งข้ามพรมแดนซึ่งมีมูลค่าสูงและใช้ระยะเวลานาน
– การเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าจะเปลี่ยนพลวัตของตลาดพลังงานในภูมิภาคอย่างสิ้นเชิง ทำให้ประเทศที่มีศักยภาพพลังงานหมุนเวียนสูงแต่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำ (เช่น ลาว) สามารถส่งออกไฟฟ้าสะอาดไปยังประเทศที่มีความต้องการสูงแต่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ (เช่น สิงคโปร์) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานโดยรวม ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับผู้ผลิตและผู้ค้าไฟฟ้า
ที่มา:
Vietnam Investment Review (VIR), 1 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : อินโดนีเซียตั้งเป้าปฏิรูปโครงสร้าง PLN Group ลดจำนวนบริษัทย่อยลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2571
รายละเอียด:
- รัฐบาลอินโดนีเซียตั้งเป้าหมายลดจำนวนบริษัทย่อยในเครือของการไฟฟ้าอินโดนีเซีย (PLN Group) จาก 44 บริษัท เหลือเพียง 23 บริษัทภายในปี 2571 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
- Dony Oskaria หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ (BP BUMN) ระบุว่าแผนการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร (Streamlining) นี้จะดำเนินการผ่านการควบรวมกิจการ การขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก การปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอ และการทำให้โครงสร้างธุรกิจง่ายขึ้น
- การปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน เสริมสร้างธรรมาภิบาล และสร้างโครงสร้างธุรกิจที่มีการบูรณาการมากขึ้น เพื่อให้ PLN สามารถสนับสนุนการเติบโต การลงทุน และวาระการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศได้ดียิ่งขึ้น
ผลกระทบ:
– การปรับโครงสร้างองค์กรขนาดใหญ่ของรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าแห่งชาติเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความพยายามในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงาน การลดขนาดองค์กรให้กระชับขึ้นอาจช่วยให้การตัดสินใจรวดเร็วขึ้น ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความคล่องตัวในการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
– อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่สำคัญคือการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร โดยเฉพาะผลกระทบต่อบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กร การปฏิรูปครั้งนี้อาจเป็นต้นแบบให้กับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าในประเทศอื่น ๆ ที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันให้ต้องปรับตัวสู่รูปแบบธุรกิจใหม่ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น
ที่มา:
Antara News (English), 3 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : ฟิลิปปินส์ใช้ช่องทางพิเศษ (Green Lane) เร่งอนุมัติโครงการลงทุนพลังงานหมุนเวียนมูลค่ากว่า 3.4 แสนล้านเปโซ
รายละเอียด:
- คณะกรรมการการลงทุน (Board of Investments – BOI) ของฟิลิปปินส์ ได้อนุมัติสถานะช่องทางพิเศษ (Green Lane Status) ให้กับโครงการลงทุนมูลค่ารวม 3.4 แสนล้านเปโซในช่วงสี่เดือนแรกของปีนี้ เพื่อเร่งรัดกระบวนการออกใบอนุญาตต่าง ๆ
- โครงการส่วนใหญ่ที่ได้รับการอนุมัติ หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 86% เป็นโครงการด้านพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 3.39 แสนล้านเปโซ และคาดว่าจะสร้างงานได้มากกว่า 37,000 ตำแหน่ง
- นโยบายช่องทางพิเศษนี้จัดตั้งขึ้นภายใต้คำสั่งผู้บริหารที่ 18 (Executive Order 18) เพื่ออำนวยความสะดวกและเร่งรัดการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ โดยมีโครงการพลังงานลมขนาดใหญ่ของบริษัท Airstream Renewables Corp., Viento Energy 1 Corp. และ San Jose Onshore Wind Power Corp. เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่ได้รับการอนุมัติ
ผลกระทบ:
– การใช้กลไก Green Lane เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่ไม่ใช่ทางการเงิน (Non-financial incentive) ที่มีประสิทธิภาพในการดึงดูดการลงทุนด้านพลังงานสะอาด โดยการลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบและขั้นตอนทางราชการ ซึ่งมักเป็นปัญหาคอขวดที่สำคัญในการพัฒนาโครงการในหลายประเทศ
– โมเดลนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศว่าฟิลิปปินส์พร้อมสำหรับการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นแนวทางที่สามารถนำมาปรับใช้เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานในประเทศอื่น ๆ ที่เผชิญกับความล่าช้าจากกระบวนการอนุมัติได้
ที่มา:
The Philippine Star, 4 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : Envision Energy ร่วมมือกับ IES พัฒนาระบบพลังงานแห่งอนาคตที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ประเทศลาว
รายละเอียด:
- Envision Energy ผู้นำด้านเทคโนโลยีกรีนเทคระดับโลก ได้ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Impact Electrons Siam (IES) ผู้พัฒนาพลังงานหมุนเวียนชั้นนำ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโครงการไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon Wind Power Project ในประเทศลาว
- โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านของลาว จากเดิมที่เป็นผู้ส่งออกไฟฟ้าพลังน้ำเป็นหลัก ไปสู่การเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับการพัฒนาพลังงานสะอาดที่หลากหลาย โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
- Envision Energy จะนำเสนอระบบพลังงานแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-powered future energy system) เพื่อช่วยประสานงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของโรงไฟฟ้าพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งไฟฟ้าที่ผลิตได้จะรองรับโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน เช่น เมืองอัจฉริยะ และดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียว
ผลกระทบ:
– โครงการนี้เป็นรูปธรรมของแนวคิด ‘Battery of ASEAN’ ที่ประเทศซึ่งมีศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียนสูงสามารถผลิตและส่งออกไฟฟ้าสะอาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับภูมิภาค และลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลโดยรวม
– การใช้เทคโนโลยี AI ในการบริหารจัดการระบบพลังงานที่ซับซ้อนซึ่งประกอบด้วยแหล่งพลังงานหลายประเภท (Wind, Solar, Storage) แสดงให้เห็นถึงทิศทางของการพัฒนาระบบไฟฟ้าในอนาคต ที่จะต้องอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นความท้าทายหลักของกิจการไฟฟ้าในยุคเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ที่มา:
Antara News (English), 4 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : นายกรัฐมนตรีมาเลเซียย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งสร้างโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจาก Data Center Boom
รายละเอียด:
- นายกรัฐมนตรี ดาตุก เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ได้ย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งรัดความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อสร้างโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) ให้เกิดขึ้นจริง
- เขาระบุว่าความต้องการใช้ไฟฟ้ากำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นผลมาจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- นายกฯ อันวาร์ชี้ว่า ไม่มีประเทศใดสามารถตอบสนองความต้องการพลังงานในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยลำพัง และการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าระหว่างกันในอาเซียนเป็นแนวทางที่จำเป็นเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานที่ยั่งยืนและราคาไม่แพงสำหรับทุกคนในภูมิภาค
ผลกระทบ:
– คำกล่าวของผู้นำมาเลเซียตอกย้ำว่าความต้องการไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์ได้กลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทรงพลังในการผลักดันให้แนวคิด ASEAN Power Grid ต้องถูกทำให้เป็นจริง การเติบโตของโหลดขนาดใหญ่นี้สร้างทั้งความท้าทายด้านความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและโอกาสทางเศรษฐกิจสำหรับประเทศที่สามารถจัดหาพลังงานสะอาดได้อย่างเพียงพอ
– ประเด็นนี้ส่งสัญญาณว่านโยบายพลังงานในอนาคตจะต้องพิจารณาเรื่องการค้าพลังงานระหว่างประเทศ (Cross-border Power Trade) อย่างจริงจัง รูปแบบธุรกิจของ Utility จะต้องขยายจากการให้บริการภายในประเทศไปสู่การเป็นผู้เล่นในตลาดพลังงานระดับภูมิภาค ซึ่งจำเป็นต้องมีการปรับปรุงกฎระเบียบด้านการใช้โครงข่าย (Wheeling Charge) และกลไกตลาดกลางซื้อขายไฟฟ้าที่ชัดเจน
ที่มา:
The Edge Malaysia, 4 มิถุนายน 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- Malakoff ผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระรายใหญ่ของมาเลเซียเรียกร้องให้ภาครัฐสร้างความชัดเจนด้านนโยบายและกฎระเบียบระยะยาวเพื่อดึงดูดการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน
- Sungrow ประกาศความสำเร็จในการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบของโครงการโซลาร์ฟาร์มพร้อมแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในเมียนมา ขนาด 110 MW/40 MWh โดยใช้เวลาทดสอบและ commissioning เพียง 7 วัน
- บริษัท ACEN จากฟิลิปปินส์ ประสบความสำเร็จในการทำสัญญารับประกันรายได้ระยะยาว (CISA) กับรัฐบาลออสเตรเลียสำหรับโครงการโซลาร์ฟาร์ม 600 MW พร้อมแบตเตอรี่ 2,400 MWh
- Willowglen บริษัทจากสิงคโปร์ ได้รับสัญญาในการติดตั้งระบบติดตามตรวจสอบโครงข่ายไฟฟ้า (Power Grid Monitoring Systems) ให้กับ SP PowerAssets ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงกริดให้ทันสมัย
- PLN ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าของอินโดนีเซีย รายงานว่าสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานใหม่และพลังงานหมุนเวียน (NRE) ณ เดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 17.89% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้