รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศทวีปออสเตรเลีย (Australia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 04-Jul-2026 ถึง 10-Jul-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : ความเชื่อมั่นนักลงทุนพลังงานสะอาดลดลง ชี้อุปสรรคด้านสายส่งและการอนุมัติโครงการเป็นความท้าทายหลัก
รายละเอียด:
- Clean Energy Investor Group (CEIG) ซึ่งเป็นกลุ่มตัวแทนของนักลงทุนและผู้พัฒนาพลังงานสะอาดรายใหญ่ในออสเตรเลีย เปิดเผยรายงาน Clean Energy Investor Outlook ประจำปี ซึ่งระบุว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อตลาดพลังงานสะอาดของออสเตรเลียกำลังลดลง
- ผลสำรวจพบว่า มีนักลงทุนเพียง 58% ที่มองว่าออสเตรเลียเป็นจุดหมายที่น่าสนใจในการลงทุน ซึ่งลดลงจาก 69% ในปีก่อนหน้า และมีเพียง 8% ที่เชื่อว่าออสเตรเลียจะสามารถบรรลุเป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 82% ภายในปี พ.ศ. 2573 ได้ภายใต้สภาวะปัจจุบัน
- อุปสรรคสำคัญที่สุดที่นักลงทุนระบุคือความล่าช้าในการสร้างโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า ตามมาด้วยความล่าช้าในกระบวนการวางแผนและอนุมัติโครงการ และข้อจำกัดด้านระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Constraints) เช่น การเชื่อมต่อที่ล่าช้า และปัญหาความแออัดของสายส่ง (Congestion)
- รัฐนิวเซาท์เวลส์ (NSW) ยังคงเป็นรัฐที่น่าลงทุนที่สุด ตามมาด้วยควีนส์แลนด์และเวสเทิร์นออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม นักลงทุนมองว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากศูนย์ข้อมูล (Data Center) เป็นโอกาสสำคัญในการปลดล็อกการลงทุนใหม่ๆ
ผลกระทบ:
– รายงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างเป้าหมายนโยบายพลังงานของรัฐบาลและสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เป็นจริง ความล่าช้าในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น โดยเฉพาะสายส่ง เป็นปัญหาคอขวดที่บั่นทอนความสามารถในการดูดซับโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ๆ เข้าสู่ระบบ และส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
– การลดลงของความเชื่อมั่นจากนักลงทุนอาจนำไปสู่การชะลอตัวของการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ หรืออาจทำให้เงินทุนไหลออกไปยังตลาดอื่นที่มีความแน่นอนด้านนโยบายและกฎระเบียบมากกว่า บทเรียนสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายคือการสร้างความชัดเจนและเร่งรัดกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งการปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินตามกำหนด การปฏิรูปกระบวนการอนุมัติโครงการ และการสร้างโครงข่ายสายส่งให้สอดคล้องกับแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ เพื่อรักษาความน่าสนใจในการลงทุนและขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา:
PV Magazine Australia, 8 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : รัฐบาลออสเตรเลียกำหนดนโยบายการถือหุ้น 5% สำหรับชนเผ่าพื้นเมืองในโครงการพลังงานหมุนเวียนภายใต้แผน CIS
รายละเอียด:
- รัฐบาลออสเตรเลียได้ริเริ่มนโยบายใหม่ภายใต้แผนการลงทุนด้านกำลังการผลิตไฟฟ้า (Capacity Investment Scheme – CIS) ในการประมูลครั้งที่ 9 (ด้านการผลิตไฟฟ้า) และครั้งที่ 10 (ด้านกำลังการผลิตไฟฟ้าที่สั่งการได้) โดยกำหนดให้มีโควต้าสำหรับโครงการที่ให้ชนเผ่าพื้นเมือง (First Nations) เข้ามามีส่วนร่วมในการถือหุ้นหรือแบ่งปันรายได้ (equity and/or revenue sharing) ในสัดส่วน 5%
- นโยบายนี้เรียกว่า First Nations Set Aside (FNSA) โดยมีเป้าหมายเฉพาะคือ กำลังการผลิตไฟฟ้า 500 เมกะวัตต์ จากการประมูลครั้งที่ 9 และกำลังการผลิตไฟฟ้าที่สั่งการได้ (Dispatchable Capacity) 2 กิกะวัตต์-ชั่วโมง จากการประมูลครั้งที่ 10
- ผู้พัฒนาโครงการต้องแสดงความมุ่งมั่นร่วมกับพันธมิตรที่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองในการถือหุ้นอย่างน้อย 5% หรือการแบ่งปันรายได้เทียบเท่าการถือหุ้น 5% หรือทั้งสองรูปแบบรวมกัน ตัวอย่างโครงการนำร่องคือโครงการแบตเตอรี่ Bulabul BESS ของบริษัท Ampyr Australia ซึ่งได้ทำข้อตกลงการถือหุ้น 5% กับชุมชน Wiradjuri ในรัฐนิวเซาท์เวลส์
ผลกระทบ:
– นโยบายนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการให้ผลประโยชน์ชุมชนในรูปแบบเดิม ไปสู่การเป็นเจ้าของร่วมอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการสร้างความมั่งคั่งและความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองในระยะยาว นโยบายนี้จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับโครงการพลังงานขนาดใหญ่ในอนาคต และสร้างแรงจูงใจให้ผู้พัฒนาต้องทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและมีความหมายมากขึ้น
– การกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นที่ชัดเจนนี้อาจเป็นต้นแบบให้กับประเทศอื่นๆ ในการบูรณาการมิติทางสังคมและเศรษฐกิจเข้ากับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ช่วยลดความขัดแย้งในพื้นที่ และสร้างการยอมรับโครงการพลังงานสะอาดได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ความท้าทายจะอยู่ที่การสร้างขีดความสามารถทางการเงินและทางเทคนิคให้กับชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองเพื่อให้สามารถเข้าร่วมเป็นพันธมิตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา:
PV Magazine Australia, 9 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : ARENA จัดตั้งกองทุน 10 ล้านดอลลาร์ มุ่งเป้าสนับสนุนโรงงานขนาดกลางและขนาดย่อมเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ไฟฟ้าในกระบวนการผลิต
รายละเอียด:
- หน่วยงานพลังงานหมุนเวียนแห่งออสเตรเลีย (ARENA) ประกาศสนับสนุนเงินทุน 10 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ให้กับศูนย์ส่งเสริมการเติบโตของภาคการผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing Growth Centre – AMGC) เพื่อจัดตั้งกองทุน SME Industrial Decarbonisation Fund
- กองทุนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในภาคการผลิตให้สามารถเปลี่ยนกระบวนการที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า (Electrification) และเทคโนโลยีการปล่อยมลพิษต่ำอื่นๆ โดยจะให้ความสำคัญกับกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปโลหะ การเคลือบพื้นผิว และการใช้ไอน้ำในกระบวนการผลิต
- โครงการที่มีสิทธิ์ขอรับทุนจะต้องมีมูลค่าระหว่าง 400,000 ถึง 1 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยผู้ผลิตจะต้องร่วมลงทุน 50% (dollar-for-dollar basis) คุณสมบัติเบื้องต้นคือต้องเป็นบริษัทสัญชาติออสเตรเลีย มีพนักงานน้อยกว่า 200 คน และดำเนินงานในออสเตรเลีย
ผลกระทบ:
– การจัดตั้งกองทุนนี้เป็นการส่งสัญญาณเชิงนโยบายที่ชัดเจนว่าการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม (Industrial Decarbonization) ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่ยังครอบคลุมถึง SME ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจ การมุ่งเน้นไปที่ Electrification จะส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายต่อระบบไฟฟ้าที่ต้องมีความพร้อมในการรองรับโหลดที่เพิ่มขึ้นและเปลี่ยนแปลงไป
– โมเดลการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนนี้เป็นบทเรียนที่น่าสนใจในการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่อาจยังมีความเสี่ยงหรือมีระยะเวลาคืนทุนนาน การที่โครงการต้องแบ่งปันองค์ความรู้และบทเรียนที่ได้รับยังช่วยเร่งให้เกิดการปรับตัวในวงกว้างของอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ในระดับประเทศ
ที่มา:
PV Magazine Australia, 9 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : Zen Energy ผู้ค้าปลีกพลังงานหมุนเวียนรายสำคัญเข้าสู่กระบวนการพิทักษ์ทรัพย์ สะท้อนความเปราะบางของตลาดค้าปลีกไฟฟ้า
รายละเอียด:
- Zen Energy บริษัทผู้ค้าปลีกพลังงานและผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนซึ่งก่อตั้งโดยนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง Ross Garnaut ได้เข้าสู่กระบวนการพิทักษ์ทรัพย์โดยสมัครใจ (voluntary administration) และได้แต่งตั้งบริษัท McGrathNicol เป็นผู้บริหารจัดการ
- ปัญหานี้เกิดขึ้นแม้ว่าบริษัทจะได้รับอนุมัติเบื้องต้นในการขายธุรกิจค้าปลีกให้กับบริษัทค้าระดับโลกอย่าง Gunvor แล้วก็ตาม สาเหตุหลักมาจากความผันผวนอย่างรุนแรงของราคาไฟฟ้าในตลาดค้าส่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจ
- SA Power Networks ซึ่งเป็นผู้ประกอบการระบบจำหน่ายไฟฟ้าในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ Zen Energy เข้าสู่กระบวนการล้มละลายเนื่องจากมีหนี้สินคงค้าง ส่งผลให้ลูกค้าของ Zen Energy จะถูกโอนไปยังผู้ค้าปลีกรายใหญ่ตามกลไก Retailer of Last Resort (RoLR) ของหน่วยงานกำกับดูแล
ผลกระทบ:
– กรณีของ Zen Energy เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญถึงความเสี่ยงและความท้าทายที่ผู้ค้าปลีกไฟฟ้าอิสระ (ที่ไม่ใช่ Gentailer หรือผู้ผลิตและค้าปลีกรายใหญ่) ต้องเผชิญในตลาดที่มีความผันผวนสูง การไม่สามารถบริหารความเสี่ยงด้านราคา (hedging) ได้อย่างมีประสิทธิภาพอาจนำไปสู่ปัญหาสภาพคล่องและล้มละลายได้ง่าย
– เหตุการณ์นี้อาจนำไปสู่การรวมศูนย์ของตลาดค้าปลีกไฟฟ้ามากขึ้น โดยผู้เล่นรายใหญ่ที่มีสถานะทางการเงินแข็งแกร่งและมีสินทรัพย์การผลิตเป็นของตนเองจะได้เปรียบ นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการทบทวนโครงสร้างตลาดและกลไกการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้ผู้ค้าปลีกรายย่อยสามารถแข่งขันและอยู่รอดได้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการแข่งขันและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในระยะยาว
ที่มา:
RenewEconomy, 4 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : โครงการ Orica Hunter Valley Hydrogen Hub ได้รับการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ปูทางสู่การผลิตไฮโดรเจนเชิงพาณิชย์
รายละเอียด:
- บริษัท Orica ได้ทำการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision – FID) สำหรับโครงการ Hunter Valley Hydrogen Hub ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับการสนับสนุนเงินทุน 432 ล้านดอลลาร์ภายใต้โครงการ Hydrogen Headstart ของรัฐบาลออสเตรเลีย
- โครงการนี้จะติดตั้งเครื่องอิเล็กโทรไลเซอร์ (Electrolyser) ขนาด 50 เมกะวัตต์ เพื่อผลิตไฮโดรเจนหมุนเวียนประมาณ 4,700 ตันต่อปี โดยใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน
- ไฮโดรเจนที่ผลิตได้จะถูกนำไปใช้ทดแทนก๊าซธรรมชาติในกระบวนการผลิตแอมโมเนียที่โรงงานของ Orica บนเกาะ Kooragang ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง
- Darren Miller, CEO ของ ARENA ซึ่งเป็นหน่วยงานสนับสนุนโครงการนี้ กล่าวว่าการตัดสินใจของ Orica เป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคอุตสาหกรรมต่อการใช้ไฮโดรเจนหมุนเวียน และเปลี่ยนบทสนทนาจากแนวคิดไปสู่การใช้งานจริง โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ลดคาร์บอนได้ยาก (Hard-to-abate sectors)
ผลกระทบ:
– การบรรลุ FID ของโครงการนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมไฮโดรเจนของออสเตรเลีย เป็นการพิสูจน์ว่าโครงการผลิตไฮโดรเจนหมุนเวียนขนาดใหญ่สามารถเกิดขึ้นได้จริงในเชิงพาณิชย์ และสร้างกรณีศึกษาที่จับต้องได้สำหรับการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมหนัก
– ความสำเร็จของโครงการนี้จะช่วยสร้างตลาดไฮโดรเจนภายในประเทศ และส่งเสริมการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง กลไกสนับสนุนด้านราคา (production credit) จากภาครัฐเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดช่องว่างด้านต้นทุนและปลดล็อกการลงทุน ซึ่งเป็นบทเรียนที่สามารถนำไปปรับใช้เพื่อกระตุ้นการลงทุนในเทคโนโลยีเกิดใหม่อื่นๆ ได้
ที่มา:
PV Magazine Australia, 3 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : เดินเครื่อง Synchronous Condenser ขนาดใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้ที่รัฐวิกตอเรีย ปลดล็อกกำลังผลิตพลังงานสะอาด 600 เมกะวัตต์
รายละเอียด:
- Synchronous Condenser (SynCon) ขนาด 250 MVA ที่เมือง Ararat รัฐวิกตอเรีย ได้เริ่มดำเนินการแล้ว ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า (Grid Stability) และปลดล็อกการเชื่อมต่อโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ๆ เข้าสู่ระบบได้อีก 600 เมกะวัตต์
- อุปกรณ์ดังกล่าวซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 300 ตัน ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัท Andritz Hydro จากออสเตรีย และเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนมูลค่า 480 ล้านดอลลาร์ของรัฐบาลวิกตอเรียในการเสริมความแข็งแกร่งของระบบโครงข่ายไฟฟ้า
- โครงการนี้เป็นหนึ่งใน 12 โครงการยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าของรัฐ ซึ่งโดยรวมแล้วจะสามารถปลดล็อกกำลังการผลิตพลังงานสะอาดได้ถึง 2.3 กิกะวัตต์ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานของรัฐวิกตอเรีย
ผลกระทบ:
– การติดตั้ง Synchronous Condenser เป็นหนึ่งในแนวทางการปรับปรุงระบบไฟฟ้าให้ทันสมัย (Grid Modernization) เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน (Variable Renewable Energy – VRE) ที่เพิ่มขึ้น อุปกรณ์นี้ทำหน้าที่สร้างความเฉื่อย (Inertia) และควบคุมแรงดันไฟฟ้า ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ขาดหายไปเมื่อโรงไฟฟ้าฟอสซิลแบบดั้งเดิมถูกปลดออกจากระบบ
– กรณีศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของการลงทุนในเทคโนโลยีเสริมความมั่นคงของกริดควบคู่ไปกับการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน สำหรับประเทศที่กำลังเปลี่ยนผ่านพลังงาน การวางแผนเชิงรุกเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ประเภท Grid Forming Inverter, STATCOM หรือ SynCon เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความไม่เสถียรของระบบในอนาคตและสร้างความเชื่อมั่นในการรวมพลังงานสะอาดเข้าสู่ระบบในสัดส่วนที่สูงขึ้น
ที่มา:
PV Magazine Australia, 3 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : สภาพลังงานสะอาดเสนอสร้างตลาดบริการเสริมความมั่นคงใหม่ เพื่อจัดการปัญหาโหลดในระบบต่ำจากโซลาร์รูฟท็อป
รายละเอียด:
- สภาพลังงานสะอาด (Clean Energy Council – CEC) ได้ยื่นข้อเสนอให้คณะกรรมการตลาดพลังงานออสเตรเลีย (AEMC) พิจารณาเปลี่ยนแปลงกฎเพื่อสร้างตลาดบริการเสริมความมั่นคง (Ancillary Service) ประเภทใหม่ สำหรับจัดการสภาวะโหลดในระบบต่ำสุด (Minimum System Load – MSL)
- ปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงกลางวันที่มีการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปจำนวนมาก ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าจากระบบหลักลดลงจนถึงระดับที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า
- ผู้ควบคุมระบบไฟฟ้า (AEMO) เคยใช้วิธีการบังคับให้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่คายประจุเพื่อสร้างโหลดเทียม แต่แนวทางนี้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ประกอบการแบตเตอรี่ ข้อเสนอใหม่ของ CEC คือการสร้างกลไกตลาดที่ให้สัญญาณราคาที่ชัดเจน เพื่อจูงใจให้แบตเตอรี่และโหลดอื่นๆ (เช่น VPP) ตอบสนองต่อสภาวะ MSL อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลกระทบ:
– ข้อเสนอนี้สะท้อนถึงความท้าทายที่ซับซ้อนขึ้นในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าที่มีสัดส่วนของทรัพยากรพลังงานแบบกระจายศูนย์ (DER) สูง การเปลี่ยนจากมาตรการบังคับ (Intervention) ไปสู่กลไกตลาด (Market-based Mechanism) เป็นแนวทางที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพกว่าในการจัดการปัญหาทางเทคนิคของระบบไฟฟ้าสมัยใหม่
– การสร้างตลาดบริการเสริมสำหรับ MSL จะสร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้กับสินทรัพย์ประเภทแบตเตอรี่และระบบจัดการโหลด ซึ่งจะช่วยปรับปรุงความคุ้มค่าในการลงทุน (Business Case) และกระตุ้นให้เกิดการติดตั้งเพิ่มขึ้น บทเรียนสำคัญคือระบบตลาดไฟฟ้าต้องมีการพัฒนาและปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับพลวัตที่เปลี่ยนแปลงไปของระบบไฟฟ้าที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
ที่มา:
RenewEconomy, 9 กรกฎาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- โครงการลม Goombi ขนาด 800 MW พร้อมแบตเตอรี่ 3,200 MWh จะเป็นโครงการแรกที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาภายใต้กฎหมายการวางผังเมืองฉบับใหม่ที่เข้มงวดของรัฐควีนส์แลนด์
- ตลาดแบตเตอรี่สำหรับที่อยู่อาศัยของออสเตรเลียกำลังเข้าสู่ช่วง ‘ปรับฐาน’ หลังการเปลี่ยนแปลงเงินอุดหนุนจากภาครัฐ โดยขนาดการติดตั้งที่ได้รับความนิยมเปลี่ยนจากระดับ 50 kWh มาเป็น 20-30 kWh
- บริษัท AGL ได้ส่งมอบไมโครกริดที่ประกอบด้วยโซลาร์ 9.2 MW และแบตเตอรี่ 10.2 MWh เพื่อจ่ายไฟให้กับฟาร์มอัลมอนด์ขนาดใหญ่ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ลดการพึ่งพาก๊าซดีเซลได้เกือบ 90%
- สนามบินนานาชาติแห่งใหม่ Western Sydney จะใช้พลังงานหมุนเวียน 100% โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการโซลาร์รูฟท็อป 9 MW และแบตเตอรี่ขนาด 30 MW / 120 MWh ที่พัฒนาโดย CleanPeak Energy
- ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Deakin ชี้ว่าแบตเตอรี่ระดับชุมชน (Community-scale batteries) มีความคุ้มค่ากว่าแบตเตอรี่ระดับครัวเรือนถึง 52% ในการแก้ไขปัญหาแรงดันไฟฟ้าและความท้าทายอื่นๆ ในระบบจำหน่ายที่มี DER สูง