รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 17 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 1 : รัฐบาลออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท รับมือวิกฤตพลังงานและขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

รายละเอียด:

  • รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือบรรเทาภาระประชาชนจากวิกฤตพลังงาน 200,000 ล้านบาท และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน 200,000 ล้านบาท เพื่อรับมือผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
  • ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินว่าเงินกู้ดังกล่าวจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัวสูงขึ้น 0.7 จุดเปอร์เซ็นต์ แต่ปี 2570 จะขยายตัวต่ำลง 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์ พร้อมเตือนหนี้สาธารณะมีแนวโน้มแตะเพดาน 70% ภายในปีงบประมาณ 2570 และอาจสูงถึง 75% ในปี 2573 หากรัฐบาลไม่สามารถปฏิรูปการคลังและหารายได้เพิ่มได้ทัน
  • บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Rating and Investment Information, Inc. (R&I) ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ A- และมุมมองมีเสถียรภาพ แต่แนะนำให้รัฐบาลบริหารจัดการหนี้อย่างรัดกุมและใช้มาตรการปรับโครงสร้างทางการคลังเพิ่มเติมหากสถานการณ์พลังงานโลกยืดเยื้อ

ผลกระทบ:

การกู้เงินครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาภาระค่าพลังงานแก่ประชาชนในระยะสั้น และลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในระยะยาว ซึ่งอาจช่วยลดความผันผวนของค่าพลังงานในอนาคต แต่ความเสี่ยงหนี้สาธารณะที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ และจำกัดพื้นที่การคลังในการรับมือวิกฤตในอนาคต
การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดผ่านการส่งเสริมโซลาร์เซลล์ EV และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Green power Infrastructure) ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Energy storage system : ESS) จะช่วยลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า เพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของไทยในระยะยาว แต่การพึ่งพาเทคโนโลยีนำเข้าสูงอาจทำให้เม็ดเงินลงทุนรั่วไหลออกนอกประเทศ

ที่มา:

Policy Watch วันที่ 16 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 2 : กฟน. ประกาศดับไฟบำรักษาระบบ เสริมความมั่นคงไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล

รายละเอียด:

  • การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ได้ประกาศแจ้งงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2569
  • การดับไฟฟ้ามีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมถึงปรับปรุงและเสริมความมั่นคงของระบบจำหน่ายไฟฟ้า เพื่อให้การจ่ายกระแสไฟฟ้ามีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
  • พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกระจายอยู่ทั่วหลายเขต เช่น ถนนอินทราภรณ์, ถนนเพชรเกษม 112, ถนนอ่อนนุช, ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล, ถนนราชพฤกษ์, ถนนบางกรวย-ไทรน้อย, ถนนเทพารักษ์ เป็นต้น โดยมีระยะเวลาดับไฟเฉลี่ย 6-8 ชั่วโมงต่อจุด

ผลกระทบ:

การดับไฟฟ้าตามแผนบำรุงรักษานี้ แม้จำเป็นต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า แต่ก็ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่ที่ไฟฟ้าดับ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าในการดำเนินชีวิตประจำวันหรือการประกอบกิจการ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่สะดวกและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
การลงทุนในการบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้าของ กฟน. เป็นสิ่งสำคัญเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนผ่านพลังงานในอนาคต ซึ่งรวมถึงการรองรับโซลาร์รูฟท็อปและการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าที่ต้องการโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้ เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าโดยรวม

ที่มา:

Thairath.co.th วันที่ 16 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 3 : กฟภ. สนธิกำลังตำรวจบุกทลายเหมืองบิทคอยน์ขนาดใหญ่ ลักลอบใช้ไฟฟ้ากว่า 8 เดือน ในจังหวัดลำปาง

รายละเอียด:

  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จังหวัดลำปาง ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร พร้อมด้วย นายบุญยัง สังบัวแก้ว ผู้จัดการการไฟฟ้า จังหวัดลำปาง เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ให้เช่าแห่งหนึ่งบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ลำปาง-งาว หลังได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบใช้ไฟฟ้าผิดกฎหมาย
  • ตรวจพบว่ามีการดัดแปลงมิเตอร์ไฟฟ้าและต่อสายตรงใช้งานเพื่อเดินเครื่องขุดบิทคอยน์จำนวน 18 เครื่อง ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลาร่วม 8 เดือน มูลค่าความเสียหายจากการลักลอบใช้ไฟฟ้าประมาณ 2.5 ล้านบาท และค่าปรับ 4 แสนบาท
  • การลักลอบใช้ไฟฟ้าในปริมาณมหาศาลนี้เทียบเท่ากับการใช้ไฟฟ้าของบ้านเรือน 50 หลังคาเรือนในเวลาเดียวกัน โดยมีชาวบ้านใกล้เคียงสังเกตเห็นสายไฟหลอมละลายจึงแจ้ง กฟภ. เข้าตรวจสอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่เตือนว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดเพลิงไหม้ได้

ผลกระทบ:

การลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อทำเหมืองบิทคอยน์ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบไฟฟ้าในหลายมิติ ทั้งการสูญเสียรายได้ของการไฟฟ้า ซึ่งท้ายที่สุดอาจส่งผลต่อโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่ประชาชนและภาคธุรกิจต้องรับภาระ และยังสร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงของระบบจ่ายไฟฟ้าในพื้นที่จากการดัดแปลงมิเตอร์และการใช้ไฟเกินขนาด
พฤติกรรมดังกล่าวขัดขวางการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และอาจเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมาย Net Zero หากการใช้ไฟฟ้าอย่างไม่ถูกต้องและไม่มีการควบคุมเพิ่มสูงขึ้นอย่างแพร่หลาย การไฟฟ้าฯ จึงต้องเร่งสร้างความตระหนักและปราบปรามการลักลอบใช้ไฟฟ้าอย่างจริงจังเพื่อรักษาเสถียรภาพและความปลอดภัยของระบบ

ที่มา:

ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 16 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 4 : กระทรวง อว. ผนึก 6 กระทรวง เร่งเครื่องยนต์วิจัยชาติ ‘สวทช.’ หนุนนวัตกรรมพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจยั่งยืน

รายละเอียด:

  • ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้นำคณะรัฐมนตรี ผู้แทนรัฐมนตรี จาก 6 กระทรวงสำคัญ อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน, นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงการคลัง และ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. เยี่ยมชมผลงานวิจัยของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อบูรณาการงานวิจัยเป็นกลไกขับเคลื่อนภารกิจของรัฐบาล
  • ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน ได้กล่าวปาฐกถาถึงบทบาทของ สวทช. ในฐานะ ‘National Research Engine’ โดยเน้นการนำโจทย์จริงจากทุกภาคส่วนมาแปรเปลี่ยนเป็นนวัตกรรมที่แก้ปัญหาและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำ รวมถึงการสนับสนุนนวัตกรรมพลังงานสะอาดและการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด
  • โฆษกกระทรวงพลังงานได้กล่าวถึงการขยายผลการตรวจสอบคุณภาพแผงโซลาร์เซลล์ใช้แล้วเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ควบคู่กับการเร่ง Upskill และ Reskill บุคลากรในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศผ่านงานวิจัยในมิติที่หลากหลาย

ผลกระทบ:

การบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด โดยเฉพาะการตรวจสอบและนำแผงโซลาร์เซลล์ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด จะช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า ลดการพึ่งพิงพลังงานฟอสซิล และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย
การที่ สวทช. เป็น “เครื่องยนต์วิจัยของชาติ” โดยเน้นนวัตกรรมที่ “แก้โจทย์ได้จริง” จะช่วยส่งเสริมศักยภาพของระบบไฟฟ้ากำลังในการรองรับพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้เกิดความมั่นคงทางพลังงานและสร้างเศรษฐกิจสีเขียวที่ยั่งยืนในระยะยาว

ที่มา:

ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 16 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 5 : เซ็นทรัลพัฒนา จับมือ UNDP-EU สร้างแพลตฟอร์มเยาวชนขับเคลื่อนไอเดียความยั่งยืนสู่เป้าหมาย Net Zero 2050

รายละเอียด:

  • บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ร่วมกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และสหภาพยุโรป (EU) ประจำประเทศไทย รวมถึงกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง อว. และพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ เดินหน้ายกระดับโครงการ Better Future Project ปีที่ 5 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อนาคตใกล้ฉัน” โดยมีผู้บริหารสำคัญเช่น นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา, นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และ นีฟ คอลิเออร์-สมิธ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย
  • โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแพลตฟอร์มพัฒนาเยาวชนไทยประกวดไอเดียด้านความยั่งยืนที่ครอบคลุม 5 ภูมิภาค โดยให้เยาวชน “คิด-ทดลอง-เปลี่ยนโลก” ผ่านการประกวดไอเดียและเรียนรู้ Future Skills ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล
  • CPN ตั้งเป้า Net Zero 2050 และขับเคลื่อนหลัก ESG ผ่านการลงทุนในพลังงานสะอาด การพัฒนาอาคารเขียว (Green Building) และยกระดับความร่วมมือ Green Partnership โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการนำแนวคิดความยั่งยืนสู่การปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่

ผลกระทบ:

โครงการนี้เป็นการลงทุนระยะยาวในการสร้างความตระหนักและส่งเสริมบทบาทของเยาวชนในการแก้ปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน ซึ่งจะสร้างบุคลากรที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำและบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในอนาคต
การที่ภาคเอกชนขนาดใหญ่อย่าง CPN ให้ความสำคัญกับการลงทุนพลังงานสะอาด การพัฒนาอาคารเขียว และการส่งเสริม Green Partnership จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยลดการใช้พลังงานในภาคอาคาร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป็นต้นแบบในการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ยั่งยืน ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบไฟฟ้าโดยรวมผ่านการลด Demand Side และเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน

ที่มา:

ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 17 พฤษภาคม 2569

ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ

  • เกิดอุบัติเหตุรถไฟพุ่งชนรถเมล์ใกล้สถานีแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และรถเมล์ใช้แก๊สเกิดเพลิงลุกไหม้รุนแรง
  • กรุงเทพมหานครเปิดให้ประชาชนร่วมคัดค้านร่างผังเมืองรวมฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 เป็นเวลา 90 วัน เพื่อตรวจสอบการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินและการยกเลิกโครงการถนนบางสาย
  • รายงาน 4 จุดตัดทางรถไฟกับถนนสายหลักในกรุงเทพฯ อาทิ ถ.อโศก-ดินแดง และ ถ.พระราม 6 ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและการจราจรติดขัดสูง
  • ชาวบ้านในอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ทนทุกข์จากปัญหาน้ำในคลองหนองสรวงเปลี่ยนเป็นสีดำและส่งกลิ่นเหม็นมานานกว่า 10 ปี โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน
  • บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล (XPG) รายงานกำไรสุทธิไตรมาสแรกปี 2569 ที่ 50 ล้านบาท โดยมีรายได้จากส่วนแบ่งกำไร KTX และธุรกิจ ICO Portal ที่โดดเด่น แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังท้าทาย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *