รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 14 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 1 : นักวิชาการเตือนเงินกู้ 4 แสนล้าน ฟื้นเศรษฐกิจชั่วคราว หากไม่รื้อโครงสร้างพลังงาน

รายละเอียด:

  • รัฐบาลออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 200,000 ล้านบาท สำหรับเยียวยาค่าครองชีพ และอีก 200,000 ล้านบาท สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
  • รศ.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ให้ความเห็นว่าเงินกู้ดังกล่าวเป็นเพียงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าที่มีลักษณะผูกขาดและไม่เปิดเสรี

ผลกระทบ:

  • หากไม่มีการรื้อโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ (ไฟฟ้า-น้ำมัน) อย่างแท้จริง การอัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมากอาจไม่ส่งผลให้ค่าไฟลดลงอย่างยั่งยืน และประชาชนยังคงต้องรับภาระต้นทุนส่วนเกินในระบบ
  • มาตรการนี้อาจช่วยประคองเศรษฐกิจได้เพียงชั่วคราว 4-5 เดือน ผ่านการกระตุ้นการใช้จ่ายและการผลิต แต่หากไม่แก้ปัญหาระยะยาว ประเทศไทยจะกลับไปเผชิญปัญหาเศรษฐกิจและพลังงานแบบเดิมอีกครั้ง ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญต่อรัฐบาลในการใช้เงินก้อนสุดท้ายภายใต้เพดานหนี้สาธารณะให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  • การไม่เร่งปรับโครงสร้างตลาดไฟฟ้าให้เสรีเหมือนเวียดนาม อาจทำให้ไทยเสียโอกาสในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศที่ต้องการต้นทุนพลังงานต่ำ และเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมาย Net Zero อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา: The Active, 13 พ.ค. 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 2 : รัฐมนตรีช่วยมหาดไทยสั่ง MEA-PEA ลดต้นทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ หนุนประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาด

รายละเอียด:

  • นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำนโยบายส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน โดยต้องไม่สร้างภาระหนี้สินให้ประชาชน แต่เป็นการลดค่าครองชีพและเพิ่มทางเลือกด้านพลังงาน
  • ได้กำชับให้การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ศึกษาแนวทางลดต้นทุนทั้งด้านการผลิต ระบบติดตั้ง และค่าบริการ รวมถึงทบทวนอัตราค่าติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อให้สามารถแข่งขันกับภาคเอกชนได้มากขึ้น

ผลกระทบ:

  • หาก MEA และ PEA สามารถลดต้นทุนและปรับราคาติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้ จะช่วยให้ประชาชนจำนวนมากเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อการลดค่าไฟฟ้าครัวเรือนและภาคธุรกิจขนาดเล็กในระยะยาว
  • การผลักดันโซลาร์รูฟท็อปในวงกว้างจะสนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานและ Net Zero ของประเทศ โดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในระบบไฟฟ้า ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดความเสี่ยงจากราคาพลังงานโลกที่ผันผวน
  • เป็นความท้าทายของรัฐบาลและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในการปรับบทบาทจากผู้ผูกขาดมาเป็นผู้ให้บริการที่แข่งขันได้ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานสะอาดของประชาชนและขับเคลื่อนนโยบายพลังงานของประเทศ

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 13 พ.ค. 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 3 : WHAUP โชว์ผลประกอบการแข็งแกร่ง หนุนธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานสะอาด รับเทรนด์ AI-Data Center

รายละเอียด:

  • บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 เติบโต 35% โดยมีรายได้จากธุรกิจจำหน่ายน้ำเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากการรับรู้ค่าธรรมเนียมการใช้น้ำ (Capacity Charge) จากกลุ่มลูกค้า Data Center และปริมาณจำหน่ายน้ำที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มโรงไฟฟ้าและปิโตรเคมี
  • รายได้จากธุรกิจไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) เติบโต 30% จากการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ และได้ลงนามสัญญาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ FiT ครบทั้ง 6 โครงการแล้ว

ผลกระทบ:

  • การเติบโตของ WHAUP สะท้อนถึงศักยภาพของภาคเอกชนในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานและพลังงานสะอาดในระบบไฟฟ้าของประเทศ โดยเฉพาะการตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากเทรนด์ AI และ Data Center ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล
  • การลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ของ WHAUP ช่วยเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานและสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของไทย อย่างไรก็ตาม การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากโรงไฟฟ้า GHECO-One ที่หยุดซ่อมบำรุงในไตรมาสแรก แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงของการพึ่งพิงโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในระบบ
  • บริษัทฯ ยังคงติดตามความชัดเจนของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) และการเปิดเสรีการซื้อขายไฟฟ้า (Direct PPA) ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจและเพิ่มการแข่งขันในตลาดพลังงาน อันจะส่งผลต่อค่าไฟฟ้าและรูปแบบการลงทุนในอนาคต

ที่มา: bangkokbiznews, 13 พ.ค. 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 4 : ราคาน้ำมันดีเซล-เบนซิน ปรับขึ้น 70 สตางค์/ลิตร กระทบค่าครองชีพประชาชน

รายละเอียด:

  • บริษัท ปตท. และ บางจาก ประกาศปรับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล และกลุ่มเบนซินแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด เพิ่มขึ้น 0.70 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป
  • หลังปรับขึ้น ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 41.45 บาท/ลิตร ราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ปรับสูงขึ้นตามประเภท

ผลกระทบ:

  • การปรับขึ้นราคาน้ำมันโดยเฉพาะดีเซล ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่งสินค้าและบริการ รวมถึงต้นทุนการผลิตภาคเกษตรกรรม ซึ่งจะสะท้อนไปที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนและภาคธุรกิจสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • การขึ้นราคาน้ำมันเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวและปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน และอาจฉุดรั้งการฟื้นตัวของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค
  • รัฐบาลเผชิญความท้าทายในการบริหารจัดการราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อลดภาระประชาชนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงส่งผลต่อราคาพลังงานในตลาดโลก

ที่มา: Thai PBS, 13 พ.ค. 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 5 : นายกฯ ย้ำแก้ปัญหาต่างชาติเอาเปรียบคนเกาะพะงัน พร้อมเร่งพัฒนาสาธารณูปโภคไฟฟ้า-น้ำประปา

รายละเอียด:

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจสอบและแก้ไขปัญหาชาวต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจเอาเปรียบคนไทย โดยเฉพาะการใช้ ‘นอมินี’ และสำนักงานกฎหมายที่รับจ้างให้คำแนะนำ
  • นายกรัฐมนตรีรับปากชาวบ้านว่าจะเร่งดำเนินการด้านสาธารณูปโภคทั้งน้ำประปาและไฟฟ้า ให้มีความเสถียรและเพียงพอต่อความต้องการใช้บนเกาะพะงัน รวมถึงกล่าวถึงนโยบายปรับโครงสร้างพลังงานของรัฐบาลที่ต้องพึ่งพาตนเองและปรับตัวตามสถานการณ์โลก

ผลกระทบ:

  • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและน้ำประปาที่มั่นคงบนเกาะพะงันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและนักลงทุนที่เข้ามาอย่างถูกกฎหมาย
  • ปัญหาการขาดแคลนหรือความไม่เสถียรของระบบไฟฟ้าและน้ำประปาเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนในพื้นที่เกาะ การแก้ไขปัญหานี้จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการใช้จ่ายในท้องถิ่น
  • นโยบายการจัดระเบียบชาวต่างชาติและธุรกิจ ‘นอมินี’ เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเป็นธรรมและป้องกันการแย่งอาชีพคนไทย ซึ่งหากสำเร็จจะช่วยให้คนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่และลดความขัดแย้งทางสังคม

ที่มา: Thai PBS, 13 พ.ค. 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 6 : ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายน 2569 ลดลงต่อเนื่อง เหตุเศรษฐกิจชะลอ ราคาพลังงานพุ่ง

รายละเอียด:

  • นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมในเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ระดับ 45.0 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน และยังคงอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น (ต่ำกว่า 50)
  • สาเหตุหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว ประกอบกับราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและราคาสินค้า ขณะที่กำลังซื้อและหนี้ภาคครัวเรือนยังเป็นข้อจำกัด

ผลกระทบ:

  • ดัชนีความเชื่อมั่นที่ลดลงสะท้อนถึงความกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายจ่ายของทุกครัวเรือนและต้นทุนการดำเนินธุรกิจ
  • การที่ปัจจัยด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับเพิ่มขึ้นมาเป็นปัจจัยสำคัญอันดับสองที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยที่ยังคงพึ่งพาพลังงานนำเข้า และความจำเป็นที่รัฐบาลต้องมีมาตรการบริหารจัดการราคาพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความหวังของผู้บริโภคในอนาคตขึ้นอยู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการบรรเทาภาระค่าครองชีพของภาครัฐ รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่คลี่คลาย ซึ่งเป็นความท้าทายของรัฐบาลในการสร้างความเชื่อมั่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

ที่มา: Thai PBS, 13 พ.ค. 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 7 : เครือข่ายอากาศเพื่อสุขภาพจับตา พ.ร.บ.อากาศสะอาด หวั่นถูกลดสาระสำคัญก่อนเข้าสภา

รายละเอียด:

  • สภาลมหายใจเชียงใหม่และเครือข่ายอากาศเพื่อสุขภาพ จัดเสวนาเพื่อเรียกร้องให้คงสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่เน้นคุ้มครองสิทธิผู้ได้รับผลกระทบ กลไกระดับจังหวัด และกองทุนอากาศสะอาด
  • ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เตรียมเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาอีกครั้งในวันที่ 15 พ.ค. 2569 หลังรัฐบาลยืนยันร่างกฎหมาย 31 ฉบับที่ตกค้าง แต่ภาคประชาชนกังวลว่าเนื้อหาสำคัญ โดยเฉพาะบทลงโทษผู้ประกอบการ โครงสร้างคณะกรรมการ และขอบเขตอำนาจท้องถิ่น อาจถูกปรับลดในชั้นกรรมาธิการวุฒิสภา

ผลกระทบ:

  • หากสาระสำคัญของ พ.ร.บ.อากาศสะอาดถูกลดทอน จะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ (PM2.5) ในระยะยาว ซึ่งเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่สำคัญของประชาชน โดยเฉพาะในภาคเหนือ
  • กฎหมายอากาศสะอาดเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนและ Net Zero ของประเทศ การลดทอนอำนาจการกำกับดูแลหรือกลไกการแก้ไขปัญหาในระดับท้องถิ่น อาจทำให้การบรรลุเป้าหมายเหล่านี้เป็นไปได้ยากขึ้น
  • รัฐบาลและรัฐสภาเผชิญความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิสิ่งแวดล้อมของประชาชน กับผลกระทบต่อผู้ประกอบการและภาระการลงทุน ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้านเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ

ที่มา: Thai PBS, 13 พ.ค. 2569

ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ

  • มิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โทรศัพท์หลอกลวงผู้สูงอายุ โดยใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่แม่นยำเพื่อเร่งให้โอนเงินหรือกดลิงก์ดูดเงิน การไฟฟ้าเตือนประชาชนให้ตรวจสอบกับสายด่วนทางการเท่านั้นเพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง
  • ราคาข้าวนาปรังคุณภาพต่ำในพิจิตรลดลงเหลือ 4.50-5 บาท/กก. กระทรวงพาณิชย์เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและรับฟังปัญหาจากชาวนา โดยชี้แจงว่าราคาดังกล่าวเป็นกรณีของข้าวที่มีสิ่งเจือปนและความชื้นสูงเกินเกณฑ์ แต่พร้อมดูแลและเดินหน้าปรับโครงสร้างข้าวไทยให้ยั่งยืน
  • ครม.อนุมัติหลักการร่างอนุบัญญัติ 2 ฉบับ ภายใต้ พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เพื่อยกเว้น 8 ธุรกิจบริการ ที่คนต่างด้าวสามารถลงทุนได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ซึ่งมีเป้าหมายอำนวยความสะดวกการลงทุน ดึงดูดเทคโนโลยี และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ แต่ยังคงมีการกำกับดูแลตามกฎหมายเฉพาะ
  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตือน 54 จังหวัดทั่วประเทศ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 14-18 พ.ค. 2569 เนื่องจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรงขึ้น
  • การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ย้ำมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ โดยเฉพาะช่วงอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและพร้อมเปิดให้บริการในปี 2573

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *