ประเด็นประเด็นข่าวที่ 1 : นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการศึกษาโครงสร้างค่าไฟ รื้อสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเอกชน แก้ปัญหาค่า AP-EP
รายละเอียด:
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน
- คณะกรรมการชุดนี้มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นรองประธาน มีหน่วยงานภาครัฐและผู้แทนภาคประชาชนเข้าร่วม อาทิ กระทรวงพลังงาน, กระทรวงมหาดไทย, อัยการสูงสุด, เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, เลขาธิการสภาพัฒน์, เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และสำนักงาน กกพ.
- มีหน้าที่ศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สอดคล้องกับธรรมเนียมการทำสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชน โดยเฉพาะค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment: AP) และค่าพลังงานไฟฟ้า (Energy Payment: EP) เพื่อเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและสอดคล้องกับภาระต้นทุนที่ประชาชนต้องรับผิดชอบ
ผลกระทบ:
- การรื้อโครงสร้างค่าไฟและสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชนอาจนำไปสู่การปรับลดค่าไฟฟ้าของประชาชนและภาคธุรกิจในระยะยาว หากสามารถเจรจาหรือปรับเงื่อนไขสัญญาให้สอดคล้องกับต้นทุนจริงและภาวะตลาดได้ดีขึ้น
- สร้างความไม่แน่นอนในการลงทุนของภาคเอกชนผู้ผลิตไฟฟ้า (IPP/SPP) หากการแก้ไขสัญญาส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนที่คาดหวัง ซึ่งอาจชะลอการลงทุนใหม่ๆ ในระบบไฟฟ้า และอาจส่งผลต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในอนาคต หากภาครัฐไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 12 พฤษภาคม 2569
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 2 : พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
รายละเอียด:
- พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่
- พรรคประชาชนโต้แย้งว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเป็นการแก้ไขวิกฤตแบบฉุกเฉินถึงขั้นต้องใช้ พ.ร.ก.หรือไม่ เนื่องจากเป็นนโยบายระยะกลางและระยะยาว ไม่ใช่เหตุฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้
- เนื้อหาใน พ.ร.ก. อาทิ การเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน การส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และการสนับสนุนนวัตกรรมสีเขียว ล้วนแต่เป็นแผนระยะยาวที่ต้องใช้เวลาหลายปี
ผลกระทบ:
- หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ขัดต่อรัฐธรรมนูญ จะทำให้รัฐบาลต้องยุติการใช้เงินกู้ดังกล่าวเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด และเป้าหมาย Net Zero ของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
- ความล่าช้าในการดำเนินการตามแผนพลังงานสะอาดอาจทำให้ประเทศไทยเผชิญกับแรงกดดันจากมาตรการสิ่งแวดล้อมการค้าโลก (เช่น CBAM) และเสียโอกาสในการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 12 พฤษภาคม 2569
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 3 : ครม. สั่งยกเลิกบอร์ดสรรหากกรรมการ กกพ. ชุดเดิม ชี้องค์ประกอบขัดกฎหมาย
รายละเอียด:
- นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกมติ ครม. เดิม เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ที่เคยอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหากรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) รวมถึงยกเลิกการกำหนดค่าตอบแทนด้วย
- สาเหตุมาจากการที่กระทรวงพลังงานแจ้งว่า มีปัญหาเกี่ยวกับ “องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา” ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 โดยเฉพาะในส่วนของกรรมการผู้แทนอธิการบดีของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และกรรมการผู้แทนสภาอุตสาหกรรม ที่ไม่เป็นผู้ประกอบกิจการพลังงาน ซึ่งอาจขัดต่อข้อกฎหมาย
- การยกเลิกมติครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน และถูกต้องตามกฎหมาย
ผลกระทบ:
- การยกเลิกการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา กกพ. ชุดเดิม อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการสรรหา กกพ. ชุดใหม่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการพลังงานของประเทศ การออกนโยบาย และการอนุมัติโครงการต่างๆ โดยตรง
- ความล่าช้าดังกล่าวอาจกระทบต่อความต่อเนื่องของนโยบายพลังงาน การออกระเบียบที่จำเป็นสำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน และอาจสร้างความไม่แน่นอนให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุนในภาคพลังงาน ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นโดยรวม
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ, 12 พฤษภาคม 2569
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 4 : ราคาน้ำมันปรับขึ้นอีกครั้ง มีผล 13 พฤษภาคม กระทบค่าครองชีพและภาคธุรกิจ
รายละเอียด:
- สถานีบริการน้ำมัน ปตท. และ บางจาก ได้ประกาศปรับราคาขายปลีกน้ำมัน
- กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดเพิ่มขึ้น 0.90 บาทต่อลิตร
- กลุ่มดีเซลทุกชนิดเพิ่มขึ้น 0.80 บาทต่อลิตร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป
ผลกระทบ:
- การปรับขึ้นราคาน้ำมันโดยเฉพาะดีเซล จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่งสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการคำนวณราคา ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น
- การเพิ่มขึ้นของต้นทุนพลังงานจะกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนการดำเนินงานของภาคธุรกิจโดยรวม โดยเฉพาะกลุ่ม SME และเกษตรกร ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของรัฐบาลในการบริหารจัดการเงินเฟ้อและภาระค่าครองชีพของประชาชน
ที่มา: ไทยพีบีเอส, 12 พฤษภาคม 2569
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 5 : บ้านปูทำกำไร Q1/69 พุ่ง 178% รุกธุรกิจก๊าซธรรมชาติและ Power+ หนุน Data Center ในสหรัฐฯ
รายละเอียด:
- บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 377 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 178% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน
- รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ที่มีปริมาณการขายรวม 83.25 พันล้านลูกบาศก์ฟุต และราคาขายเฉลี่ยท้องถิ่นเพิ่มขึ้น 20%
- บ้านปูมีการดำเนินการเชิงกลยุทธ์สำคัญ เช่น การทำสัญญาจัดหาเครื่องจักร (Combined Cycle Gas Turbine: CCGT) รวม 1,200 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของเทคโนโลยี AI และธุรกิจ Data Center ในรัฐเท็กซัส
- บริษัทยังลงทุนในธุรกิจ CCUS (Carbon Capture, Utilization, and Storage) และธุรกิจพลังงานหมุนเวียน (Power+) ทั้งโรงไฟฟ้าพื้นฐานและโซลาร์เซลล์ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานและเป้าหมาย Net Zero
ผลกระทบ:
- การลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติรองรับ Data Center ในสหรัฐฯ สะท้อนถึงการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากเทคโนโลยี AI ซึ่งอาจเป็นโมเดลที่บริษัทพลังงานไทยอื่นๆ จะพิจารณาในอนาคต
- การมุ่งเน้นธุรกิจ CCUS และพลังงานหมุนเวียนของบ้านปู สอดรับกับแนวโน้ม Net Zero และความยั่งยืน แต่การขยายโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ยังคงเป็นการลงทุนในเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งจำเป็นต้องมีแผนการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ชัดเจนในระยะยาว
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 12 พฤษภาคม 2569
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 6 : CKPower โชว์กำไร Q1/69 โตต่อเนื่อง แม้ฤดูแล้ง พร้อมรับมือเอลนีโญด้วยระบบคาดการณ์น้ำ
รายละเอียด:
- นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower รายงานกำไรสุทธิจากการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 จำนวน 115.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82.9% จากปีก่อน
- ผลประกอบการที่แข็งแกร่งมาจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งสองแห่ง (ไซยะบุรีและน้ำงึม 2) ใน สปป.ลาว โดยปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าไซยะบุรีและระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำน้ำงึม 2 สูงกว่าปีก่อน ทำให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
- CKPower ได้เตรียมพร้อมรับมือภาวะเอลนีโญในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ด้วยการพัฒนาระบบติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำ (Hydrometeorological Monitoring and Forecasting System) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำท่ามกลางความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ
- บริษัทยังตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตจากโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในรูปแบบ Private PPA และการเข้าร่วมประมูลจากภาครัฐ พร้อมกับการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs) โดยในปี 2568 ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้ประเทศไทยได้กว่า 10 ล้าน MWh คิดเป็น 17% ของไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ในประเทศ
ผลกระทบ:
- ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของ CKPower จากพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก ช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย และลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานโลก
- การพัฒนาระบบคาดการณ์น้ำและการเตรียมพร้อมรับมือเอลนีโญ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เพื่อรักษาเสถียรภาพการผลิตไฟฟ้าและลดความเสี่ยงจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero
ที่มา: Thairath.co.th, 12 พฤษภาคม 2569
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 7 : นายกฯ หารือ ส.อ.ท. หนุน MiT, SME เข้าถึงทุน และพลังงานสะอาด ยกระดับอุตสาหกรรมไทย
รายละเอียด:
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือกับนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และคณะผู้บริหารชุดใหม่
- ส.อ.ท. เสนอ 6 แนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมถึงการสนับสนุนการจัดซื้อสินค้า Made in Thailand (MiT) ไม่น้อยกว่า 40% ของงบประมาณ 200,000 ล้านบาทภายในปี 2570 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยเหลือ SME เข้าถึงแหล่งทุนผ่าน “FTI SME Funding Connect”
- ส.อ.ท. ยังเสนอผลักดันการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง (Direct PPA) ภายในปี 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนโดยตรงอย่างเป็นธรรม พร้อมปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า
- มีการเสนอเร่งลงทุน Smart Grid และระบบกักเก็บพลังงาน BESS เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และรองรับการใช้พลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นของประเทศในระยะยาว รวมถึงผลักดันเอทานอลเป็น Strategic Fuel และส่งเสริมไบโอดีเซลในภาคขนส่ง
ผลกระทบ:
- การสนับสนุนพลังงานสะอาดสำหรับภาคอุตสาหกรรมและ SME ผ่าน Direct PPA และการลงทุนใน Smart Grid/BESS จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมาย Net Zero
- การปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ใช้จะเป็นธรรมมากขึ้น และกระตุ้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ แต่รัฐบาลต้องบริหารจัดการให้ไม่สร้างภาระเพิ่มเติมแก่ผู้ประกอบการและประชาชน ควบคู่ไปกับการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 12 พฤษภาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เร่งแก้ปัญหารถยนต์ไฟฟ้า (EV) หลังพบผู้บริโภคร้องเรียนกว่า 1,300 ราย ทั้งเรื่องรถชำรุด, ศูนย์บริการปิดตัว, และราคารถดิ่งลง (ไทยพีบีเอส, 12 พฤษภาคม 2569)
- เกิดเหตุไฟไหม้ร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ จ.อ่างทอง ทำให้รถ EV เสียหายกว่า 60 คัน อยู่ระหว่างเร่งหาสาเหตุเพลิงไหม้ที่แท้จริง (Thairath.co.th, 12 พฤษภาคม 2569)
- ทีมสุดซอย กระทรวงพลังงาน เข้าตรวจสอบคลังน้ำมันในเชียงราย พบแจ้งเอกสารไม่ตรงตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน 171 ครั้ง และส่อแววขายน้ำมันเกินราคาช่วงวิกฤต (ผู้จัดการออนไลน์, 12 พฤษภาคม 2569)
- ONNEX by SCG ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย พัฒนาโมเดล Green Ecosystem Financing & Solutions สนับสนุน SME ด้วยสินเชื่อสีเขียว 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปและลดการปล่อยคาร์บอน (ผู้จัดการออนไลน์, 12 พฤษภาคม 2569)
- ภาคประชาสังคมจังหวัดอุบลราชธานีจัดเวทีสาธารณะคัดค้านการสร้างเขื่อนภูงอยใน สปป.ลาว หวั่นผลกระทบน้ำท่วมอุบลฯ ขณะที่ สทนช. ระบุ สปป.ลาวยังไม่นำผลกระทบเข้าหารือในกรอบแม่น้ำโขง (ผู้จัดการออนไลน์, 12 พฤษภาคม 2569)
