รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 9-May-2026 ถึง 15-May-2026

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 1 : ฟิลิปปินส์เผชิญวิกฤตไฟฟ้า: ระบบสายส่ง Luzon และ Visayas เข้าสู่ภาวะ Red Alert ท่ามกลางคลื่นความร้อน

รายละเอียด:

  • National Grid Corporation of the Philippines (NGCP) ได้ประกาศภาวะแจ้งเตือนระดับสีแดง (Red Alert) สำหรับระบบโครงข่ายไฟฟ้า Luzon และ Visayas ติดต่อกันเป็นเวลาสองวัน ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าสำรองอย่างรุนแรง
  • สาเหตุหลักเกิดจากคลื่นความร้อนที่ทำให้อุปสงค์การใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น ประกอบกับการหยุดเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าถึง 27 แห่งพร้อมกัน ทำให้กำลังผลิตไฟฟ้าที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในช่วงเวลาดังกล่าว
  • สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง โดยมีการคาดการณ์ว่าอาจเกิดไฟฟ้าดับนานถึง 7 ชั่วโมงในบางพื้นที่ของ Visayas และ 1 ชั่วโมงในเขตเมืองหลวงมะนิลา

ผลกระทบ:

  • เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบไฟฟ้าในฟิลิปปินส์ต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสภาพอากาศสุดขั้ว ซึ่งเป็นความท้าทายร่วมกันของหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่กำลังเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น
  • ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการลงทุนด้านการเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า (Grid Modernization) การเพิ่มกำลังผลิตสำรองให้เพียงพอ (Adequate Reserve Margin) และการนำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) มาใช้เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • กระทรวงพลังงาน (DOE) ของฟิลิปปินส์ได้เรียกร้องให้ผู้ผลิตไฟฟ้าเร่งแก้ไขปัญหาและขอความร่วมมือจากผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ให้ลดการใช้พลังงาน ซึ่งเป็นมาตรการระยะสั้นที่อาจไม่ยั่งยืน และจำเป็นต้องมีการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในระยะยาว

ที่มา: The Edge Malaysia, 14 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 2 : อินโดนีเซียประกาศแผนเชื่อมโยงระบบสายส่งไฟฟ้าฟิลิปปินส์เข้ากับเครือข่าย Trans Borneo Power Grid

รายละเอียด:

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรณีของอินโดนีเซีย นาย Bahlil Lahadalia ประกาศว่าฟิลิปปินส์จะถูกเชื่อมโยงเข้ากับโครงการ Trans Borneo Power Grid ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายเครือข่ายสายส่งไฟฟ้าข้ามพรมแดนในภูมิภาคอาเซียน
  • โครงการนี้เป็นการต่อยอดจากโครงข่ายที่มีอยู่แล้วระหว่างมาเลเซียและอินโดนีเซีย โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของระบบไฟฟ้าในภาพรวม
  • แผนการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของประธานาธิบดี Prabowo Subianto ที่ผลักดันให้เร่งรัดการพัฒนาโครงข่ายพลังงานระดับภูมิภาค เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงานจากแรงกดดันทั่วโลกและความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง

ผลกระทบ:

  • นับเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญของแผนแม่บท ASEAN Power Grid ที่มุ่งหวังจะสร้างตลาดไฟฟ้าที่เป็นหนึ่งเดียวกันในภูมิภาค การเชื่อมต่อนี้จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าโดยรวม โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะอย่างฟิลิปปินส์และบอร์เนียว
  • การเชื่อมต่อโครงข่ายจะเปิดโอกาสทางการค้าในการซื้อขายแลกเปลี่ยนไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานที่มีต้นทุนต่ำ เช่น พลังงานน้ำขนาดใหญ่บนเกาะบอร์เนียว ไปยังประเทศที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ซึ่งจะนำไปสู่การใช้ทรัพยากรพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • โมเดลธุรกิจของรัฐวิสาหกิจไฟฟ้า (Utility) จะเปลี่ยนไป โดยนอกจากการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในประเทศแล้ว ยังสามารถขยายบทบาทไปสู่การเป็นผู้ค้าส่งพลังงาน (Power Trader) ในระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่และเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ

ที่มา: Antara News (English), 11 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 3 : PLN Indonesia Power ขยายการลงทุนสู่ตลาดสากล ลงนาม MoU พัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์ม 495 เมกะวัตต์ในบังกลาเทศ

รายละเอียด:

  • PT PLN Indonesia Power ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของการไฟฟ้าอินโดนีเซีย (PLN) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับบริษัท Bay Group ของบังกลาเทศ เพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 495 เมกะวัตต์
  • ความร่วมมือนี้ถือเป็นการลงทุนในต่างประเทศครั้งแรกของ PLN Indonesia Power ในภูมิภาคเอเชียใต้ และเป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายกำลังผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของคณะกรรมการพัฒนาพลังงานบังกลาเทศ (Bangladesh Power Development Board)
  • นาย Bernadus Sudarmanta ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Indonesia Power ระบุว่าความร่วมมือนี้เป็นก้าวเชิงยุทธศาสตร์เพื่อเสริมสร้างสถานะของบริษัทในตลาดโลก

