รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 01 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : กรมขนส่งฯ เตรียมออกป้ายทะเบียนรถ EV พื้นสีฟ้าสะท้อนแสง รับนโยบายพลังงานสะอาด
รายละเอียด:
- กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างกฎกระทรวงว่าด้วยแผ่นป้ายทะเบียนรถไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะกำหนดให้รถ EV ทุกประเภทใช้ป้ายทะเบียนพื้นสีฟ้าสะท้อนแสง โดยครอบคลุมรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล 4 ประเภท และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล.
- เจ้าของรถ EV ที่จดทะเบียนก่อนกฎกระทรวงนี้มีผลบังคับใช้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนป้ายทะเบียนทันที แต่จะได้รับเครื่องหมายเพิ่มเติมให้ติดที่รถ โดยมีระยะเวลา 1 ปีในการดำเนินการ.
- เหตุผลหลักของนโยบายนี้คือการสนับสนุนทิศทางของรัฐบาลในการผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดปัญหามลพิษและฝุ่น PM2.5 รวมถึงเพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลความปลอดภัย การให้สิทธิประโยชน์ และการช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า.
ผลกระทบ:
- การกำหนดป้ายทะเบียนเฉพาะสำหรับรถ EV จะช่วยให้การระบุและการบริหารจัดการยานยนต์ไฟฟ้าบนท้องถนนเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นการสนับสนุนเชิงนโยบายเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดในภาคการขนส่ง.
- การเพิ่มขึ้นของจำนวนรถ EV ซึ่งได้รับแรงหนุนจากนโยบายดังกล่าว จะส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญต่อการวางแผนกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ และการบริหารจัดการกริดไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการชาร์จพร้อมกันจำนวนมาก.
- รัฐบาลจะต้องพิจารณามาตรการเชิงรุกเพื่อรองรับการเติบโตของ EV ทั้งด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด การพัฒนาระบบสายส่งและจำหน่ายที่ชาญฉลาด (Smart Grid) และการส่งเสริมการบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ (Demand Side Management) เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นไปอย่างยั่งยืนและไม่กระทบต่อค่าไฟฟ้าหรือความมั่นคงของระบบ.
ที่มา: thansettakij, 31 พฤษภาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- รัฐบาลคิกออฟมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ด้วยงบประมาณเกือบ 2 แสนล้านบาท เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชนผู้ได้รับสิทธิ์ 26.04 ล้านคน เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน โดยภาครัฐร่วมจ่าย 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40% และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับเงินเพิ่มอีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท. แม้จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นการประคองกำลังซื้อมากกว่าการสร้างกำลังซื้อใหม่อย่างยั่งยืน และยังมีความกังวลเรื่องความไม่ทั่วถึงในการเข้าถึงสิทธิ์ของกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน.