ประเด็นประเด็นข่าวที่ 1 : สภาแห่งรัฐจีนบรรจุการแก้ไข “กฎหมายไฟฟ้า” ในแผนงานนิติบัญญัติปี 2026 ส่งสัญญาณปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่
รายละเอียด:
- สำนักงานคณะรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เผยแพร่ “แผนงานนิติบัญญัติของสภาแห่งรัฐ ประจำปี 2026” ซึ่งเป็นเอกสารกำหนดทิศทางการออกกฎหมายของฝ่ายบริหาร โดยในภาคผนวกได้ระบุถึงร่างกฎหมายที่เตรียมการเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสภาประชาชนแห่งชาติ (สภานิติบัญญัติ) ซึ่งรวมถึง “ร่างแก้ไขกฎหมายไฟฟ้า” (电力法修订草案)
- แผนงานดังกล่าวยังรวมถึงการแก้ไข “ข้อบังคับการจัดการเหตุฉุกเฉินและสืบสวนอุบัติเหตุด้านความปลอดภัยทางไฟฟ้า” ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) และสำนักงานพลังงานแห่งชาติ (NEA) เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของระบบไฟฟ้าสมัยใหม่
ผลกระทบ:
การแก้ไขกฎหมายไฟฟ้าซึ่งบังคับใช้มาอย่างยาวนาน ถือเป็นก้าวที่สำคัญที่สุดในการวางรากฐานทางกฎหมายสำหรับการสร้าง “ระบบไฟฟ้าชนิดใหม่” (New Power System) กฎหมายฉบับปัจจุบันไม่สามารถรองรับพลวัตของตลาดไฟฟ้า การเติบโตของพลังงานหมุนเวียน แหล่งพลังงานแบบกระจายศูนย์ (DERs) และผู้เล่นรายใหม่ในระบบ เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) และโรงไฟฟ้าเสมือน (VPP) ได้อย่างเต็มที่
การปฏิรูปกฎหมายครั้งนี้จะปลดล็อกการปฏิรูปตลาดไฟฟ้าในเชิงลึก โดยจะมีการกำหนดนิยาม บทบาท และความรับผิดชอบของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในตลาดให้ชัดเจนขึ้น สร้างกลไกราคาที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของความมั่นคงและความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า และเป็นรากฐานสำคัญในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Dual Carbon Goals) ของจีน
ที่มา:
CPNN (中国电力新闻网) วันที่ 14 พฤษภาคม 2026
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 2 : 4 หน่วยงานหลักของจีนประกาศ “แผนปฏิบัติการส่งเสริมการเสริมพลังซึ่งกันและกันระหว่าง AI และพลังงาน” กำหนดทิศทาง “ไฟฟ้าเพื่อ AI และ AI เพื่อไฟฟ้า”
รายละเอียด:
- 4 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่ NDRC, NEA, กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (MIIT) และสำนักงานข้อมูลแห่งชาติ (National Data Bureau) ได้ร่วมกันออก “แผนปฏิบัติการส่งเสริมการเสริมพลังซึ่งกันและกันระหว่างปัญญาประดิษฐ์และพลังงาน” (Action Plan for Promoting Two-Way Empowerment between AI and Energy)
- แผนดังกล่าวตั้งเป้าหมายถึงปี 2027 และ 2030 โดยแบ่งเป็นสองมิติหลัก คือ 1) “ไฟฟ้าเพื่อ AI” (以能赋智): สร้างความมั่นคงด้านพลังงานที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีต้นทุนที่เหมาะสมสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านประมวลผล (Data Centers) ส่งเสริมการตั้งศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ที่มีพลังงานหมุนเวียนอุดมสมบูรณ์ (算电协同) และ 2) “AI เพื่อไฟฟ้า” (以智强能): ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบพลังงานในทุกมิติ ตั้งแต่การพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน การควบคุมโครงข่ายอัจฉริยะ ไปจนถึงการสำรวจแหล่งพลังงานใหม่
ผลกระทบ:
นโยบายนี้ถือเป็นการยกระดับ “การผนึกกำลังระหว่างพลังงานและพลังการประมวลผล” (算电协同) ให้เป็นยุทธศาสตร์ชาติอย่างเป็นทางการ โดยมองว่าศูนย์ข้อมูลเป็นโหลดขนาดใหญ่รูปแบบใหม่ที่มีความยืดหยุ่น การส่งเสริมให้ศูนย์ข้อมูลย้ายไปตั้งในภาคตะวันตกที่อุดมด้วยพลังงานลมและแสงอาทิตย์ จะช่วยแก้ปัญหาสองด้านพร้อมกัน คือ จัดหาไฟฟ้าสีเขียวราคาถูกให้กับอุตสาหกรรม AI ที่กำลังเติบโต และสร้างอุปสงค์ขนาดใหญ่ที่สามารถดูดซับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน
แผนนี้จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการวางแผนระบบไฟฟ้า การออกแบบตลาดไฟฟ้า (เช่น การให้ศูนย์ข้อมูลเข้าร่วมในกลไกการตอบสนองด้านโหลด – Demand Response) และห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูลทั่วโลก ซึ่งอาจเป็นต้นแบบให้กับประเทศอื่น ๆ ในการจัดการกับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นจาก AI
ที่มา:
CPNN (中国能源新闻网) วันที่ 9 พฤษภาคม 2026
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 3 : ผู้เชี่ยวชาญสภาการไฟฟ้าจีนชี้ความท้าทายในการวางแผนและเดินเครื่องระบบไฟฟ้าชนิดใหม่ แนะใช้ AI และมองทุกแหล่งพลังงานเป็น “ระบบกักเก็บ+ผลิต”
รายละเอียด:
- นายเจียง เต๋อปิน (蒋德斌) จากสภาการไฟฟ้าแห่งประเทศจีน (China Electricity Council) ได้นำเสนอบทวิเคราะห์ถึงความท้าทายและข้อเสนอแนะในการวางแผนและปฏิบัติการ “ระบบไฟฟ้าชนิดใหม่” ที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังสูง
- ความท้าทายหลักประกอบด้วย: 1) การพยากรณ์อุปสงค์และอุปทานไฟฟ้าทำได้ยากขึ้น 2) แรงเฉื่อยของระบบ (System Inertia) ลดลง ส่งผลต่อเสถียรภาพ 3) การควบคุมแรงดันไฟฟ้ามีความซับซ้อนขึ้น และ 4) เกิดปัญหาเสถียรภาพรูปแบบใหม่ เช่น การแกว่งของความถี่ในแถบความถี่กว้าง (Wide-band Oscillation)
- ข้อเสนอแนะสำคัญคือ: 1) ปรับปรุงวิธีการวิเคราะห์การเดินเครื่องโดยใช้ AI และ Big Data 2) วางแผนระบบกักเก็บพลังงานอย่างเป็นระบบ (ทั้งขนาด ประเภท และที่ตั้ง) เพื่อให้บริการแก่ระบบไฟฟ้าโดยรวม ไม่ใช่แค่สำหรับพลังงานหมุนเวียน 3) เสนอแนวคิดใหม่ในการทำสมดุลไฟฟ้า โดยมองแหล่งพลังงานทุกชนิด (รวมถึงโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีลานกองถ่าน) เป็นโมเดล “ระบบกักเก็บ+ระบบผลิต” (Storage + Generation) ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน
ผลกระทบ:
บทวิเคราะห์นี้สะท้อนมุมมองเชิงเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญระดับสูงถึงความท้าทายจริงในการเปลี่ยนผ่านพลังงานของจีน การเสนอให้มองทุกแหล่งพลังงานในโมเดล “Storage + Generation” เป็นการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ครั้งสำคัญ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบตลาดไฟฟ้าและกฎเกณฑ์การสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าในอนาคต โดยจะเน้นที่คุณลักษณะด้านความยืดหยุ่น (Flexibility) ของพอร์ตโฟลิโอโดยรวม แทนการมองว่าพลังงานหมุนเวียนเป็นแหล่งผลิตที่ไม่น่าเชื่อถือ
แนวคิดดังกล่าวจะผลักดันให้เกิดการประเมินมูลค่าของบริการเสริมความมั่นคง (Ancillary Services) ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และกระตุ้นการลงทุนในเทคโนโลยีที่ให้ความยืดหยุ่นแก่ระบบ เช่น BESS และโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ
ที่มา:
CPNN (中国电力新闻网) วันที่ 14 พฤษภาคม 2026
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 4 : มณฑลเหลียวหนิงประกาศนโยบายสนับสนุนระบบกักเก็บพลังงาน ตั้งเป้า 5 GW ภายในปี 2027 พร้อมสร้างโมเดลธุรกิจผ่านค่าตอบแทนความจุและการเข้าร่วมตลาดไฟฟ้า
รายละเอียด:
- คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปมณฑลเหลียวหนิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ออก “ประกาศสนับสนุนการพัฒนาอย่างแข็งแกร่งของระบบกักเก็บพลังงานชนิดใหม่” โดยตั้งเป้าหมายติดตั้งให้ได้ 5 GW ภายในปี 2027
- มาตรการสำคัญประกอบด้วย: 1) การสร้างกลไกค่าตอบแทนความพร้อมจ่าย (Capacity Compensation Mechanism) สำหรับระบบกักเก็บพลังงานแบบเอกเทศ (Independent BESS) 2) อนุญาตให้ BESS เข้าร่วมตลาดไฟฟ้าได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในตลาดซื้อขายไฟฟ้าล่วงหน้า (Energy Market) และตลาดบริการเสริมความมั่นคง (Ancillary Service Market) 3) กำหนดกลไกราคาที่ชัดเจน โดยขณะอัดไฟจะคิดราคาฝั่งผู้ใช้ไฟฟ้า แต่ขณะจ่ายไฟจะได้รับการยกเว้น/ลดหย่อนค่าธรรมเนียมระบบส่งและจำหน่าย
- นโยบายยังระบุถึงแนวทางปฏิบัติที่น่าสนใจว่า หากบริษัทโครงข่ายไฟฟ้าประสบปัญหาในการสร้างสายส่งเพื่อเชื่อมต่อโครงการ BESS เจ้าของโครงการสามารถลงทุนก่อสร้างเองได้ และบริษัทโครงข่ายจะดำเนินการซื้อคืนในภายหลังตามกฎระเบียบ
ผลกระทบ:
นโยบายนี้เป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการสร้างโมเดลธุรกิจที่ชัดเจนให้กับระบบกักเก็บพลังงานในระดับมณฑล การผสมผสานระหว่างรายได้ที่แน่นอนจากค่าตอบแทนความพร้อมจ่าย (Capacity Payment) และรายได้ผันแปรจากการเข้าร่วมตลาด (Market Revenue) จะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนและจูงใจให้เกิดการติดตั้ง BESS ที่จำเป็นต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าซึ่งมีพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนสูงขึ้น
แนวทาง “สร้างก่อน-ซื้อคืนทีหลัง” สำหรับโครงข่ายเชื่อมต่อ เป็นนวัตกรรมเชิงนโยบายที่ช่วยเร่งรัดกระบวนการพัฒนาโครงการ และสามารถเป็นต้นแบบให้กับภูมิภาคอื่น ๆ ในการแก้ปัญหาคอขวดด้านการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าได้
ที่มา:
CPNN (中国电力新闻网) วันที่ 8 พฤษภาคม 2026
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 5 : โครงการ UHV “ไฟฟ้าซินเจียงสู่ฉงชิ่ง” ส่งไฟฟ้าทะลุ 1 หมื่นล้านหน่วยในปีนี้ ตอกย้ำยุทธศาสตร์ “ฐานพลังงานขนาดใหญ่ + โครงข่าย UHV”
รายละเอียด:
- โครงการสายส่งไฟฟ้าแรงสูงพิเศษ (UHVDC) ±800 กิโลโวลต์ ฮาหมี่-ฉงชิ่ง หรือที่รู้จักในชื่อ “เจียงเตี้ยนรู่หยี” (疆电入渝) ประสบความสำเร็จในการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าสะสมทะลุ 10,000 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง (10 TWh) แล้วในปี 2026 นี้
- โครงการดังกล่าวเป็นโครงการ UHVDC โครงการแรกของจีนที่ออกแบบมาเพื่อส่งไฟฟ้าจาก “ฐานพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ในพื้นที่ทะเลทราย โกบี และพื้นที่แห้งแล้ง (ซากัวฮวง – 沙戈荒)” ไปยังศูนย์กลางความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคตะวันตกเฉียงใต้ โดยมีแหล่งผลิตไฟฟ้าเป็นฐานพลังงานแบบผสมผสาน (ลม-แสงอาทิตย์-ถ่านหิน-กักเก็บพลังงาน) ขนาดรวมกว่า 14.2 GW ซึ่งมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 70%
ผลกระทบ:
ความสำเร็จของโครงการนี้เป็นการยืนยันถึงความสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติในการเชื่อมโยงแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่อุดมสมบูรณ์ในภาคตะวันตกเข้ากับศูนย์กลางอุปสงค์ในภาคตะวันออกและภาคกลางของประเทศ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการสร้างระบบไฟฟ้าชนิดใหม่
โมเดล “ฐานพลังงานผสมผสาน” ที่รวมเอาโรงไฟฟ้าหลายประเภทและระบบกักเก็บพลังงานเข้าไว้ด้วยกัน ณ แหล่งผลิต เป็นแนวทางใหม่ที่ช่วยให้ไฟฟ้าที่ส่งผ่านสายส่ง UHV มีความเสถียรและสามารถควบคุมการจ่ายได้ดีขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นมาตรฐานสำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ในอนาคตของจีน
ที่มา:
China News Service (中国新闻网) วันที่ 11 พฤษภาคม 2026
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 6 : เมืองใหมสยงอัน (Xiong’an) เปิดตัว “ระบบสมองกลควบคุมโครงข่ายไฟฟ้า” (Scheduling Intelligent Agent) แห่งแรกของจีน
รายละเอียด:
- เขตเศรษฐกิจใหม่สยงอัน (Xiong’an New Area) ซึ่งถูกวางให้เป็นเมืองแห่งอนาคตของจีน ได้เปิดใช้งาน “ระบบสมองกลควบคุมโครงข่ายไฟฟ้าสำหรับเขตเมือง” (Urban Grid Scheduling Intelligent Agent) เป็นแห่งแรกของประเทศอย่างเป็นทางการ
- ระบบดังกล่าวพัฒนาร่วมกันโดย State Grid สาขาสยงอัน และบริษัท NARI Group (国电南瑞) โดยเป็นระบบ AI ที่สามารถประมวลผลข้อมูลจากทั้งระบบส่ง (Transmission) และระบบจำหน่าย (Distribution) แบบบูรณาการ เพื่อสร้างแผนการสับเปลี่ยนเส้นทางจ่ายไฟฟ้า (Load Transfer) โดยอัตโนมัติภายในไม่กี่วินาทีเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง
ผลกระทบ:
การนำ AI มาใช้ในรูปแบบ “Intelligent Agent” ถือเป็นก้าวสำคัญของการปฏิวัติระบบควบคุมสั่งการของโครงข่ายไฟฟ้า จากเดิมที่ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ควบคุม (Human Operator) และระบบที่แยกส่วนกัน สู่ระบบอัตโนมัติที่มีความรวดเร็วและแม่นยำสูง
เทคโนโลยีนี้จะช่วยเพิ่มความทนทาน (Resilience) และความเชื่อถือได้ (Reliability) ของระบบไฟฟ้าในเขตเมืองได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในบริบทที่ระบบมีความซับซ้อนมากขึ้นจากการมีแหล่งพลังงานแบบกระจายศูนย์ (DERs) จำนวนมาก สยงอันจึงเป็นพื้นที่ทดลองเทคโนโลยีขั้นสูงนี้ก่อนที่จะมีการขยายผลไปทั่วประเทศ
ที่มา:
China Energy News (中国能源网) วันที่ 9 พฤษภาคม 2026
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 7 : จีนออก “มาตรฐานการจำแนกความล้มเหลวของสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า” ชี้ทิศทางอุตสาหกรรมสู่การบริหารจัดการเชิงคุณภาพ
รายละเอียด:
- บริษัท Zhong An Energy (Anhui) ซึ่งเป็นหน่วยงานในมณฑลอานฮุย ได้เป็นผู้นำในการออกมาตรฐานกลุ่ม (Group Standard) ในหัวข้อ “ข้อกำหนดการจำแนกความล้มเหลวของโครงสร้างพื้นฐานการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า” และได้ประกาศใช้แล้วอย่างเป็นทางการ
- มาตรฐานดังกล่าวได้กำหนดกฎเกณฑ์ กระบวนการ และระดับการแบ่งประเภทของสถานีอัดประจุที่เกิดความขัดข้อง เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการและบำรุงรักษา โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมจากการที่ “เน้นแต่การก่อสร้าง” (重建设) ไปสู่การ “ให้ความสำคัญกับการก่อสร้างและการบริหารจัดการที่เท่าเทียมกัน” (建管并重)
ผลกระทบ:
การเติบโตอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานด้านยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้การรับประกันความน่าเชื่อถือและเวลาใช้งาน (Uptime) ของสถานีอัดประจุกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโบริโภค
การออกมาตรฐานนี้ แม้จะเป็นในระดับมณฑล แต่สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านปริมาณ (จำนวนหัวชาร์จ) ไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพบริการ (Quality of Service) ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) ที่ชัดเจนขึ้น และอาจเชื่อมโยงข้อมูลความน่าเชื่อถือเข้ากับมาตรการสนับสนุนหรือบทลงโทษจากภาครัฐในอนาคต
ที่มา:
CPNN (中国电力新闻网) วันที่ 13 พฤษภาคม 2026
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- กลยุทธ์การอัดประจุเร็วด้วย AI สามารถยืดอายุแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าได้เกือบ 23% โดยไม่กระทบต่อเวลาในการชาร์จ ผ่านการปรับกระแสไฟตามสภาพแบตเตอรี่แบบเรียลไทม์
- Ford ประกาศเข้าสู่ตลาดระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ โดยใช้เทคโนโลยี LFP ที่ได้รับอนุญาตจาก CATL และดัดแปลงโรงงานแบตเตอรี่ EV เดิมเพื่อการผลิต
- CATL ประกาศลงทุนเต็มรูปแบบในโครงการสถานีกักเก็บพลังงานแบบเอกเทศขนาด 300 MW / 1200 MWh (4 ชั่วโมง) ในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน โดยใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ LFP และระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว
- ปริมาณการซื้อขายใบรับรองพลังงานสีเขียว (Green Certificate) ในภาคใต้ของจีนพุ่งสูงขึ้น โดยปริมาณธุรกรรมในเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียวสูงกว่ายอดรวมตลอดทั้งปี 2025 และการซื้อข้ามพรมแดนโดยองค์กรจากฮ่องกงและมาเก๊าทำสถิติสูงสุดใหม่
- รายงานล่าสุดชี้ว่าจีนกำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับแบตเตอรี่ โดยบริษัทในเครือของ CATL อย่าง Brunp (邦普循环) เป็นผู้นำด้านการยื่นขอสิทธิบัตรและมีกำลังการรีไซเคิลที่สำคัญ
