ประเด็นประเด็นข่าวที่ 1 : ฟิลิปปินส์เผชิญวิกฤตไฟฟ้า: ระบบสายส่ง Luzon และ Visayas เข้าสู่ภาวะ Red Alert ท่ามกลางคลื่นความร้อน
รายละเอียด:
- National Grid Corporation of the Philippines (NGCP) ได้ประกาศภาวะแจ้งเตือนระดับสีแดง (Red Alert) สำหรับระบบโครงข่ายไฟฟ้า Luzon และ Visayas ติดต่อกันเป็นเวลาสองวัน ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าสำรองอย่างรุนแรง
- สาเหตุหลักเกิดจากคลื่นความร้อนที่ทำให้อุปสงค์การใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น ประกอบกับการหยุดเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าถึง 27 แห่งพร้อมกัน ทำให้กำลังผลิตไฟฟ้าที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในช่วงเวลาดังกล่าว
- สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง โดยมีการคาดการณ์ว่าอาจเกิดไฟฟ้าดับนานถึง 7 ชั่วโมงในบางพื้นที่ของ Visayas และ 1 ชั่วโมงในเขตเมืองหลวงมะนิลา
ผลกระทบ:
- เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบไฟฟ้าในฟิลิปปินส์ต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสภาพอากาศสุดขั้ว ซึ่งเป็นความท้าทายร่วมกันของหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่กำลังเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น
- ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการลงทุนด้านการเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า (Grid Modernization) การเพิ่มกำลังผลิตสำรองให้เพียงพอ (Adequate Reserve Margin) และการนำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) มาใช้เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
- กระทรวงพลังงาน (DOE) ของฟิลิปปินส์ได้เรียกร้องให้ผู้ผลิตไฟฟ้าเร่งแก้ไขปัญหาและขอความร่วมมือจากผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ให้ลดการใช้พลังงาน ซึ่งเป็นมาตรการระยะสั้นที่อาจไม่ยั่งยืน และจำเป็นต้องมีการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในระยะยาว
ที่มา: The Edge Malaysia, 14 พฤษภาคม 2569
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 2 : อินโดนีเซียประกาศแผนเชื่อมโยงระบบสายส่งไฟฟ้าฟิลิปปินส์เข้ากับเครือข่าย Trans Borneo Power Grid
รายละเอียด:
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรณีของอินโดนีเซีย นาย Bahlil Lahadalia ประกาศว่าฟิลิปปินส์จะถูกเชื่อมโยงเข้ากับโครงการ Trans Borneo Power Grid ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายเครือข่ายสายส่งไฟฟ้าข้ามพรมแดนในภูมิภาคอาเซียน
- โครงการนี้เป็นการต่อยอดจากโครงข่ายที่มีอยู่แล้วระหว่างมาเลเซียและอินโดนีเซีย โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของระบบไฟฟ้าในภาพรวม
- แผนการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของประธานาธิบดี Prabowo Subianto ที่ผลักดันให้เร่งรัดการพัฒนาโครงข่ายพลังงานระดับภูมิภาค เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงานจากแรงกดดันทั่วโลกและความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง
ผลกระทบ:
- นับเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญของแผนแม่บท ASEAN Power Grid ที่มุ่งหวังจะสร้างตลาดไฟฟ้าที่เป็นหนึ่งเดียวกันในภูมิภาค การเชื่อมต่อนี้จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าโดยรวม โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะอย่างฟิลิปปินส์และบอร์เนียว
- การเชื่อมต่อโครงข่ายจะเปิดโอกาสทางการค้าในการซื้อขายแลกเปลี่ยนไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานที่มีต้นทุนต่ำ เช่น พลังงานน้ำขนาดใหญ่บนเกาะบอร์เนียว ไปยังประเทศที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ซึ่งจะนำไปสู่การใช้ทรัพยากรพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
- โมเดลธุรกิจของรัฐวิสาหกิจไฟฟ้า (Utility) จะเปลี่ยนไป โดยนอกจากการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในประเทศแล้ว ยังสามารถขยายบทบาทไปสู่การเป็นผู้ค้าส่งพลังงาน (Power Trader) ในระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่และเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ
ที่มา: Antara News (English), 11 พฤษภาคม 2569
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 3 : PLN Indonesia Power ขยายการลงทุนสู่ตลาดสากล ลงนาม MoU พัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์ม 495 เมกะวัตต์ในบังกลาเทศ
รายละเอียด:
- PT PLN Indonesia Power ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของการไฟฟ้าอินโดนีเซีย (PLN) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับบริษัท Bay Group ของบังกลาเทศ เพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 495 เมกะวัตต์
- ความร่วมมือนี้ถือเป็นการลงทุนในต่างประเทศครั้งแรกของ PLN Indonesia Power ในภูมิภาคเอเชียใต้ และเป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายกำลังผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของคณะกรรมการพัฒนาพลังงานบังกลาเทศ (Bangladesh Power Development Board)
- นาย Bernadus Sudarmanta ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Indonesia Power ระบุว่าความร่วมมือนี้เป็นก้าวเชิงยุทธศาสตร์เพื่อเสริมสร้างสถานะของบริษัทในตลาดโลก
ผลกระทบ:
- ข่าวนี้สะท้อนถึงแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านรูปแบบธุรกิจของรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าในอาเซียน จากเดิมที่มุ่งเน้นการดำเนินงานเฉพาะภายในประเทศ (Domestic Utility) ไปสู่การเป็นผู้เล่นในตลาดพลังงานระดับภูมิภาคและระดับโลก (Global/Regional Energy Player)
- การขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศเป็นการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ และเป็นการใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดที่สั่งสมมา ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
- โมเดลนี้อาจเป็นบทเรียนให้กับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าในประเทศอื่น ๆ รวมถึงประเทศไทย ในการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ นอกเหนือจากตลาดไฟฟ้าที่เริ่มอิ่มตัวในประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ
ที่มา: Antara News (English), 13 พฤษภาคม 2569
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 4 : Ranhill Utilities แสดงความสนใจเข้าร่วมประมูลโครงการโซลาร์ขนาดใหญ่พร้อมระบบกักเก็บพลังงานในรัฐซาบาห์ มาเลเซีย
รายละเอียด:
- บริษัท Ranhill Utilities Bhd ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ YTL Power International Bhd ได้แสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมการประมูลโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ (Large Scale Solar – LSS) ประจำปี 2569 ในรัฐซาบาห์ ประเทศมาเลเซีย
- โครงการ Sabah LSS 2026 มีกำลังผลิตรวม 250 เมกะวัตต์สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ และ 200 เมกะวัตต์ / 400 เมกะวัตต์-ชั่วโมง สำหรับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS)
- Ranhill วางแผนที่จะร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐซาบาห์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อเข้าร่วมการประมูล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายธุรกิจสู่พลังงานหมุนเวียน
ผลกระทบ:
- การกำหนดให้โครงการ LSS ต้องมีระบบ BESS เป็นองค์ประกอบสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงนโยบายที่ชัดเจนของหน่วยงานกำกับดูแลในมาเลเซีย (Energy Commission of Sabah – ECoS) ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาความไม่แน่นอน (Intermittency) ของพลังงานหมุนเวียนและเสริมสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้า
- กรณีของรัฐซาบาห์ซึ่งเป็นระบบไฟฟ้าแบบเกาะ (Island Grid) การติดตั้ง BESS ควบคู่กับโซลาร์ฟาร์มมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาเสถียรภาพของกริด และเป็นต้นแบบที่สำคัญสำหรับพื้นที่ห่างไกลหรือเกาะในประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด
- กลไกการประมูลที่ผนวกรวม BESS เข้าไปด้วยจะเป็นตัวขับเคลื่อนให้ต้นทุนเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลดลง และสร้างความคุ้นเคยให้กับผู้พัฒนาโครงการและสถาบันการเงินในการประเมินและลงทุนในโครงการลักษณะผสมผสาน (Hybrid Project)
ที่มา: The Edge Malaysia, 14 พฤษภาคม 2569
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 5 : อินโดนีเซียเตรียมออกมาตรการจูงใจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันและใช้ประโยชน์จากกำลังผลิตไฟฟ้าส่วนเกิน
รายละเอียด:
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย นาย Purbaya Yudhi Sadewa ประกาศว่ารัฐบาลจะออกมาตรการจูงใจสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในเดือนมิถุนายน เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงท่ามกลางสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
- มาตรการดังกล่าวครอบคลุมการให้เงินอุดหนุนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100,000 คัน และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 100,000 คัน รวมถึงการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทของแบตเตอรี่
- รัฐมนตรีคลังชี้แจงว่า นโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานจากน้ำมันเป็นไฟฟ้า และยังช่วยดูดซับกำลังการผลิตไฟฟ้าส่วนเกินของรัฐวิสาหกิจไฟฟ้า PLN ที่มีภาระผูกพันจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบ “Take or Pay”
ผลกระทบ:
- นโยบายนี้เป็นตัวตัวอย่างที่ชัดเจนของการบูรณาการนโยบายพลังงานและการคลังเพื่อเป้าหมายร่วมกัน คือ การสร้างความมั่นคงทางพลังงานและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยมองว่า EV เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการฝั่งอุปสงค์ (Demand-Side Management) ของระบบไฟฟ้า
- การส่งเสริมให้เกิดการชาร์จ EV โดยเฉพาะในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (Off-peak) จะช่วยให้ Utility สามารถใช้ประโยชน์จากโรงไฟฟ้าที่มีสัญญาแบบ Take or Pay ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิตโดยรวม และอาจส่งผลดีต่อโครงสร้างค่าไฟฟ้าในระยะยาว
- การเชื่อมโยงนโยบาย EV เข้ากับปัญหาเรื่องกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองส่วนเกิน เป็นแนวทางที่ชาญฉลาดและสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับประเทศอื่น ๆ ที่เผชิญปัญหาคล้ายคลึงกัน เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานและสร้างประโยชน์สูงสุดจากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่
ที่มา: Antara News (English), 12 พฤษภาคม 2569
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 6 : Equinix ประกาศลงทุน 190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างศูนย์ข้อมูล AI แห่งใหม่ในมาเลเซีย มุ่งใช้พลังงานหมุนเวียน 100%
รายละเอียด:
- Equinix บริษัทโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลชั้นนำของโลก ประกาศแผนการลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) แห่งใหม่ชื่อ KL2 ในเมืองไซเบอร์จายา ประเทศมาเลเซีย ด้วยมูลค่า 190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High-Performance Computing) โดยจะสนับสนุนเทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) ซึ่งใช้พลังงานสูง
- สิ่งที่น่าสนใจคือ Equinix ตั้งเป้าหมายที่จะให้ศูนย์ข้อมูล KL2 ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ตั้งแต่วันแรกของการดำเนินงาน
ผลกระทบ:
- การขยายตัวของ AI Data Center กำลังกลายเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของอุปสงค์ไฟฟ้าที่สำคัญที่สุดในทศวรรษนี้ ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างใหญ่หลวงต่อการวางแผนระบบไฟฟ้าของทุกประเทศในอาเซียน ทั้งในด้านกำลังการผลิตและโครงข่ายสายส่ง
- การที่ผู้ประกอบการระดับโลกอย่าง Equinix ประกาศเป้าหมายการใช้พลังงานสะอาด 100% จะสร้างแรงกดดันและเป็นตัวเร่งให้ภาครัฐและ Utility ต้องพัฒนากลไกการจัดหาพลังงานสะอาดที่มีความน่าเชื่อถือและแข่งขันได้ เช่น รูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Corporate PPA) หรือโปรแกรม Green Tariff ที่มีความยืดหยุ่น
- ภาระโหลดไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก Data Center จะบีบให้ต้องมีการลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพและความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมนี้
ที่มา: The Edge Malaysia, 12 พฤษภาคม 2569
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 7 : ACEN Corp. ผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนของฟิลิปปินส์ เผยผลกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 50% จากการขยายกำลังผลิต
รายละเอียด:
- ACEN Corp. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Ayala Group และเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์ ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปีด้วยกำไรสุทธิ 2.9 พันล้านเปโซ เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ในต่างประเทศ และการฟื้นตัวของสินทรัพย์โรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศ ทำให้ผลผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรวมเพิ่มขึ้น 32% เป็น 2,230 กิกะวัตต์-ชั่วโมง (GWh)
- ACEN ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในโครงการ Green Energy Option Program (GEOP) ของรัฐบาลฟิลิปปินส์ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 65% ในปี 2568
ผลกระทบ:
- ความสำเร็จทางการเงินของ ACEN สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตและสร้างผลกำไรของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในตลาดที่มีนโยบายและกลไกตลาดที่เอื้ออำนวยอย่างชัดเจน
- การเป็นผู้นำในตลาด GEOP แสดงให้เห็นถึงความต้องการพลังงานสะอาดที่แข็งแกร่งจากภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในฟิลิปปินส์ และชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของการเปิดเสรีตลาดค้าปลีกไฟฟ้า (Retail Competition) ที่อนุญาตให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถเลือกซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนได้โดยตรง
- โมเดล GEOP ของฟิลิปปินส์เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน รวมถึงไทย ในการออกแบบกลไกตลาดเพื่อส่งเสริมการซื้อขายพลังงานสะอาดและกระตุ้นให้เกิดการลงทุนใหม่ ๆ ในภาคการผลิตไฟฟ้า
ที่มา: The Philippine Star, 12 พฤษภาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- อาเซียนพิจารณาแนวทางจัดตั้งคลังสำรองน้ำมันระดับภูมิภาคและเร่งรัดโครงการ ASEAN Power Grid เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- บทวิเคราะห์ชี้มาเลเซียยังคงจำเป็นต้องมีการอุดหนุนราคาน้ำมันในระยะสั้นเพื่อทำหน้าที่เป็น “เบรกเกอร์” ป้องกันผลกระทบทางเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูง
- บริษัท Pekat Group ของมาเลเซีย ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะ 15 ปี เพื่อติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้กับโรงงานของ Dutch Lady ซึ่งเป็นสัญญาณการเติบโตของตลาด C&I
- บริษัท Meta Bright Group ลงนามสัญญาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ขนาด 43.66 kWp ให้กับสุเหร่าในรัฐปะหัง ประเทศมาเลเซีย ภายใต้โครงการ Supply Agreement with Renewable Energy (SARE)
- รัฐมนตรีพลังงานและรัฐมนตรีคลังของอินโดนีเซียตกลงเลื่อนแผนการขึ้นค่าภาคหลวงและภาษีส่งออกสำหรับสินค้าโภคภัณฑ์เหมืองแร่เพื่อทบทวนแนวทางใหม่