ผลกระทบ:

  • ข่าวนี้สะท้อนถึงแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านรูปแบบธุรกิจของรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าในอาเซียน จากเดิมที่มุ่งเน้นการดำเนินงานเฉพาะภายในประเทศ (Domestic Utility) ไปสู่การเป็นผู้เล่นในตลาดพลังงานระดับภูมิภาคและระดับโลก (Global/Regional Energy Player)
  • การขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศเป็นการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ และเป็นการใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดที่สั่งสมมา ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
  • โมเดลนี้อาจเป็นบทเรียนให้กับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าในประเทศอื่น ๆ รวมถึงประเทศไทย ในการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ นอกเหนือจากตลาดไฟฟ้าที่เริ่มอิ่มตัวในประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ

ที่มา: Antara News (English), 13 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 4 : Ranhill Utilities แสดงความสนใจเข้าร่วมประมูลโครงการโซลาร์ขนาดใหญ่พร้อมระบบกักเก็บพลังงานในรัฐซาบาห์ มาเลเซีย

รายละเอียด:

  • บริษัท Ranhill Utilities Bhd ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ YTL Power International Bhd ได้แสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมการประมูลโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ (Large Scale Solar – LSS) ประจำปี 2569 ในรัฐซาบาห์ ประเทศมาเลเซีย
  • โครงการ Sabah LSS 2026 มีกำลังผลิตรวม 250 เมกะวัตต์สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ และ 200 เมกะวัตต์ / 400 เมกะวัตต์-ชั่วโมง สำหรับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS)
  • Ranhill วางแผนที่จะร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐซาบาห์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อเข้าร่วมการประมูล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายธุรกิจสู่พลังงานหมุนเวียน

ผลกระทบ:

  • การกำหนดให้โครงการ LSS ต้องมีระบบ BESS เป็นองค์ประกอบสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงนโยบายที่ชัดเจนของหน่วยงานกำกับดูแลในมาเลเซีย (Energy Commission of Sabah – ECoS) ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาความไม่แน่นอน (Intermittency) ของพลังงานหมุนเวียนและเสริมสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้า
  • กรณีของรัฐซาบาห์ซึ่งเป็นระบบไฟฟ้าแบบเกาะ (Island Grid) การติดตั้ง BESS ควบคู่กับโซลาร์ฟาร์มมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาเสถียรภาพของกริด และเป็นต้นแบบที่สำคัญสำหรับพื้นที่ห่างไกลหรือเกาะในประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด
  • กลไกการประมูลที่ผนวกรวม BESS เข้าไปด้วยจะเป็นตัวขับเคลื่อนให้ต้นทุนเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลดลง และสร้างความคุ้นเคยให้กับผู้พัฒนาโครงการและสถาบันการเงินในการประเมินและลงทุนในโครงการลักษณะผสมผสาน (Hybrid Project)

ที่มา: The Edge Malaysia, 14 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 5 : อินโดนีเซียเตรียมออกมาตรการจูงใจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันและใช้ประโยชน์จากกำลังผลิตไฟฟ้าส่วนเกิน

รายละเอียด:

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย นาย Purbaya Yudhi Sadewa ประกาศว่ารัฐบาลจะออกมาตรการจูงใจสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในเดือนมิถุนายน เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงท่ามกลางสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
  • มาตรการดังกล่าวครอบคลุมการให้เงินอุดหนุนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100,000 คัน และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 100,000 คัน รวมถึงการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทของแบตเตอรี่
  • รัฐมนตรีคลังชี้แจงว่า นโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานจากน้ำมันเป็นไฟฟ้า และยังช่วยดูดซับกำลังการผลิตไฟฟ้าส่วนเกินของรัฐวิสาหกิจไฟฟ้า PLN ที่มีภาระผูกพันจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบ “Take or Pay”

ผลกระทบ:

  • นโยบายนี้เป็นตัวตัวอย่างที่ชัดเจนของการบูรณาการนโยบายพลังงานและการคลังเพื่อเป้าหมายร่วมกัน คือ การสร้างความมั่นคงทางพลังงานและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยมองว่า EV เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการฝั่งอุปสงค์ (Demand-Side Management) ของระบบไฟฟ้า
  • การส่งเสริมให้เกิดการชาร์จ EV โดยเฉพาะในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (Off-peak) จะช่วยให้ Utility สามารถใช้ประโยชน์จากโรงไฟฟ้าที่มีสัญญาแบบ Take or Pay ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิตโดยรวม และอาจส่งผลดีต่อโครงสร้างค่าไฟฟ้าในระยะยาว
  • การเชื่อมโยงนโยบาย EV เข้ากับปัญหาเรื่องกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองส่วนเกิน เป็นแนวทางที่ชาญฉลาดและสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับประเทศอื่น ๆ ที่เผชิญปัญหาคล้ายคลึงกัน เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานและสร้างประโยชน์สูงสุดจากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่

ที่มา: Antara News (English), 12 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 6 : Equinix ประกาศลงทุน 190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างศูนย์ข้อมูล AI แห่งใหม่ในมาเลเซีย มุ่งใช้พลังงานหมุนเวียน 100%

รายละเอียด:

  • Equinix บริษัทโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลชั้นนำของโลก ประกาศแผนการลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) แห่งใหม่ชื่อ KL2 ในเมืองไซเบอร์จายา ประเทศมาเลเซีย ด้วยมูลค่า 190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High-Performance Computing) โดยจะสนับสนุนเทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) ซึ่งใช้พลังงานสูง
  • สิ่งที่น่าสนใจคือ Equinix ตั้งเป้าหมายที่จะให้ศูนย์ข้อมูล KL2 ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ตั้งแต่วันแรกของการดำเนินงาน

ผลกระทบ:

  • การขยายตัวของ AI Data Center กำลังกลายเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของอุปสงค์ไฟฟ้าที่สำคัญที่สุดในทศวรรษนี้ ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างใหญ่หลวงต่อการวางแผนระบบไฟฟ้าของทุกประเทศในอาเซียน ทั้งในด้านกำลังการผลิตและโครงข่ายสายส่ง
  • การที่ผู้ประกอบการระดับโลกอย่าง Equinix ประกาศเป้าหมายการใช้พลังงานสะอาด 100% จะสร้างแรงกดดันและเป็นตัวเร่งให้ภาครัฐและ Utility ต้องพัฒนากลไกการจัดหาพลังงานสะอาดที่มีความน่าเชื่อถือและแข่งขันได้ เช่น รูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Corporate PPA) หรือโปรแกรม Green Tariff ที่มีความยืดหยุ่น
  • ภาระโหลดไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก Data Center จะบีบให้ต้องมีการลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพและความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมนี้

ที่มา: The Edge Malaysia, 12 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 7 : ACEN Corp. ผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนของฟิลิปปินส์ เผยผลกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 50% จากการขยายกำลังผลิต

รายละเอียด:

  • ACEN Corp. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Ayala Group และเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์ ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปีด้วยกำไรสุทธิ 2.9 พันล้านเปโซ เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ในต่างประเทศ และการฟื้นตัวของสินทรัพย์โรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศ ทำให้ผลผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรวมเพิ่มขึ้น 32% เป็น 2,230 กิกะวัตต์-ชั่วโมง (GWh)
  • ACEN ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในโครงการ Green Energy Option Program (GEOP) ของรัฐบาลฟิลิปปินส์ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 65% ในปี 2568

ผลกระทบ:

  • ความสำเร็จทางการเงินของ ACEN สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตและสร้างผลกำไรของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในตลาดที่มีนโยบายและกลไกตลาดที่เอื้ออำนวยอย่างชัดเจน
  • การเป็นผู้นำในตลาด GEOP แสดงให้เห็นถึงความต้องการพลังงานสะอาดที่แข็งแกร่งจากภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในฟิลิปปินส์ และชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของการเปิดเสรีตลาดค้าปลีกไฟฟ้า (Retail Competition) ที่อนุญาตให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถเลือกซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนได้โดยตรง
  • โมเดล GEOP ของฟิลิปปินส์เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน รวมถึงไทย ในการออกแบบกลไกตลาดเพื่อส่งเสริมการซื้อขายพลังงานสะอาดและกระตุ้นให้เกิดการลงทุนใหม่ ๆ ในภาคการผลิตไฟฟ้า

ที่มา: The Philippine Star, 12 พฤษภาคม 2569

ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ

  • อาเซียนพิจารณาแนวทางจัดตั้งคลังสำรองน้ำมันระดับภูมิภาคและเร่งรัดโครงการ ASEAN Power Grid เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
  • บทวิเคราะห์ชี้มาเลเซียยังคงจำเป็นต้องมีการอุดหนุนราคาน้ำมันในระยะสั้นเพื่อทำหน้าที่เป็น “เบรกเกอร์” ป้องกันผลกระทบทางเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูง
  • บริษัท Pekat Group ของมาเลเซีย ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะ 15 ปี เพื่อติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้กับโรงงานของ Dutch Lady ซึ่งเป็นสัญญาณการเติบโตของตลาด C&I
  • บริษัท Meta Bright Group ลงนามสัญญาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ขนาด 43.66 kWp ให้กับสุเหร่าในรัฐปะหัง ประเทศมาเลเซีย ภายใต้โครงการ Supply Agreement with Renewable Energy (SARE)
  • รัฐมนตรีพลังงานและรัฐมนตรีคลังของอินโดนีเซียตกลงเลื่อนแผนการขึ้นค่าภาคหลวงและภาษีส่งออกสำหรับสินค้าโภคภัณฑ์เหมืองแร่เพื่อทบทวนแนวทางใหม่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *