รายงานวิเคราะห์ข่าวพลังงานรายสัปดาห์ (Weekly Digest) ประจำวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 – 17 พฤษภาคม 2569

บทสรุปผู้บริหาร

  • รัฐบาลประกาศใช้พระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยแบ่งงบประมาณครึ่งหนึ่งเพื่อบรรเทาภาระค่าพลังงานแก่ประชาชน และอีกครึ่งหนึ่งเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ท่ามกลางการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบข้อกฎหมายโดยพรรคร่วมฝ่ายค้าน
  • นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้า เพื่อรื้อโครงสร้างและทบทวนสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชน (IPP) โดยมุ่งเน้นการจัดการค่าความพร้อมจ่าย (AP) และค่าพลังงาน (EP) ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เป็นธรรม
  • คณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิกการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหากรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ชุดเดิม เนื่องจากตรวจพบว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการขัดต่อกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลให้การดำเนินนโยบายและการออกระเบียบด้านพลังงานเกิดความล่าช้า
  • กระทรวงมหาดไทยสั่งการเร่งด่วนให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หาแนวทางปรับลดต้นทุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับภาคเอกชนและลดค่าใช้จ่ายให้ครัวเรือน
  • กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ กฟภ. ที่มีส่วนทุจริตเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อทำเหมืองบิทคอยน์ ซึ่งสร้างความเสียหายแก่รัฐกว่า 3 พันล้านบาท ขณะที่ กฟภ. ยังคงเดินหน้าทลายเหมืองบิทคอยน์ผิดกฎหมายในพื้นที่ต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง

การวิเคราะห์แนวโน้มและผลกระทบ

• ผลกระทบต่อเศรษฐกิจระดับมหภาคและค่าครองชีพ

  • 1. การปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลและเบนซิน ผนวกกับโครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าในช่วงฤดูร้อน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค
  • 2. ภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงขึ้นกำลังกดดันดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคให้ลดลงต่อเนื่อง และเพิ่มความเสี่ยงให้กลุ่มชนชั้นกลางกลายเป็นกลุ่มคนจนใหม่

• ความท้าทายด้านเสถียรภาพทางการคลัง

  • 1. การใช้ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แม้จะช่วยกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่มีนักวิเคราะห์ประเมินความเสี่ยงว่าหนี้สาธารณะอาจแตะเพดานร้อยละ 70 ภายในปี 2570 ซึ่งอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศหากไม่มีการปรับโครงสร้างรายได้

• ทิศทางเศรษฐศาสตร์พลังงานและการลงทุน

  • 1. ภาคธุรกิจที่ปรับตัวเข้าสู่พลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค (เช่น กลุ่มโรงไฟฟ้าหมุนเวียน และการรองรับ Data Center) มีผลประกอบการที่เติบโตอย่างโดดเด่น สะท้อนถึงการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินลงทุนสู่เศรษฐกิจสีเขียว
  • 2. การลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีต้นทุนแฝงที่อาจทำให้ค่าไฟฟ้าโดยรวมมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในระยะยาว หากไม่มีการรื้อโครงสร้างการผูกขาดในตลาดไฟฟ้า

• ผลกระทบต่อเสถียรภาพและระบบไฟฟ้ากำลัง

  • 1. การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้าและการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ไม่ได้มาตรฐาน นำมาซึ่งความเสี่ยงด้านอุบัติภัยและอัคคีภัย ภาครัฐจึงมีความจำเป็นต้องเร่งบังคับใช้มาตรฐานสินค้าและยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ผันผวน

ความเคลื่อนไหวของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

• ภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแล

  • 1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาค่าครองชีพ การจัดระเบียบโครงสร้างพลังงาน และบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เศรษฐกิจ
  • 2. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เตรียมออกประกาศยกระดับให้ธุรกิจติดตั้งโซลาร์เซลล์เป็นธุรกิจควบคุมสัญญา และเร่งหาแนวทางคุ้มครองผู้บริโภคในตลาดยานยนต์ไฟฟ้า
  • 3. กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ประกาศความชัดเจนเรื่องเงื่อนไขการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป

• ภาคการเมืองและนักวิชาการ

  • 1. พรรคประชาชน ทำหน้าที่ตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
  • 2. นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ ให้ความเห็นเตือนรัฐบาลว่าการใช้เงินกู้เยียวยาจะเป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้น หากไม่มีการเปิดเสรีตลาดไฟฟ้า

• ภาคเอกชนและอุตสาหกรรม

  • 1. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลให้เร่งปลดล็อกการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรง (Direct PPA) ภายในปี 2569
  • 2. กลุ่มบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ (เช่น ปตท., BANPU, CKPower, WHAUP, เซ็นทรัลพัฒนา) เดินหน้าขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ก๊าซธรรมชาติรองรับ Data Center และแพลตฟอร์มความยั่งยืนระดับเยาวชน

• ภาคประชาสังคมและประชาชน

  • 1. ประชาชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี รวมตัวคัดค้านโครงการขยายโรงกลั่นและสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ เพื่อปกป้องระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ
  • 2. เครือข่ายอากาศเพื่อสุขภาพ เฝ้าระวังการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดในชั้นกรรมาธิการวุฒิสภา เพื่อไม่ให้ถูกลดทอนสาระสำคัญด้านการเอาผิดผู้ก่อมลพิษ

ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ

การพิจารณาข้อกฎหมายของ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

  • 1. ภาคประชาสังคมและประชาชนควรติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลการตีความจะส่งผลกระทบโดยตรงต่องบประมาณที่จะนำมาใช้อุดหนุนค่าไฟฟ้าในระยะสั้น และนโยบายส่งเสริมพลังงานสะอาดในอนาคต

การรื้อโครงสร้างค่าไฟฟ้าและการทบทวนสัญญา IPP

  • 1. ผู้ใช้ไฟฟ้าควรจับตากระบวนการทำงานของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าที่รัฐบาลตั้งขึ้น ว่าจะสามารถเจรจาปรับลดค่าความพร้อมจ่าย (AP) ได้จริงหรือไม่ และผลลัพธ์ดังกล่าวจะสะท้อนเป็นการปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าในบิลเรียกเก็บเงินของประชาชนได้เมื่อใด

ความคืบหน้าของมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคด้านพลังงานทดแทน

  • 1. ประชาชนที่สนใจลงทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปหรือซื้อยานยนต์ไฟฟ้า ควรติดตามการออกประกาศบังคับใช้กฎหมายควบคุมสัญญาและสินค้าควบคุมฉลากจาก สคบ. เพื่อนำมาใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาเลือกผู้ให้บริการที่ได้มาตรฐานและป้องกันความเสี่ยงด้านอัคคีภัย

ทิศทางการเปิดรับซื้อไฟฟ้าเสรี (Direct PPA)

  • 1. ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ควรติดตามการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาบอร์ด กกพ. ชุดใหม่ให้แล้วเสร็จ เนื่องจากกลไกของ กกพ. จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการออกระเบียบการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรง ซึ่งเป็นปัจจัยชี้วัดว่าประเทศไทยจะสามารถลดต้นทุนพลังงานเพื่อดึงดูดการลงทุนได้ตามเป้าหมายหรือไม่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *