รายงานวิเคราะห์ข่าวพลังงานรายสัปดาห์ (Weekly Digest) ประจำวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 – 24 พฤษภาคม 2569
บทสรุปผู้บริหาร
สรุปสถานการณ์ด้านระบบไฟฟ้าและการไฟฟ้าในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนักด้านการบริหารจัดการพลังงาน ท่ามกลางความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ (Peak Demand แตะ 32,614 เมกะวัตต์) ในขณะที่ประเทศพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูงเกินครึ่งหนึ่งของความต้องการใช้
- คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็น 4 แนวทางในการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 200 หรือ 400 หน่วยต่อเดือนขึ้นไปต้องจ่ายค่าไฟในอัตราที่สูงขึ้น เพื่อสะท้อนต้นทุนและส่งเสริมการประหยัดพลังงาน
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้ดำเนินการดับไฟฟ้าเพื่อบำรุงรักษาและปรับปรุงโครงข่ายระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความมั่นคงของระบบรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สนธิกำลังปราบปรามการลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อทำเหมืองบิตคอยน์ขนาดใหญ่ในจังหวัดลำปาง ซึ่งสร้างความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าและรัฐกว่า 2.5 ล้านบาท สะท้อนถึงปัญหาการสูญเสียพลังงานในระบบ
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ออกมายืนยันความปลอดภัยของเขื่อนขนาดใหญ่ 6 แห่ง รวมถึงเขื่อนภูมิพลและเขื่อนศรีนครินทร์ หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.3 ในเมียนมา เพื่อสร้างความมั่นใจต่อเสถียรภาพการผลิตไฟฟ้าของประเทศ
การวิเคราะห์แนวโน้มและผลกระทบ
วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐศาสตร์พลังงานและโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทย
- ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและค่าขนส่งพุ่งสูงขึ้น ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจหลายแห่งได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ของไทยปี 2569 ลงเหลือเพียง 1.2-1.7% และประเมินว่าอัตราเงินเฟ้ออาจพุ่งสูงถึง 3.7-6.6% ทำให้ไทยเสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Stagflation
- รัฐบาลได้ออก พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพยุงราคาพลังงานและลดค่าครองชีพ 200,000 ล้านบาท และลงทุนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด 200,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้สร้างความกังวลต่อภาระหนี้สาธารณะที่อาจทะลุเพดาน 70% ต่อ GDP
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในภาวะวิกฤต โดยติดลบกว่า 60,000 ล้านบาท จากการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล B20 และ E20 เพื่อพยุงค่าครองชีพ ซึ่งเป็นภาระทางการคลังที่หนักหน่วง
- การขยายตัวของการลงทุนในอุตสาหกรรม Data Center และ AI สะท้อนจากการลงทุน PCB เฟส 2 กว่า 2.2 หมื่นล้านบาท และผลกำไรของ EGCO ที่พุ่งสูง ชี้ให้เห็นแนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าอุตสาหกรรมที่จะเพิ่มขึ้นมหาศาล ระบบไฟฟ้ากำลังต้องเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับอย่างเร่งด่วน
ความเคลื่อนไหวของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ความเคลื่อนไหวที่สำคัญของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีผลกระทบต่อนโยบายพลังงานในรอบสัปดาห์ มีดังนี้
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หารือกับผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) และได้รับการชื่นชมว่านโยบายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของไทยดำเนินมาถูกทางแล้ว พร้อมนำข้อเสนอเอกชนเข้า ครม. เพื่อเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว
- กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เดินหน้าตรวจสอบโรงกลั่นและบริษัทค้าน้ำมัน กรณีสงสัยว่าอาจมีการปกปิดข้อมูลและกักตุนเชื้อเพลิง ขณะที่บริษัทพลังงานรายใหญ่ออกมาชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวหา
- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เข้าตรวจสอบและจัดการปัญหาการจำหน่ายแผงโซลาร์เซลล์ที่ไม่ได้มาตรฐาน พร้อมเรียกบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าหารือเพื่อแก้ปัญหากรณีรถยนต์ไฟฟ้าเกิดเหตุเพลิงไหม้ขณะชาร์จ
- คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน และลดพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล เพื่อรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขัน
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ
ประเด็นทางยุทธศาสตร์ที่ภาคประชาสังคมและประชาชนทั่วไปควรติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป ประกอบด้วย
- การพิจารณาปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบอัตราก้าวหน้าของ กกพ. ประชาชนควรติดตามผลสรุปของแนวทางดังกล่าวว่าจะมีผลบังคับใช้อย่างไร และควรเตรียมปรับพฤติกรรมการใช้ไฟในครัวเรือน
- ความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินกู้ 400,000 ล้านบาท ภาคประชาชนควรจับตาว่าเม็ดเงินนี้จะถูกนำไปใช้แก้ไขปัญหาโครงสร้างพลังงานอย่างยั่งยืน และช่วยลดค่าไฟให้ถูกลงได้จริงหรือไม่
- นโยบายและการจัดการระบบรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ภาคประชาชน ควรติดตามข้อถกเถียงระหว่างการใช้ระบบ Net Metering และ Net Billing ว่าภาครัฐจะตัดสินใจเลือกแนวทางใดที่จะสร้างความเป็นธรรมให้กับระบบไฟฟ้าและผู้ใช้งาน
- มาตรฐานความปลอดภัยของเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ประชาชนผู้บริโภคควรติดตามการกำหนดมาตรฐานและบทลงโทษที่ชัดเจนจากรัฐ ทั้งอุปกรณ์โซลาร์เซลล์และยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสีเขียว